| |
มอง
มอง หมายถึงท่อนไม้ขนาดใหญ่
อย่างที่ใช้ทำเป็นเสาสำคัญในการสร้างฝาย แต่โดยปกติแล้ว จะหมายถึงเครื่องมือที่ใช้ตำข้าวของชาวบ้านทั่วไป
ประกอบด้วยไม้ครกทำจากขอนขนาดใหญ่ส่วนหนึ่งกับตัวมองซึ่งเป็นกระเดื่องที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อทุ่นแรงแและสะดวกในการตำข้าวอีกส่วนหนึ่ง
ตัวมองประกอบด้วยไม้ท่อนหนึ่ง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑๕ เซนติเมตร
ยาวประมาณ ๔ เมตร ทำหน้าที่เป็นกระเดื่องใช้ตำข้าว เรียกว่า มอง หรือ
แม่มอง ทำจุดหมุนเพื่อการกระดกไว้กับตัวมองโดยค่อนมาทางหางมองโดยมีแกนสอดจากแม่มองไปสอดเข้ากับรูของไม้ที่ปักอยู่ข้าง
ๆ ซึ่งเรียกปีกมอง เมื่อเหยียบหรือมีน้ำหนักหรือแรงกดที่หางมอง แม่มองจะกระดกขึ้นสูงประมาณ
๑ เมตร เมื่อปล่อยหางมองแล้ว มองก็จะตกลงมาทำให้ไม้ที่ทำเป็นสากครกที่เสียบแน่นอยู่ที่หัวแม่มองกระแทกลงเพื่อตำข้าว
ตามตำราโบราณว่าด้วยการทำมองนั้น
ท่านให้เอาตอกมาเวียนรอบศีรษะของผู้เป็นเจ้าของแล้ว ใช้ตอกนั้นวัดจากหัวหรือปลายสุดของมองเข้าไป
ถ้าถึงที่ไหนก็ให้เจาะรูสำหรับสอดสากในที่นั้น จากนั้นใช้ช่วงเท้าเจ้าของวัด
โดยวางเท้าสลับซ้ายขวาจากรูเสาไปจนถึงหางมอง พร้อมทั้งกล่าวคำโฉลกกำกับทุกช่วงเท้าจนไปถึงความยาวที่ต้องการและได้โฉลกที่ดีแล้วจึงเจาะรูเพื่อสอดปีกมองหรือแกนหมุนของครกกระเดื่องในที่นั้น
ทั้งนี้ โฉลกมอง มีดังนี้
ไร้ต่อเถ้า (ไม่ดี)
| อยากเข้าทุกปี (ไม่ดี) | บ่อยากเข้าสักปี (ดี) | เปนดียิ่งกว่าท่าน (ดี)
| อยู่บ้านบ่เจ็บไข้ (ไม่ดี) | ท่านไว้กูเปนดี (ดี) | มีบ่รู้เสี้ยง (ดี)
ทั้งนี้ ครกมอง หรือครกที่ใช้รองรับมองนั้นก็มีวิธีวัดโฉลกไว้ด้วย โดยเริ่มที่
๒ ศอกกับ ๑ ฝ่ามือโฉลกต่อ ๑ คำ มีดังนี้
๒ สอก ปลายฝ่ามือ ชื่อว่าโขงชุมพูมาเฝ้า เข้าล้นขื่อยุท่างกิน | ๒ สอกปลาย
๒ ฝ่ามือ ชื่อว่า พิษงูงอด | ๒ สอกปลาย ๓ ฝ่ามือ ชื่อว่า กอดขุมฅำ |
๒ สอกปลาย ๔ ฝ่ามือ ชื่อว่า ชุมพูพื้นน้ำ เข้าบ่ซ้ำยุท่างกินแลทาน
วิธีใช้ ชาวบ้านจะเหยียบปลายหางของมองเพื่อให้หัวมองให้ลอยขึ้นจากครก
แล้วค้ำด้วยไม้ค้ำไว้เสียก่อน แล้วจึงเทข้าวเปลือกที่ต้องการจะตำลงไปในครก
จากนั้นจะเริ่มตำข้าวโดยใช้เท้าข้างหนึ่งเหยียบให้น้ำหนักตัวกดลงบนหางมอง
เมื่อหัวมองยกขึ้นถึงจุดที่สูงที่สุดแล้วก็จะปล่อยให้ตกลงมา น้ำหนักของมองจะถ่ายลงบนสากเพื่อไปตำข้าว
ชาวบ้านจะเหยียบหางมองแล้วปล่อยเป็นจังหวะ ๆ ไปเรื่อย ๆ
ในกรณีที่สาว ๆ
จะอยู่นอก หรือทำงานตอนกลางคืนเพื่อให้หนุ่มไปเยือนนั้นอาจมีหญิงสาวหลายคนรวมตัวกันตำข้าวและอาศัยแรงงานของหนุ่มทั้งหลายให้ช่วยตำข้าวด้วย
พบว่าในตอนเริ่มงานดังกล่าวนั้นกลุ่มสาวอาจ "แดะหางมอง" หรือเหยีบบครกกระเดืองแล้วปล่อยให้มีจังหวะถี่เร็วเป็นสัญญาณว่าบรรดาสาว
ๆ เริ่มตำข้าวแล้วและหนุ่มก็มักจะไปจีบสาวในที่นั้น ซึ่งก็หมายความว่านอกจากจะได้ข้าวสารและแกลบตามปกติแล้วก็อาจได้ไมตรีระหว่างหนุ่มสาวเพิ่มขึ้นอีกด้วย
สากที่ใช้ในการตำเพื่อให้เปลือกข้าวแตกออกจากเมล็ดข้าวนั้นเรียกว่า
สากกล้อง มีลักษณะเป็นไม้ท่อนขนาดเขื่องและหัวตัด เมื่อตำข้าวโดยใช้สากกล้องไประยะหนึ่งแล้วชาวบ้านจะนำข้าวขึ้นมาผัดด้วยกระด้ง
เพื่อแยกเปลือกข้าวที่หลุดแล้วออกไป จากนั้นจึงตำใหม่โดยใช้สากซ้อม คือสากที่มีส่วนหัวมนและขนาดย่อมเพื่อแยกแกลบและเม็ดข้าวสารต่อไป
ในการตำข้าวนั้น
นิยมทำราวไว้บริเวณหางมองเพื่อไว้เกาะเพื่อทรงตัวในขณะเหยียบมองตำข้าวไว้ด้วย
มอง หรือครกมองนี้
นอกจากจะใช้ตำข้าวแล้ว ยังอาจใช้ตำอย่างอื่นด้วย เช่น ตำหยวกกล้วยเพื่อต้มเป็นอาหารหมู
ตำเฝ่าหรือดินขับอย่างที่ใช้ในการทำบอกไฟหรือพลุ เป็นต้น
...โดย
ศรีเลา เกษพรหม
| |