นิทาน
ส่ง ความคิดเห็น ถึง โลกล้านนา
สนับสนุนโลกล้านนา

 
 

ไอ่ยี่กั่นพร้า (นิทานของชาวไทใหญ่)

ยังมีเมืองเมืองหนึ่ง เจ้าเมืองมีธิดาถึงเจ็ดนางซึ่งเมื่อถึงวัยที่ควรมีคู่ครองแล้ว เจ้าเมืองก็หาคู่ให้ พี่ทั้ง ๖ นางแล้ว สำหรับคนสุดท้องนั้น ก็มีเจ้าเมืองต่าง ๆ มาสู่ขอ แต่เจ้าเมืองผู้พ่อก็ไม่ยอมยกให้ใคร แต่บอกว่าถ้าใครเอาข้าวเปลือกเมล็ดหนึ่งไปลงทุนค้าขายแล้วให้ได้กำไรคืนเป็นข้าว ๓ ต๋าง(๖ ถัง)กลับ มาก็จะยกลูกสาวให้ เจ้าเมืองต่าง ๆ ก็ทำไม่ได้
มีชายคนหนึ่งชื่อไอ่ยี่กั่นพร้า คือคนชื่อ "ยี่"เป็นคนทำมีดสั้นยาว ขายเลี้ยงชีพ เมื่อได้ยินข่าวก็มาหา เจ้าเมืองรับอาสาไปทำและจะทำให้ได้เพิ่มขึ้นอีกถึง ๗ ต๋าง แล้วต่างฝ่ายจึงทำสัญญากัน มันบอกแก่เจ้า เมืองว่าต้องการคน ๔ คนที่มีกำลังแต่ละคนเท่าช้างสาร ๗ ตัว แล้วจึงพากันไปค้าขาย
ระหว่างเดินทาง พบปอที่ทำเชือกก็ให้ลูกน้องเอาปอทำเป็นเชือกเส้นเล็กเส้นใหญ่ไว้ ลูกน้องทั้ง ๔ คนปรึกษากันคิดว่ามันคงทำไม่สำเร็จ พอมาถึงต้นโพธิ์ มันก็ขึ้นไปนั่งทำสายเบ็ดบนกิ่งต้นโพธิ์พอลงมาก็บอก ให้ ๔ คนเป็นพยานและเป็นลูกน้องมันแล้วมันจึงเอาข้าวเมล็ดนั้นเผาไฟจนแตกบานแล้วมาเสียดเป็นเหยื่อ เบ็ดตกปลา ได้ปลาตัวน้อย ๆ ตัวหนึ่งก็เอาทำเป็นเหยื่อตกต่อไปอีก ได้ปลาตัวใหญ่ขึ้นมาก็ทำเป็นเหยื่อ อีกพร้อมทั้งเปลี่ยนขนาดเบ็ดและสายเบ็ดไปด้วยจึงได้ปลาตัวขนาดใหญ่มา ให้ ๔ คนช่วยดึงขึ้นฝั่ง ผ่าท้อง ปลาและตากแห้ง ให้ ๔ คนหาบเข้าเมือง มีคนถามซื้อก็ไม่ขาย แต่จะเอาแลกกับข้าวเปลือก โดยแบ่ง เนื้อปลาแลกข้าวเปลือกไปเรื่อย ๆ จนได้ข้าวมากว่า ๗ ต๋าง ได้ถึง ๒๐-๓๐ ต๋าง มันจึงกลับเข้าเมือง ให้ลูกน้อง ๔ คน เล่าให้เจ้าเมืองฟัง เจ้าเมืองจึงยกลูกสาวให้
ฝ่ายเจ้าหัวเมืองต่าง ๆ รู้ข่าวจึงนินทาว่าได้ลูกเขยเป็นคนจนเป็นคนหาปลา เจ้าเมิงพ่อตาของมัน อับอาย จึงเลยไล่ ๒ ผัวเมียไปอยู่นอกเมือง ต่อมาพี่เขยทั้ง ๖ คิดออกไปค้าขายโดยเรือสำเภา ซึ่งฝ่าย แม่ยายก็ให้เงินและทองไป ๓ พันชั่ง เมียมันจึงเอามาให้มันไปค้าขายกับพี่เขยทั้ง ๖ คน พี่เขยทั้ง ๖ ก็ตกลงว่าถ้าจะไปด้วยก็ตกลง ดังนั้นมันจึงให้ลูกน้องทั้ง ๔ คนไปหา "กุ่น" (สิ่งของเครื่องใช้)
ระหว่างที่กำลังหากุ่นนั้น ลูกน้องถามว่าจะหากุ่นที่หาที่ไหนได้ มันบอกว่าเดินหาไปข้างหน้าเรื่อย ๆ และต่อมาก็พบนกยางมันสั่งให้ไล่จับ นกยางก็บินหนี มันสั่งให้ ๔ คนไล่เหยียบเงาของนกยางนั้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งนกยางบินหมดแรงตกลงมา มันบอกให้จับและบอกว่านี่คือ"กุ่น" จากนั้นก็เดินทางไปค้าขายกับ พี่เขยทั้ง ๖ คนในทะเล จนไปถึงเมืองแห่งหนึ่ง มันจึงบอกขอแยกทางและพักที่เมืองนี้ ถ้าพี่เขยกลับมาให้ มารับที่นี้ด้วย
พอถึงเมือง ไอ่ยี่กั่นพร้าก็สั่งให้ลูกน้องสร้างที่พักให้นกยางสูงถึง ๗ ชั้นและก็จุดเทียนทำอาหารเพื่อ บูชานกยางนั้น เมื่อมีเด็กเลี้ยงควายมาดู มันจึงแบ่งทองให้ไปคนละ"แป" (๕ สตางค์) เด็กก็กลับไปบอก พ่อแม่ว่าคนที่มาอยู่ริมฝั่งน้ำให้ทองมา พ่อแม่ของเด็กก็มาดูมันก็ให้ทองกลับไปคนละมู (๑๐ สตางค์) ต่อมา มีเจ้านายผู้ใหญ่บ้าน กำนันมาดูมันก็ให้ทองกลับไปคนละ"มาด" (๒๐ สตางค์) มีนายอำเภอ ข้าราชการ มาดูมันก็ให้ทองคนละ"จาบ"(บาท)กลับไปอีก จนเจ้าเมืองนี้สงสัยจึงส่งลูกน้องมาดูว่าทำไมมันจึงร่ำรวย และแจกทองได้ ลูกน้องของเจ้าเมืองก็มาถามว่าได้ทองมาจากไหน มันก็บอกว่าได้มาจากนกยางวิเศษ โดยนกขี้ออกมาเป็นทอง แล้วลูกน้องเจ้าเมืองก็กลับไปบอกเจ้าเมือง เจ้าเมืองก็คิดจะเอานกนั้น จึงวาง แผนสั่งให้ลูกน้องมาบอกว่า ไอ่ยี่กั่นพร้าเป็นคนขโมยนกของเมืองนี้มาทำให้บรรดาเศรษฐีของเมืองนี้กลาย เป็นคนยากจนไปหมด
แต่ไอ่ยี่กั่นพร้าก็สั่งลูกน้องทั้ง ๔ คนจับลูกน้องเจ้าเมืองไว้ ต่อมาเจ้าเมืองก็สั่งคนมาทวงเอานกอยู่ เรื่อย ๆ มันก็จับไว้หมดจนและบอกว่าเจ้าเมืองเลี้ยงขโมยไว้ เจ้าเมืองก็ขอร้องให้มันปล่อยคนทั้งหมดที่ จับไว้ โดยจะว่ายกเมืองให้เป็นเมืองขึ้นของมันพร้อมกับให้เพชรอีก ๓ เม็ดโตเท่าไข่ไก่มี ๓ สี ดำ แดง และเขียว มันจึงเอาแต่เพชรแล้วปล่อยคนทั้งหมด และยกเมืองให้เจ้าเมืองครองแต่ต้องเป็นเมืองขึ้นของ มัน ส่วนเพชร ๓ เม็ดนั้น มันก็เอาขี้วัวมาทาจนไม่เห็นสีเพชร แล้วใส่ถุงเก็บไว้และใช้ ๔ คนเอาขี้วัว มาทำเป็นก้อนใหญ่เท่าเพชรจำนวนมากถึงกับบรรทุกบนหลังวัวได้ ๖ ตัว แล้วก็รอพวกพี่เขยอยู่ที่นั่น
เมื่อพี่เขยกลับมาก็ถามว่าค้าขายได้อะไรบ้าง มันบอกว่าได้แค่นี้และชี้ไปที่ของที่มันเตรียมไว้ แล้ว มันก็ฝากของเหล่านั้นมากับพี่เขยโดยให้บรรทุกหลังวัวมาคนละตัว พอทั้ง ๖ เดินทางมาถึงฝั่งจะเข้าเมือง ฝนก็ตกหนักจึงเอาขี้วัวเหล่านั้นทำเป็นฟืนหุงอาหารจนหมดและต่อมาก็เข้าเมือง ไม่นานนักไอ่ยี่กั่นพร้ามันก็ กลับมาและไปถามพี่เขยว่าเมื่อไรจะเอาของไปให้พ่อตา พี่ทั้ง ๖ บอกว่าพรุ่งนี้เช้า
รุ่งขึ้นเช้าก็เอาของไปให้เจ้าเมือง พี่เขยทั้ง ๖ ก็ได้ผ้าแพรมาถวายให้ ส่วนมันจึงเอาขี้วัวมาให้ เจ้าเมือง พ่อตาก็ว่าพี่ ๆ เขาเอาผ้าสิ่งของมาให้ แต่ไอ่ยี่กั่นพร้าเอาแค่ขี้วัวมาให้ จึงเอาขี้วัวที่หุ้มเพชร ขว้างข้างฝาจนแตกกระจาย แสงของเพชรจึงสะท้อนสว่างไปทั่วห้องเป็นสีดำ สีแดงและเขียว เจ้าเมือง จึงรู้ว่าเป็นเพชร เลยถามว่ามีอีกหรือไม่ มันบอกว่ามีอีกแต่ฝากมากับพี่เขยทั้ง ๖ คน เจ้าเมืองจึงถาม พี่เขยของมันทั้ง ๖ คนว่า เพชรที่ฝากมาจริงหรือเปล่า พี่เขยตอบว่าจริงแต่เอาไปเผาทำฟืนหุงอาหาร หมดแล้วเพราะไม่ทราบว่าเป็นเพชรเจ้าเมืองจึงโมโห บอกว่าเมืองเราทั้งเมืองมีค่าแลกเพชรเม็ดเดียว ยังไม่ได้ จึงให้พี่เขยทั้ง ๖ คนเป็นขี้ข้าคอยรับใช้มันและยกเมืองให้ไอ่ยี่กั่นพร้าครอบครองสืบไป
 
จาก ด้วยปัญญาและความรัก นิทานของชาวไทยวน นิทานของชาวไทลื้อ นิทานของชาว ไทใหญ่ นิทานของชาวไทเขิน