นิทาน
ส่ง ความคิดเห็น ถึง โลกล้านนา
สนับสนุนโลกล้านนา

 
 

นางอูเปียมและสามลอ (นิทานของชาวไทเขิน)

ที่เมืองเกงตอง ยังมีหญิงหม้ายเป็นเศรษฐีคนหนึ่งมีลูกชายชื่อสามลอ เมื่อสามลอเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แล้ว นางจึงให้ลูกชายนางไปค้าขายที่เมืองกิ๋ง ในเมืองกิ๋ง มีลูกเศรษฐีคนหนึ่งชื่อนางอูเป่ม นางอูเป่มนี้ มีความงามมาก ต่อมาทั้งสองได้มารู้จักกัน แล้วจึงพากันไปนั่งคุยที่ริมน้ำคงซึ่งแม่น้ำนั้นก็ไหลเสียงดังมาก จึงคุยกันไม่รู้เรื่อง ทั้ง ๒ คนจึงบอกให้แม่น้ำนั้นไหลเสียงเบา ๆ ซึ่งแม่น้ำนี้ก็ไม่ส่งเสียงดังนักจนทุกวันนี้
ต่อมาทั้ง ๒ ได้แต่งงานกัน และไม่นานนัก นางอูเปียมก็ตั้งท้อง ในระหว่างที่สามลอไปค้าขายนั้น แม่ของสามลอได้หมั้นลูกสาวเศรษฐีไว้ทางบ้าน ชื่อว่านางอูแปม เมื่อสามลอพาเมียตนกลับมาที่บ้านเมืองของตนนั้น แม่ของสามลอก็ไม่ชอบหน้าและเกลียดนางอูเป่ม แต่ไม่กล้าแสดงออกต่อหน้าลูกชายตน ต่อมาจึงได้วางแผนให้ลูกชายของนางไปหาปลามาทุกวัน และทรมานลูกสะใภ้โดยวิธีต่าง ๆ เช่น ทำไม้เฮี้ย (ไม้ซาง)ไว้ที่ราวบันได นางอูเป่มทนไม่ได้ เพราะว่ามีท้องแก่มาก และทั้งมือทั้งเท้าก็ถูกไม้นั้นบาดเป็นแผลหมด จึงหนีออกจากบ้านไปโดยที่ผัวของนางไม่รู้เพราะไปนอนค้าง เฝ้าที่จับปลาอยู่ที่อื่น ตกกลางคืน สามลอก็นอนฝันว่าเห็นช้างเผือกและตนได้ไล่จับช้างเผือกไป และต่อมา ช้างก็ตาย
ฝ่ายอูเปียมเมื่อหนีออกจากบ้านมาก็ได้คลอดลูกออกระหว่างทาง นางอูเปียมจึงเอาลูกไว้ที่ตอไม้ และสั่งความว่า ถ้าพ่อมาตามให้บอกด้วยว่าแม่นั้นเจ็บปวดไปทั้งร่างกายจนทนต่อไปไม่ได้แล้ว นางจึงหนี กลับไปบ้านเกิดของนางและถึงแก่ความตาย
ฝ่ายผัวกลับมาไม่พบเมียแต่เห็นรอยเลือด จึงรู้ว่าแม่ของตนไม่ชอบเมียตน จึงออกติดตามหาเมียซึ่ง ก็ไปพบลูกของตน แต่ลูกนั้นได้ตายไปแล้วและกลายเป็นนก ซึ่งนกก็ถามว่าจะไปไหน สามลอก็บอกว่าจะไป ตามหาเมีย ไปถึงเมืองเมียตนพบว่าที่เมืองนั้นกำลังจัดงานศพเมียของตนอยู่ สามลอจึงเข้าไปหาศพเมีย แต่ชาวบ้านก็ไม่ให้เข้า สามลอจึงล้วงเอาเงินในถุงย่ามออกมาซัดไปโดยรอบ ขณะที่ชาวบ้านไปเก็บเงิน ที่สามลอทิ้งไปนั้น สามลอจึงถือโอกาสเข้าไปหาศพเมียตน และได้เปิดฝาโลงศพแล้วกอดเมีย แล้วใช้มีด แทงตัวแล้วนอนตายกับเมียในโลงศพนั้น
ฝ่ายแม่สามลอรู้ข่าว จึงเอาไม้คานซึ่งเป็นไม้มี ๓ ตามาคั่นระหว่างศพของคนทั้ง ๒ ไว้แล้วก็นำศพ ไปเผา และในระหว่างเผานั้นควันจึงลอยหมุนเป็นเกลียวขึ้นไปบนฟ้า ทั้ง ๒ คนจึงได้เกิดไปเป็นดาวบน ท้องฟ้า จึงมีคำที่ชาวบ้านกล่าว ๆ ไว้ว่า "เดือนสามเยี่ยมขันหมาก เดือนห้าจากกันไป"
*****************************

เจ้าสามลอกับนางอูปิม

เรื่อง เจ้าสามลอกับนางอูปิม นี้ Harold M.Young ได้นำมาเผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษในวารสาร มนุษยศาสตร์ของคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๓ โดยกล่าวว่า จากการศึกษา อย่างละเอียดพบว่า เจ้าสามลอเป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงอาศัยอยู่ที่เมืองกิ๋ง และเมียของเจ้าสามลอเป็น ชาวเมืองเกงตอง ซึ่งเป็นเมืองเล็กริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน เรื่องดังกล่าวนี้ นักเขียนชาวเมืองกิ๋งชื่อเจ้านาวคำแลง (Chaw Naw Kham Leng)บันทึกไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๓ เรื่องนี้มีใจความโดยสรุป ดังนี้
 
เมื่อสิ้นฤดูฝนแล้ว เจ้าสามลอ ซึ่งเป็นหนุ่มรูปงามแห่งเมืองกิ๋งได้นำขบวนวัวต่างเดินทางรอนแรม ไปซื้อเมี่ยงจากชาวปะหล่องที่เมืองตองเปงแล้วนำไปขายที่ตลาดของเมืองเกงตอง ที่ตลาดนั้นเจ้าสามลอ ได้พบและพูดคุยกับสาวงามชื่อนางอูปิม ซึ่งเจ้าสามลอก็ได้บอกรักนางและว่าจะรีบกลับมาแต่งงานโดยเร็ว
เช้าวันรุ่งขึ้น ขบวนวัวต่างของเจ้าสามลอก็เดินทางกลับสู่เมืองกิ๋ง ซึ่งเมื่อกลับถึงบ้าน แม่ของเจ้า สามลอก็บอกว่าได้ไปขอหญิงสาวชื่อนางอูแปมให้เป็นภรรยาเจ้าสามลอไว้แล้ว เจ้าสามลอบอกแม่ว่าตนได้ พบหญิงสวยใจงามซึ่งเดินในน้ำโดยไม่มีคลื่นและเดินบนพื้นฟากโดยไม่มีเสียง แต่นางอูแปมเมื่อเดินในน้ำ เธอก็จม และเมื่อเดินบนพื้นฟาก ตงก็หัก เจ้าสามลอจึงเดินทางไปเมืองเกงตองโดยไม่ฟังเสียงทัดทาน จากแม่ และเบื้องหลังนั้น แม่กับนางอูแปมก็ได้ร่วมกันวางแผนไว้เพื่อที่เจ้าสามลอและภรรยาต้องแยกกัน
เมื่อไปถึงเมืองเกงตองแล้ว เจ้าสามลอได้เข้าพิธีแต่งงานกับนางอูปิมอย่างเอิกเกริก และได้พา นางอูปิมกลับไปเมืองกิ๋งโดยที่ไม่บอกเธอให้ทราบถึงเรื่องของแม่และนางอูแปม เพราะเจ้าสามลอเชื่อว่า ความน่ารักของนางอูปิมนั้นจะทำให้นางเป็นที่ยอมรับ
เมื่อไปถึงแล้ว ความดีงามของนางอูปิมก็ได้สร้างความประทับใจแก่ทุกคนยกเว้นแม่ของเจ้าสามลอ และนางอูแปม นางอูปิมต้องแอบร้องไห้อยู่บ่อยครั้ง นางแม่มักซ่อนมีดไว้ในไหสำหรับนึ่งข้าว เพื่อให้ทำ อันตรายแก่นางอูปิมยามที่เธอเข้าครัวปรุงอาหาร นางแม่ทำให้ขั้นบันไดพลิกเพื่อให้นางอูปิมตกเมื่อนาง ขึ้นเรือน นางอูปิมถูกกลั่นแกล้งดังกล่าวเป็นปีจนนางคลอดบุตรชายคนหนึ่ง ครั้งหนึ่งที่เจ้าสามลอไม่อยู่ นางแม่ได้กลั่นแกล้งนางอูปิมจนนางไม่อาจทนอยู่ต่อไปได้ นางจึงตัดสินใจหอบลูกหนีกลับไปเมืองเกงตอง
นางอูปิมขอร้องคนที่นางพบว่านอกจากสามีของนางแล้ว อย่าได้บอกแก่ผู้ใด ยิ่งเดินทาง นางอูปิม ก็ยิ่งเหนื่อยล้าเพราะอดนอนและกินอาหารไม่พอเพียง จนเมื่อนางไปถึงเกงตองแล้ว คนก็แทบไม่เชื่อว่า นางคือคนที่เคยสง่างามในงานแต่งงานเมื่อปีก่อน ด้วยความทุกข์ระทมและอ่อนล้าทั้งกายและใจ นางอูปิม ก็หมดกำลังใจที่จะดำรงชีวิตต่อไปได้ ดังนั้นหลังจากกลับถึงบ้านแล้วไม่นานนัก วิญญาณของทั้งอูปิมและลูก ก็ได้ข้ามสะพานเงินสะพานทองไปสู่ที่อยู่อันไกลโพ้น
เมื่อเจ้าสามลอกลับถึงบ้านก็พบว่าเมียและลูกหายไปแล้ว ก็เกิดความทุกข์ระคนด้วยความโกรธ จึง สาบานว่าจะแก้แค้นทุกคนที่ทำให้อูปิมหายไป เมื่อเลือกได้คนสนิทจำนวนหนึ่งแล้ว เจ้าสามลอก็ออกค้นหา นางอูปิมทันที และเมื่อทราบจากเด็กเลี้ยงควายว่านางคืนไปเกงตองแล้ว เจ้าสามลอก็รีบติดตามไปทันที
เมื่อเข้าเขตเมืองเกงตองแล้ว เจ้าสามลอก็พบแต่คนที่อยู่ในความหม่นหมอง เมื่อทราบว่าสาเหตุ ของความหม่นหมองนั้นคือความตายของอูปิมและลูกน้อย เจ้าสามลอก็พูดว่าตนจะรีบไปสมทบกับเมียและลูก เมื่อไปถึงบ้านที่ทอดร่างของอูปิมกับลูกนั้น ก็พบว่ามีคนอยู่แน่นขนัดไปหมดไม่เว้นแม้แต่ที่บันได เจ้าสามลอ จึงล้วงเอาเงินในย่ามออกโปรยให้คนกรูไปแย่งกันเก็บจนเส้นทางเปิดโล่งให้เจ้าสามลอ ภาพของอูปิม ที่ปรากฏนั้นดูงามกว่ายามมีชีวิต เจ้าสามลอจึงถลาลงไปรับคมมีดของตนและสิ้นชีวิตอยู่เคียงข้างอูปิม และ วิญญาณของเจ้าสามลอก็ตามไปอยู่คู่กับนาง และด้วยความสงสาร มหาเทพจึงได้ให้เด็กน้อยกลายเป็นนก โพระดกซึ่งส่งเสียงว่า"คด คด" เพื่อด่าย่าของตน ส่วนเจ้าสามลอและนางอูปิมก็ได้กลายเป็นดอกดองดึง อยู่ที่ริมธารแห่งหนึ่ง
เมื่อแม่ของเจ้าสามลอทราบว่าลูกและลูกสะใภ้ของตนตายแล้วเช่นนั้น นางจึงไปหาผู้วิเศษคนหนึ่ง เพื่อให้ช่วยดูว่าทั้งคู่ยังอยู่ด้วยกันหรือไม่ เมื่อได้รับคำตอบว่ามหาเทพได้ให้ทั้งสองเป็นดอกไม้อยู่คู่กันที่ ริมลำธารแห่งหนึ่ง นางจึงได้ตามไปขุดต้นดองดึงขึ้นมาเผาโดยคิดว่าทั้งสองจะต้องอยู่ด้วยกันไม่ได้แม้ใน โลกอื่น แต่กระนั้น มหาเทพก็ยังสงสาร จึงให้ทั้งคู่กลายเป็นดาวอยู่บนฟากฟ้าที่แม่ใจร้ายไม่อาจไปได้ถึง เจ้าสามลอได้กลายเป็นดาวประกายพรึก ส่วนนางอูปิมก็ได้กลายเป็นดาวประจำเมือง และดาวทั้งคู่ก็ร่วม กันทอแสงเจิดจรัสให้คนเห็นอยู่ทุกคืน และในคืนที่ท้องฟ้ากระจ่างนั้น ก็sอาจมองเห็นทางช้างเผือกทาบ ข้ามขอบฟ้า อันหมายถึงเส้นทางของขบวนวัวต่างของเจ้าสามลออีกด้วย
หมายเหตุ พบว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของบุคคลที่มีอยู่จริงในเมืองกิ๋งและเมืองเกงตอง ในรัฐฉาน
 
จาก ด้วยปัญญาและความรัก นิทานของชาวไทยวน นิทานของชาวไทลื้อ นิทานของชาว ไทใหญ่ นิทานของชาวไทเขิน