| |
จิกจอก
(นิทานของชาวไทใหญ่)
ครั้งหนึ่ง
เจ้าเมืองได้สั่งให้จิกจอกเข้าพบโดยส่งหนังสือไปว่า"พรุ่งนี้ให้เข้าเฝ้า"
แต่วันรุ่งขึ้นเขาก็ ยังไม่ไป จน ๗-๘ วันก็แล้วเขาก็ยังไม่ไป เจ้าเมืองโกรธจึงไปตามเจ้าจิกจอกถึงบ้าน
เมื่อไปถึงก็ถาม ว่า ทำไมจึงไม่เข้าเฝ้า เจ้าจิกจอกก็ว่า วันนี้ยังไม่ถึงพรุ่งนี้เลย
ตนก็เลยยังไม่ไป เจ้าเมืองก็จนปัญญา และทำอะไรจิกจอกไม่ได้ เพราะตนเองไม่ได้เขียนวันที่ไว้
อีกครั้งหนึ่งที่เจ้าเมืองไปยืมเงินมาจากแม่หม้ายคนหนึ่งและสัญญาว่าอีกสองเดือนจะใช้คืนให้
ต่อมา เมื่อครบสองเดือนแม่หม้ายมาทวงเงินคืน เจ้าเมืองก็ไม่ยอมให้ อ้างว่าเดือนยังมีดวงเดียวอยู่
แม้จะทวง ถึง ๒-๓ ครั้งก็ไม่ได้คืน ต่อมานางจึงไปหาจิกจอก ซึ่งจิกจอกก็พานางไปหาเจ้าเมืองพร้อมกับเอาขันน้ำ
ไปด้วยและเรียกเจ้าเมืองมา และถามว่าทำไมไม่ใช้เงินแก่เขา เจ้าเมืองก็ว่ายังไม่มีสองเดือน
จิกจอก จึงชี้ให้เจ้าเมืองดูในขันน้ำ ก็เห็นเดือนอีกดวงหนึ่ง เจ้าเมืองจึงต้องใช้เงินแก่แม่หม้ายนั้นไป
วันหนึ่งเจ้าจิกจอกคิดสนุกขึ้นมาอยากจะหลอกชาวเมืองจึงเที่ยวไปประกาศว่า
ที่บ้านของตนมีใบพลู ใหญ่ขนาดปูนอนได้ ชาวเมืองได้ยินดังนั้นก็เกิดความอยากเห็นว่าใบพลูอะไรใหญ่ขนาดนั้นจึงพากันไปที่บ้าน
ของจิกจอก เมื่อไปถึงจิกจอกก็เอาใบพลูขนาดธรรมดานี่เองมาวางแล้วปูนอนจริง
ๆ มาวางบนใบพลูนั้น ชาวบ้านจึงรู้ว่าจิกจอกหลอกเอาเสียแล้ว
ครั้งนั้นพระยาเจ้าเมืองมีช้างตัวพลายเชือกหนึ่ง
และชาวบ้านก็มีช้างพังอีกเชือกหนึ่งมา ช้างพังนั้น เกิดลูกเป็นช้างเผือก
เมื่อพระยาเจ้าเมืองทราบก็อยากได้ช้างเผือกนั้น จึงบอกชาวบ้านนั้นว่าช้างเผือก
นั้นเป็นช้างที่เกิดจากช้างของตน แต่ชาวบ้านไม่ยอม เจ้าเมืองจึงให้คนไปตามเอาจิกจอกมาช่วยตัดสิน
แต่รอเท่าไรจิกจอกก็ไม่มาสักทีจึงตามไปถึงบ้าน ถามว่าสั่งให้มาทำไมไม่มา
จิกจอกก็ว่า ไปไม่ได้เพราะ เกาะทรายถูกไฟไหม้จึงข้ามไปไม่ได้ เจ้าเมืองก็ว่าเป็นไปไม่ได้ที่เกาะทรายจะถูกไฟไหม้
จิกจอกจึงย้อน ตอบไปว่า ก็นั่นแหละ เกาะนั้นไฟย่อมไม่ไหม้ เช่นเดียวกับช้างพลายของท่านเจ้าเมือง
ก็ย่อมไม่สามารถ เกิดลูกได้เหมือนกัน เจ้าเมืองจึงจนปัญญาและยอมแพ้แก่เจ้าของช้างเผือกนั้น
เมื่อเจ้าแผ่นดินรู้ว่าเจ้าจิกจอกไม่เข้าข้างตนก็โกรธและไล่ให้ไปอยู่ที่อื่น
และสั่งว่าถ้าแผ่นดินไม่พลิก กลับก็อย่าได้กลับมาให้เห็นหน้าอีก เขาก็ออกจากเมืองนั้นไป
พอถึงฤดูฝน เจ้าจิกจอกก็กลับมา เมื่อ เจ้าเมืองเห็นก็จึงจะฆ่าเขาแต่จิกจอกก็แก้ตัวว่าก็เดี๋ยวนี้แผ่นดินพลิกกลับแล้ว
ไม่เชื่อก็ไปดูที่ทุ่งนา ชาวนา เขากำลังไถนาพลิกแผ่นดินอยู่นั่น เจ้าเมืองก็ต้องเสียทีแก่จิกจอกและยอมให้เขาอยู่ต่อไป
ครั้งหนึ่งพระที่วัดนั้นแอบไปสังวาสกับม้าของวัด
และจิกจอกแอบไปเห็นเข้าจึงคิดจะแกล้งพระ เขา จึงเอาไฟไปจี้อวัยวะเพศของม้านั้น
ต่อมาพระก็แอบไปทำอีกแต่ครั้งนี้ม้าเจ็บจึงเตะเอาพระรูปนั้น พระก็ โกรธ
จึงให้จิกจอกเอาม้าไปขายเสีย จิกจอกก็เอาม้าไปขายได้เงินมาก็เก็บเอาไว้
ไม่ยอมให้พระโดย อ้างว่าเจ้าของเขานัดให้ไปเอาเดือนหน้า ต่อมาเมื่อถึงกำหนดที่จะต้องไปเอาเงิน
พระก็ใช้จิกจอกไป ทวงเงิน จิกจอกก็ทำทีไปทวงแต่ก็กลับมาบอกกับพระว่ายังไม่ได้และตอนนี้ม้าตัวนั้นก็เกิดออกลูกมาตัวหนึ่ง
มีหน้าตาเหมือนพระมาก พระก็กลัวว่าเรื่องจะแตกเพราะตนเองได้สังวาสกับม้า
จึงบอกจิกจอกว่าไม่ต้อง ไปทวงแล้ว ยกให้เขาไปเถอะ
ครั้งหนึ่งจิกจอกมีความผิดร้ายแรง
เจ้าเมืองจึงจะประหารชีวิตในอีก ๗ วันข้างหน้าแล้ว เขาก็จับ เอาจิกจอกใส่กรงไปแขวนไว้ที่ริมฝั่งน้ำ
บังเอิญตอนนั้นมีเรือสินค้าจากจีนผ่านมาในแม่น้ำและเห็นกรงที่ เขาเอาจิกจอกใส่แขวนอยู่ริมฝั่งน้ำ
ก็เกิดความสงสัยจึงเข้าไปถามว่าทำไมถึงถูกจับขัง ด้วยปฏิภาณที่ไว จิกจอกก็บอกว่าคนในเมืองนี้จะเอาเขาเป็นเจ้าเมือง
เขาไม่ยอมเป็น พวกนั้นจึงนำเขามาทดลองความ อดทนอยู่ที่นี่ อีก ๗ วัน
เขาก็จะมารับเอาไปเป็นเจ้าเมือง แล้วจิกจอกก็ว่า ถ้าท่านอยากเป็นเจ้าเมือง
ก็เข้ามาอยู่แทนเราสิ เจ้าของเรือนั้นก็หลงเชื่อว่าเป็นจริงจึงยอมเข้ามาอยู่ในกรงแทนและได้ยกเรือนั้น
ให้เจ้าจิกจอกไป ครั้นอีก ๗ วันต่อมา พวกชาวเมืองก็มาตัดเชือกกรงนั้นให้จมน้ำ
เจ้าของเรือก็ตายแทน เจ้าจิกจอก ฝ่ายเจ้าจิกจอกนั้นก็ได้กลับไปหาเจ้าเมืองอีก
เมื่อเจ้าเมืองเห็นก็ประหลาดใจเพราะคิดว่าจิกจอกจมน้ำตายไปแล้ว
ซึ่งจิกจอกก็ตอบว่าตนเองได้ ตายไปแล้ว ได้ไปพบปู่ย่าตายายของเจ้าเมืองหลายคนที่ตายไป
และคนเหล่านั้นได้สั่งให้ตนเองมาบอกแก่ เจ้าเมืองว่าให้ไปพบ เขาจะมอบทรัพย์สมบัติหลายอย่างให้
เจ้าเมืองก็เกิดอยากได้สมบัติจึงให้คนสร้าง กรงและเอาญาติพี่น้องไปด้วยมากมายแล้วก็ปล่อยให้จมน้ำไปจริง
ๆ
จาก
ด้วยปัญญาและความรัก นิทานของชาวไทยวน นิทานของชาวไทลื้อ นิทานของชาว ไทใหญ่
นิทานของชาวไทเขิน
|
|