| |
ชาตาบ่ากอกแห้ง
(นิทานของชาวไทยวน)
ชายสองคนเป็นเพื่อนกันและได้สัญญากันว่า
จะไม่ละทิ้งกัน ต่อมาทั้งสองไปค้าขายจึงพูดย้ำว่า ถ้าหากใครได้ดีก็ให้มาช่วยเหลือกัน
เมื่อทั้งสองแยกทางกันไปแล้ว คนหนึ่งไปได้ดี ได้แต่งงานกับลูกเศรษฐี
แต่ อีกคนหนึ่งก็ยากจนลงจนต้องเป็นขอทาน คนที่ได้ดีก็คิดจะช่วยเพื่อนที่มาขอทาน
เขาก็เอาเงินใส่ในลูกฟัก มอบให้ ขอทานนั้นได้ลูกฟักแล้วก็จากไป ซึ่งก่อนที่จะไปเพื่อนเศรษฐีก็กำชับว่าให้เอาฟักไปแบ่งให้ลูกให้เมีย
กินกัน ห้ามเอาไปขายหรือไปผ่าที่ไหน เมื่อเขาเดินผ่านตลาดก็มีคนขอซื้อฟักนั้น
เขาก็ไม่ยอมขาย ชายนั้น ก็ถามไปอีกว่า จะขายในราคาเท่าไรก็จะซื้อหรือจะแลกสิ่งใดก็ได้
ในที่สุดชายขอทานนั้นก็ขายฟักนั้นไปและ เอาเงินค่าฟักนั้นไปใช้จนหมด
เมื่อเงินที่ได้จากการขายลูกฟักนั้นหมดแล้ว
ชายขอทานก็ไม่รู้จะไปขอใครอีก จึงกลับไปหาเพื่อนอีก และบอกเศรษฐีว่ามีคนมาแย่งลูกฟักที่ให้ไปนั้นเสียแล้ว
เศรษฐีก็เอาทองใส่ในลูกฟักให้ไปอีกพร้อมกับกำชับ ให้เอาฟักนั้นไปถึงบ้านจริง
ๆ ขอทานก็รับเอาใส่หาบไป เมื่อหาบไปนานเข้าก็หนักจึงเอาวางไว้ ก็มีคน
มาขอซื้อหลายราย จนในที่สุดก็คิดว่าฟักนั้นมีรอยเจาะแล้วและที่บ้านก็ไม่มีข้าวจะกิน
จึงเอาฟักไปแลกข้าว เมื่อข้าวหมดก็กลับไปหาเศรษฐีอีก เศรษฐีก็ถามถึงฟักทองซึ่งชายขอทานก็บอกว่ามีคนมาแย่งไป
เศรษฐีก็คิดว่าเพื่อนของตนคนนี้ไม่มีวาสนา
และคิดจะหาทางช่วยต่อไปอีก จึงขุดหลุมสามหลุม เอา ทองใส่หลุมหนึ่ง เงินใส่หลุมหนึ่ง
และเอามะกอกแห้งใส่อีกหลุมหนึ่ง และเอาธนูให้เขายิงไปที่หลุม ถ้าลูก
ธนูไปถูกหลุมไหนก็จะได้สิ่งของในหลุมนั้นไป ชายขอทานก็ยิงธนูไปตกที่หลุมมะกอกแห้งทั้ง
๒ ครั้ง จึงเป็น อันว่าชายขอทานนั้นไม่มีชาตาจะได้เงินหรือทอง คงได้เพียงแต่มะกอกแห้งเท่านั้น
จึงนับว่าชาตาของชาย คนนั้นเป็น ชาตาบ่ากอกแห้ง คือคนที่ไม่มีโชค
จาก ด้วยปัญญาและความรัก
นิทานของชาวไทยวน นิทานของชาวไทลื้อ นิทานของชาว ไทใหญ่ นิทานของชาวไทเขิน
|
|