|
|
|
|||
|
|
|
|||
|
|
ลุงปาฟังและพูดภาษาไทยได้ แม้เสียงพูดจะแปร่งๆ ฟังสำเนียงคล้ายภาษาลาวฟังยากอยู่ แต่ก็พอที่จะสื่อสารกันได้ ลุงปาเล่าว่า ชาวตองเหลืองทุกคนจะได้รับการเจาะหูทั้งผู้หญิงผู้ชาย ซึ่งการเจาะหูนี้ทำกันเรื่อยมานานแล้ว โดยจะนิยมใช้ไม้ผ่าแหลมๆ แทงหรือเจาะเข้าไปตรงติ่งหู ในขณะที่ยังอยู่ในวัยเด็ก และเสียบคาไว้ จนกระทั่งไม้นั้นแห้งและหลุดออกจากติ่งหูเอง รูที่เจาะจะมีขนาดค่อนข้างกว้างใหญ่สะดุดตา บ้างก็ว่าเพื่อไว้เสียบดอกไม้ แต่ปัจจุบันก็ไม่ค่อยเห็นตองเหลืองนำดอกไม้มาเสียบมากนัก ใบหูลุงปาก็ได้รับการเจาะมาตั้งแต่เด็กทั้งสองข้าง
เหมือนที่บรรพบุรุษตองเหลืองทำต่อๆ กันมา เมื่อลุงปายังหนุ่ม และพี่น้องกลุ่มตองเหลือง
ยังมีชีวิตเร่ร่อนอาศัยอยู่ในป่าลึกแถบดอยภูเค็ง อำเภอเวียงสา ตะเข็บรอยต่อระหว่างจังหวัดน่านกับจังหวัดพะเยา
แกเล่าให้ฟังเรื่องการหาของป่าล่าสัตว์ การขุดเผือกขุดมันเก็บผลไม้ชนิดต่างๆ
ที่ใช้เป็นอาหารได้ การปีนต้นไม้ใหญ่เพื่อตีรังผึ้ง การออกล่าชีวิตสัตว์ใหญ่น้อย
โดยใช้เครื่องมือเพียงหอกและมีดเท่านั้นก็สามารถล่าหมูป่า ฟาน(เก้ง) เม้น
ชะมด งูเหลือม หรือแม้กระทั่งช้าง เสือ หมี เป็นต้น มาแบ่งกันกินในกลุ่มของตองเหลืองได้
และใบหูทั้งสองข้างของลุงปา เหตุเกิดตอนลุงปากับตองเหลืองหนุ่มๆ
ออกไล่ล่าฟาน ต่างวิ่งดักล้อมเพื่อนำกลับมาเป็นอาหารยังชีพ ฟานตัวนั้นวิ่งหนีเข้าพงรก
ลุงปาวิ่งตามไป อารามรีบร้อนไม่ทันได้ระวัง จึงโดนหนามเกี่ยวใบหูข้างขวาตรงรูที่เจาะไว้
ขาดวิ่นติ่งหูห้อยรุ่งริ่ง ฟานตัวนั้นหนีรอดไปได้ แต่ลุงปาต้องเสียลักษณะใบหูข้างขวาไป
และเหลือเพียงเรื่องราวไว้ให้จดจำ เกี่ยวกับหลังหูซ้าย ก็เกิดจากการปีนต้นไม้ตีผึ้งเอาน้ำผึ้ง
สภาพใบหูของลุงปาบ่งบอกถึงเรื่องราวการใข้ชีวิตในป่าของชนเผ่าตองเหลืองในอดีต
แต่สำหรับชีวิตตองเหลิองยุคปัจจุบันที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ลองถามลุงปาว่า
เด็กตองเหลืองรุ่นใหม่ๆ ทุกวันนี้ยงมีการเจาะหูกันอยู่หรือไม่ ลุงปาตอบว่าแล้วแต่ใครจะเจาะก็เจาะ
แต่เท่าที่สังเกตดู เด็กๆ ตองเหลืองจะไม่มีใครนิยมเจาะหูกันแล้ว และไม่ได้เป็นข้อบังคับว่าต้องเจาะหู
เพียงแต่นิยมทำต่อๆ กันมาเหมือนกับการที่ผู้ชายส่วนใหญ่นิยมสักลายตามลำตัว โดย
พีรพงศ์ พิทักษ์ ตีพิมพ์ครั้งแรก หนังสือ พลเมืองเหนือรายสัปดาห์ ฉบับที่
30 ประจำวันที่ 20 - 26 พฤษภาคม 2545
|
|||
|
||||||
|
|
|
|||||