|
|
|
|||
|
|
|
|||
|
|
ไอ้เราก็ฝังจำจากคำบอกเล่าของย่ากระทั่งมาเขียนเรื่องเจ้าจันท์ผมหอม
นิราศพระธาตุอินทร์แขวนก็ยังใช้ภาพเดิมในความจดจำ ไม่ได้ใช้ภาพจริงจากของจริงที่มีอยู่ณ
ท้องถิ่นไกลแสนสุดแดนฟ้าหลั่งหากได้เห็นของจริงก่อน รับรองได้ว่าโลกนี้ไม่มีวรรณกรรมเรื่องเจ้าจันท์ผมหอม
เพราะในความเป็นจริงทางภูมิศาสตร์ การเดินทางสะดวกสบายพอสมควร
กิจกรรมในรถก็ไม่น่าเบื่อ ไกด์คล่อง สมาชิกร่วมทัวร์เป็นกันเอง ผู้รอบรู้ประจำกลุ่มคืออาจารย์วิถีก็รู้จริง
เมื่อไปถึงฐานพระธาตุ พวกเราจะต้องเดินขึ้นหรือนั่งเสลี่ยงขึ้นไป ผมเลือกเดินทั้งที่ไม่แน่ใจเรื่องหัวเข่า แรงบันดาลใจยิ่งใหญ่ก็คือได้เห็นคนขาเดียวเดินขึ้นพระธาตุ นึกมานะขึ้นมาว่ากูสองขา หากเดินไม่ไหวค่อยพักไปตามทาง ยังไงๆก่อนตะวันตกดินก็คงถึงมั้ง อีกอย่างก็นึกอายอาจารย์วิถี
ท่านเองเพิ่งผ่าหัวเข่ามาไม่นาน ท่านยังเดินขึ้นเลย ทางขึ้นเป็นทางรถยนต์
คดโค้งขึ้นไปเรื่อยๆ การเดินทางจากเชียงใหม่ไปไหว้พระธาตุอินทร์แขวนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
หากไม่ร่ำรวยมากมีทั้งธนานุภาพและพลานุภาพอย่างพ่อเลี้ยงปะหล่องต่องสู่ ขณะเดินขึ้นแล้วหอบแฮ่ก
ๆ ไปด้วยกัน อ.ผ่องพรรณแห่งสำนักหอสมุด อันนี้เป็นคำตอบเล่นๆ มึงฮาบ่าอี่เป็นคำพูดธรรมดาสามัญของคนพื้นบ้านล้านนาเรา ไม่มีนัยทางลบหลู่ดูแคลนหรือประณามหยามเหยียดอะไร อันนี้ก็แล้วแต่ใครจะคิด ขณะตอบคำถาม ผมไม่ได้คิดถึงพ่อเลี้ยงเพราะพ่อเลี้ยงอยู่ในวิสัยที่จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น แต่ผมคิดถึงเจ้าหล้าอินทะ สิบเจ้าหล้าก็พาเจ้าจันท์มาไหว้พระธาตุอินทร์แขวนไม่ได้ คิดถึงเจ้าหล้าอินทะในนิยายเรื่องเจ้าจันท์ผมหอม คิดถึงเจ้าน้อยสุขเกศมในเรื่องจริง แล้วมาคิดถึงสัจธรรมกระท่อนกระแท่นบางประการของชีวิต ไม่ได้คิดยืดยาวทะลุโล่งทั้งระบบเพราะหอบแฮ่กๆน้ำลายเหนียวเต็มคอ คิดถึงนัยบางประการที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการเดินทางไปแสวงบุญของศาสนิกศาสนาต่าง ๆ บางคนไปถึง
บางคนไปไม่ถึง บ้างไม่ประจักษ์ด้วยซ้ำว่าไปทำไม แต่ถึงอย่างไร การได้ร่วมทัวร์ไปกับคณาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ครั้งนี้ได้บุญ
หนังสือพลเมืองเหนือรายสัปดาห์ ฉบับที่ 30 ประจำวันที่ 20 - 26 พฤษภาคม 2545 |
|||
|
||||||
|
|
|
|||||