lannaworld.com
โลกล้านนา
ติดต่อโฆษณา | ส่งความคิดเห็น About Us | Shopping | Lannaworld Mail   
หน้าแรก
   


ซะป๊ะเรื่องเมืองล้านนา

 
ตัวเมือง เรื่องเล่า "ตำนานพระแม่กุ 3"

ตำนานพระแม่กุนำเสนอมาแล้วสองตอน ผมเองไม่อยากตีความหรือเล่าความเห็นสอดแทรก เพราะจะทำให้บทความยาวยืด อยากให้ท่านผู้อ่านได้พิจารณาเอง การนำเสนอในที่แห่งนี้ไม่ใช่การถ่ายถอดตัวอักษรแบบที่เรียกว่าปริวรรต เพราะการปริวรรตมักมีปัญหาต่อผู้ไม่เข้าใจระบบการเขียนตัวเมือง ผมใช้วิธีถอดคำโดยนึกถึงอักขรวิธีอักษรไทยกลางเป็นหลัก เกลาบ้างแต่ก็น้อยมาก ที่เกลาก็เพื่อให้คนที่ไม่คุ้นเคยกับตัวเมืองได้เข้าใจง่ายขึ้น หากตรงใดเห็นว่าจะยากต่อการทำความเข้าใจ ก็จะวงเล็บคำแปลไว้

ตำนานต่อจากตอนที่แล้วดังนี้ครับ

ในขณะนั้นบ้านเมืองทั้งมวลก็เป็นโกลาหลทุกบ้านทุกที่ ทุพภิกขภัยอยากน้ำกลั้นข้าวมากนัก บ้านเหนือรบบ้านใต้ บ้านใต้รบบ้านเหนือ ครุบชิงกันเอาข้าวของหั้นแล บ้านเมืองก็ตระหมอดหอดหิวแห้งแล้งมากนัก น้ำฟ้าสายฝนก็บ่ตกลงมาได้ ครั้นฝนจักตกลงมานั้น เทพดาอารักษ์ เชนเมืองก็แต่งหื้อลมมาตีมาพัดกลับหายไปเสียหั้นแล พันดั่ง(ส่วน,อันว่า)บริวารแห่งกุมภัณฑ์ก็มาเนรมิตเพศเป็นแร้งบินขึ้นไปหาอากาศห้ามฝนเสียหั้นแล

เสนาอำมาตย์เก่ากับเมืองทั้ง4ทั้ง8ก็มาสังเวชเสียยังศาสนาพระพุทธเจ้าแท้หนอว่าอั้น เขาก็พากันไปไหว้สามหาราชครูเจ้าเป็นเค้าแลสมเด็จสามีสังฆราชมหาเถระเจ้าทุกคนหั้นแล เขาก็พร้อมเพรียงกับด้วยกันทั้งภายในและภายนอก ทัดแม่นกับด้วยกัน(เห็นพ้องต้องกัน) หื้อภายนอกเข้าไปไหว้สามหากษัตริย์เจ้าก็บ่ได้ เขาก็กลัวตาย เหตุว่ามหากษัตริย์เจ้าตนนี้มักฟังคำเสนาใหญ่ชะแล บ่มีคำพิจารณาถี่ถ้วน พระยามังทราตุจอและโป่มังหลุงล้างมันชังเสนาอำมาตย์เก่าผู้ใด มันก็สนส่อกษัตริย์เจ้าหื้อพวกฆ่า(เพชฌฆาต)เอาไปฆ่าเสียหั้นแล เหตุนั้นหาผู้จักไหว้สา(กราบทูล)ก็บ่ได้ เขาก็ปรึกษากันว่าหื้อพากันไปพร้อมเดียวกันทั้งภายในและภายนอก ผิว่ากษัตริย์เจ้าจักฆ่าตายก็ตามที่มันเทอะ เขาก็พากันทั้งภายในและภายนอก ภายในหมายมีสาธุเจ้าราชครูเป็นเค้า และสมเด็จสามเจ้าสังฆราชเจ้ามหาเถระและสังฆะเจ้าทั้งหลาย ภายนอกมีพระยาแสนหลวงเป็นเค้า และพระยาสามล้าน พระยาจ่าบ้านและพระยาเด็กชาย พระยาแขก พระยาชัย อำมาตย์มงคล พระยาสุลวะลือชัย พระยามังคละสุภอักษร พระยาเมฆะมงคล พระยาศรีชัยชนะมงคล พระยาปราบสงคราม เขาท่านทั้งหลายก็พากันเข้ากราบทูลนมัสการไว้สายังพระมหากษัตริย์เจ้าแม่กุว่าบัดนี้เราทั้งหลาย ทั้งภายในและภายนอก ก็มาขอมีธรรมเมตตากับมหาราชอุปราชกษัตริย์จอมเจืองเจ้าฟ้า ด้วยมหานคระสัณฐานบ้านเมืองมหาราชเจ้าทั้งมวลก็เป็นอันเหี่ยวแห้งมากนักแท้แล ก็เพราะว่าเอาผ้าสี่แจ่งมาแปลงถง(เอาผ้าเช็ดหน้ามาทำย่าม) เอาคนต่างเมืองมาแปลงเสมียน ก็ผิดโบราณจารีตเสียแล้วแล เหตุนั้นบ้านเมืองทั้งมวลแห่งมหาราชกษัตริย์เจ้าก็ลวดตระหมอดหอดหิว แห้งแล้งร้อนไหม้ฉันนี้ เราก็ขอมีธรรมเมตตา มหากษัตราเจ้าฟ้าจุ่งมีความมุทูกรุณายังศาสนาพระพุทธเจ้าและปาณสัตว์และคนทั้งหลาย อันเป็นหย่อมหญ้าข้าเมืองแห่งพระมหากษัตริย์เจ้านั้นเทอะ

กษัตริย์จอมเจืองเจ้าฟ้าก็ไหว้สาถามมหาราชครูเจ้าว่ามันขึดด้วยเหตุฉันใดนั้นชา(นั้นหนอ)

มหาราชครูเจ้าก็เทศนาไขบอกหื้อแจ้งทุกประการ ด้วยมีเหตุหลายประการนานาต่างๆ เหตุปฐมะถ้วน1นั้นด้วยเหตุเอาขอนผีออกทางช้างเผือกแล้วเกี้ยวไปทางแจ่งหัวริน ย่ำอายุเมืองแล ในพระยาช้างเผือกสองตัวหัวเวียงและพระยาราชสีหะสองตัวหัวเวียงนั้นมันก็บ่หื้อไผไปอบรมสมโภชได้ เหตุถ้วน2นั้นด้วยสร้างเวียงใหม่อมเวียงเก่าหื้อเป็นองค์ราหูคาบเวียงนั้นแล เหตุถ้วน3นั้นก่อกู่หื้อเหมือนเจดีย์ไว้กับเมืองสามแห่งนั้นแล เหตุถ้วน4นั้น เหตุด้วยหื้อคนไปกวนควี(รบกวน)หนองบัวเจ็ดกอนั้นหื้อแห้ง ห้วยแก้วก็หื้อไปตึดเสียหั้นแล(น้ำห้วยแก้วก็ให้ไปอุดเสียนั่นแหละ) เหตุถ้วน5นั้นสร้างวัดไว้กับเวียงหลัง1วันออกแจ่งใต้ในเวียง เหตุถ้วน6นั้นด้วยไม้โลงผีเอาไปทุมแล้วเอาเข้ามาบ้านเมืองนั้นแล เหตุถ้วน7นั้นเอาขอนผีเผายังน้ำและเกาะทราย เหตุถ้วน9(ไม่ปรากฏเหตุข้อที่8)คนทั้งหลายบ่หื้อพลีกรรมปูชายังเทพดาอารักษ์ เชนบ้านเชนเมือง เสาหินอินทขีลและกุมภัณฑ์ทั้งหกตน และปู่แสะย่าแสะดอยเหนือดอยใต้ก็ห้ามเสีย บ่หื้อไปเลี้ยงนั้นแล เหตุถ้วน10นั้นถึงเดือน9เดือน10เดือน11 12 ก็ได้เกณฑ์คนทั้งหลายไปฟันไม้ใหญ่ แต่เดือน9ออกจนถึงเดือน12ดับจึงจักเลิกออกมาอยู่ยังบ้าน ในย่านเดือน5 6 7 8 นั้นก็บ่ไปฟันนั้นทุกปีหั้นแล ไม้อันเขาหล่อมานั้นก็ไปเทพนังอันคนทั้งหลายป้านใส่นานั้นก็หยาดหลุพังไป(ขอนไม้ที่ล่องมาตามลำแม่น้ำก็ไปกระแทกพนังที่คนทั้งหลายแบ่งน้ำเข้านาพังไป) คนทั้งหลายก็บ่ได้ไถนาหว่านกล้าสักปี เหตุถ้วน11นั้นด้วยมหาราชเจ้ามีอาชญาหื้อคนพาลาไปเก็บส่วยไรล้ำล้นพ้นประมาณ ไพร่ฟ้าข้าเมืองหาสังจักออกจักเสียก็บ่ได้ เขานั่งไหนไห้หั้นแล

เหตุการณ์ทั้งหลายดั่งกล่าวมานี้ขอมีธรรมเมตตา ขอมหาราชเจ้าจุ่งละรีตใหม่ฝูงนี้เสียเทอะ หื้อเอารีตเก่าอาชญาเก่าตามเดิมนั้นเทอะ ด้วยขอนผีอย่าได้เอาออกประตูช้างเผือก หื้อเอาออกประตูสวนพุงและประตูไหยาตามเดิมเทอะ ด้วยกู่สามหลังและวัดหลังหนึ่งก็หื้อได้เทเสีย ด้วยหนองดอกบัวเจ็ดกอนั้นก็หื้อ…เสีย อย่าหื้อน้ำได้แห้งสัก…ด้วยไม้โรงผีนั้น ผิเผาทุมแล้วก็อย่าได้เอาไม้ชุมนั้นเข้ามาบ้านมาเมืองเทอะ ด้วยส่งสการ(สุงสุการ,การปลงศพ)ในเวียงในเมืองยังวัดยังเกาะทรายและยังน้ำนั้น ก็อย่าหื้อได้กระทำเทอะ ด้วยสร้างเวียงใหม่อมเวียงเก่าหื้อเป็นองค์ราหูคาบเวียงนั้นก็หื้อเทเสียแล

เทพดาอารักษ์เสื้อบ้านเสื้อเมืองก็หื้อได้แต่งพลีกรรมปูชาเลี้ยงตามอุปเทศมาแต่หนหลังทุกแห่งทุกที่เทอะ ด้วยทำการหน้าลงนาเยียะข้าวนี้ ขอมีธรรมเมตตาผายโผดประชาณาราษฎร์ไพร่ฝ้าข้าเมืองทั้งหลายทั้งมวล เหตุว่าไม้นั้นเทพนังแก่เขา ก็หาน้ำจักมาใส่นาบ่ได้หั้นแล ในตัวพระยามังทราตุจอและโป่มังหลุงล้าง มันสองคนนี้หากเป็นเค้าแล เจ้านายท้าวพระยาทั้งมวลก็ขอมีธรรมเมตตากับมหาราชกษัตริย์จอมเจืองเจ้าฟ้าหื้อได้ซะหัวมันเสีย(อาจจะหมายถึงกุดหัว) อย่าได้เอามาคิดราชการกับบ้านเมืองสืบต่อไป อย่าได้ไว้ชีวิตแก่มันเทอะ ในบ่า(ไอ้)สองคนนี้ มันบ่ใช่จักได้มาดี จักมาเป็นไฟในจ่าน(ริ)เอาบ้านเมืองแห่งมหาราชชะแล ขอมีธรรมเมตตามหากษัตริย์จอมเองเจ้าฟ้าจุ่งเอารีตเก่ารอยหลังนี้เทอะ

ในจารีตฮีตฮอยมาเช่นพ่อเช่นแม่มาแต่ก่อนแต่เดิม เนื่องเป็นอันหนักแท้ไซร้ บ่อาจจักเทรีตได้แล จักเปลี่ยนรีตพลับบ่ได้ เหตุว่าจารีตฮีตฮอยนี้เป็นอันหนักนักแท้แล รีตไผก็พอรีตมัน รีตเมืองอังวะก็พอเมืองอังวะ รีตเมืองอโยธิยาก็มีพอเมืองอโยธิยาแล รีตคูลวาก็มีพอเมืองคูลวา รีตห้อก็มีพอเมืองห้อแล รีตเมืองพิงค์เชียงใหม่เรานี้มีเชื้อใด ก็ขอพอมีธรรมเมตตามหาราชเจ้ากษัตริย์จุ่งอนุญาตเอาตามรีตเก่ารอยหลัง มีเชื้อใดก็ขอกับตาม อย่าได้ละจารีตฮีตฮอยเก่าหลังนั้นแท้เทอะ มหานนคระสัณฐานบ้านเมืองแห่งมหากษัตริย์เจ้าก็จักวุฒิจำเริญด้วยเตะฤทธี ศรีสัมปัตติ ก้านกุ่งรุ่งเรืองด้วยข้าวหนาปลาเท้า ต่อน้ำฟ้าสายฝนก็บริบูรณ์ คือว่าฤดูหนาว ฤดูร้อน พีชชะเครื่องปลูกของฝังแก่ประชาณาราษฎณ์ก็จักบริบูรณ์ชะแล ดั่งตัวมหากษัตริย์เจ้าก็จักมีอายุยืนยาวบ่ออย่าชะแล

มหาราชครูเจ้าบอกกล่าวฉันนี้แล้ว มหากษัตริย์เจ้าก็ว่าไปร้อนใจสัง(ร้อนใจทำไม) บ้านเมืองพอปุนอี้(บ้านเมืองถึงขนาดนี้)

คนทั้งหลายทั้งภายในและภายนอกก็พากันมายั้งอยู่ได้7วัน ภายในภายนอกมีมหาราชครูเจ้าเป็นเค้าและท้าวพระยาทั้งหลายก็พากันเข้าไหว้สาแถม เมตตามหากษัตริย์เจ้าแถม กษัตริย์ก็ว่าจักคิดฉันใดดีก่อนแลว่าอั้น พระธัมมะสังฆะเจ้าก็เลิกออกมา(ก็พากันกลับออกมา) ฟังดูก็ได้หลายวันมาแล้ว ก็บ่ว่าเชื้อใด เสนาอำมาตย์ทั้งหลายก็ไหว้สามหาราชครูเจ้าว่าเราทั้งหลายทั้งภายในและภายนอกก็ควรพากันเช้าไปไหว้สาเมตตาแถมหื้อพอสามทีเทอะว่าอั้นแล้ว หมายมีมหาราชครูเจ้าเป็นเค้าและธัมมะสังฆะเจ้าทั้งหลาย ทั้งภายในภายนอกหมายมีพระยาแสนหลวงเป็นเค้าและท้าวพระยาเจ้านายทุกตนก็พากันเข้ากราบทูลไหว้สาขอเมตตาพระมหากษัตริย์เจ้า ด้วยนคระสัณฐานแห่งมหากษัตริย์เจ้า จุ่งได้โผดผายต่อศาสนาและประชาณาราษฎร์อันเป็นข้าแห่งมหากษัตริย์เจ้าแด่เทอะ กษัตริย์เจ้าก็ตุมหิบ่ปากหั้นแล พระสังฆะเจ้าทั้งหลายหมายมีมหาราชครูเป็นเค้าและเจ้านายท้าวพระยาก็ว่าตามที่มันเทอะ แผ่นดินเจ้า คนเจ้า ว่าอั้นทุกคนหั้นแล

(อ่านต่อฉบับ 3..)

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 
มาลา คำจันทร์
   
ติดต่อโฆษณา | ส่งความคิดเห็น About Us | Shopping | Lannaworld Mail   
มีข้อแนะนำ ติชม ติดต่อได้ที่ : webmaster@lannaworld.com
 
© 2002 lannaworld.com All rights reserved. สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ (โลกล้านนา)