lannaworld.com
โลกล้านนา
ติดต่อโฆษณา | ส่งความคิดเห็น About Us | Shopping | Lannaworld Mail   
หน้าแรก
   


ซะป๊ะเรื่องเมืองล้านนา

 
ตัวเมือง เรื่องเล่า "ครูบาเล่าเรื่องเสือ"

เรื่องเสือ ครูบาเล่าไว้ในปฐมมูลโลกว่า...

นอกจากนั้น(ย่าโหวา)ซ้ำแปลงเสือแถม เสือก็นัก กินงัวกินควายจนพอฉิบหาย ชายสองคนพี่น้อง(ที่เป็นน้องของย่าโหวา)ก็แปลงปืนไล่ยิงเสือแถม ต่อนั้นมาคนทั้งหลายก็แปลงปืนยิงเสือถึงกาละบัดนี้

เสือก็มีหลายประการ คือเสือโคร่ง เสือลายมะบ้า เสือแผ้ว เสือไฟ เสือโคร่งตัวใหญ่ประมาณเท่างัวสื่อ(วัวสาว) ร้องเสียงดังอ้าววุ้ม อ้าววุ้ม เสียงมันไปไกลประมาณห้าหว่างกิโลเมตร

เสือลายมะบ้า ตัวใหญ่ประมาณเท่างัวน้อยได้น้องหนึ่ง(ขนาดลูกวัวที่ได้น้องหนึ่งตัว) ร้องเสียงดังคะคือ คะคือ เสียงไปไกลประมาณสามหว่างกิโลเมตร เสือแผ้ว ตัวใหญ่ประมาณเท่าหมาตัวใหญ่ๆ ร้องดังคุงๆ เสียงดังไปไกลประมาณสองหว่างกิโลเมตร เสือไฟตัวใหญ่ประมาณเท่าแมวตัวใหญ่ๆ ร้องเสียงดังพงๆ เสียงดังไปไกลประมาณร้อยวา

เดิมเสือสีเหลืองสีหม่น ต่อทีหลังชวนกันกับไก่ กระต่ายไปเกี่ยวคา ก็ไปตั้งปางอยู่ที่หนึ่งแล้ว ก็ปันมื้อกันอยู่ปาง หื้อไก่อยู่ก่อน ไก่ก็ไข่ จ่าว(ทอด)ทำกินไว้ถ้า ถึงเสือแลกระต่ายมาก็ได้กินไข่จ่าว ถ้าแถมมื้อหนึ่ง กระต่ายก็มาผกผ่อ(แอบดู)ไก่ ไก่คะตาก(กระต๊าก) ไข่สดออก(ไข่พรวดออก) คะตาก ไข่ก็สดออก ก็จ่าวไข่ไว้ถ้า

ถึงมื้อกระต่าย กระต่ายก็ร้องว่าคะแต็ก คะแต็ก ขี้ก็สดออก กระต่ายก็เอาขี้ยำพริกยำเกลือไว้ถ้า

ถึงมื้อเสือ เสือก็ไปติ๊(ตะปบ)เอางัวน้อยอมาทำกินไว้ถ้า กระต่ายก็ผกผ่อ ถึงมื้อกระต่าย ก็ไปติ๊งัวน้อย งัวน้อยก็ขวิดหัวปูดหัวพอง ก็กลับมาบุบ(ทุบ)หม้อข้าวหม้อแกง ก้อนเส้าเตาไฟก็บุบเสียแล้ว ก็นอนห่มผ้าขึงหัวขึงตีนอยู่ที่นอน

เสือกับไก่มา ก็หันกระต่ายนอนห่มผ้าขึงหัวขึงตีนอยู่ เสือก็ถามว่าเป็นสังห่มผ้าอยู่ที่นี่(เป็นอะไรถึงห่มผ้าอยู่ที่นี่) กระต่ายก็ตอบว่า ผู้ร้ายมาปล้น บุบหม้อข้าวหม้อแกงเสียหมด ซ้ำบุบหัวข้าพอปูดพอพอง มันว่าจักมาแถม ว่าฉันนี้ เสือแลไก่ก็กลัว จักพากันเมือ(กลับคืน) กระต่ายก็ว่าข้าเมือบ่ได้ หาบคาเมือก็บ่แพ้(หาบคากลับไม่ไหว)เพราะข้าป่วย เสือก็ว่าเอาคาต่างหลังข้านี้ แล้วหื้อสหายขึ้นยองหว่างเพาคา(ให้สหายขึ้นขี่ระหว่างมัดคา) ข้าจักพาเมือ

กระต่ายมัดคาขึ้นต่างหลังเสือ แล้วก็ยองหว่างเพาคาเมือ ถึงกลางทาง กระต่ายก็พัดเหล็กไฟดังปิ๊กๆ (ตีเหล็กไฟดังปิ๊กๆ) เสือก็ถามว่าสหายเยียะสัง กระต่ายก็ตอบว่าคางขบมะขาม (ฟันกระทบกัน) ข้าหนาว คำเดียวไฟก็ลุก ก็เอาไฟเผาคาแล้วกระต่ายก็วิ่งลง ไฟก็ลุถกขึ้นไหม้คา เสือก็หกไปปะใส่งัว งัวก็บอกว่าหกขึ้นดอย หกขึ้นดอย เสือก็หกขึ้นดอย ไฟก็บ่ดับ

ไปปะใส่ควาย ควายก็บอกว่าหกลงน้ำ หกลงน้ำ เสือก็หกลงน้ำ ไฟก็ดับไป ต่อนั้นมา เสือกลวดลายหลุ่ยหล่ายตุ่ยต่าย(ลายพลอมแพลม)ถึงกาละบัดนี้

เสือเคียดหื้องัว งัวจำหกขึ้นดอย ก็ขบกินงัวถึงกาละบัดนี้ ขบงัวก็คบแข้ง ถ้างัวท่าวก็ขบกิน ต่อทีหลังมา หันควายก็รักควาย หันคนแขวนฮอกควาย(เกราะผูกคอควาย)ก็อินดูควาย(สงสารควาย) ก็เข้าไปกัดเชือกฮอกควาย เขี้ยวก็วักเข้าเนื้อควาย เลือดควายติดเขี้ยวก็เป็นอันหวานๆ ก็ยั้น(ย้ำ)เข้าคอควาย ต่อนั้นมา เสือขบคองัวคอควายถึงกาละบัดนี้ เสือตัวใดกินควาย อายุบ่ยืนถึงกาละบัดนี้

เสือกับแมว

ต่อนั้นมาก็มาหันใส่แมว ว่าจักกินแมว ก็วิ่งใส่แมว ก็บ่ทันแมว ก็ลวดขอเรียนเชิงกับแมว แมวก็สอนเชิงให้หลายลาย แมวบ่หื้อยังสามลาย คือขดหางนั่ง ขึ้นต้นไม้ วักอ้อมก้น(เอี้ยวตัวตะปบผ่านก้น)

ถ้าแมวหื้อเสี้ยง สัตว์จักฉิบหาย แมวขึ้นต้นไม้ขึ้นสุดปลาย เสือวิ่งขึ้นบาทเดียว(ก้าวเดียว)ก็วิ่งลง แมวนั่งไหนขดหางนั่ง สัตว์บ่ได้ยินเสียง เสือนั่งไหนบ่ขดหาง เอาหางซัดกับดินดังกุกๆ สัตว์ได้ยินเสียงก็หนีเสีย แมวติ๊(ตะปบ)หนู ถ้าหนูลอดท้อง แมววักทางก้นทัน เสือติ๊ฟาน ถ้าฟานหกลอดท้อง เสือวักอ้อมก้นบ่ทัน ถ้าติ๊บ่ทัน ฟานหกไปแล้ว เสือก็มาเทะ(ทำท่าทำทาง)อ้อมก้นไปอ้อมก้นมา ต่อทีหลังก็ไปติ๊แถม ก็ลืมแถมแล้ว บ่วักอ้อมก้นสักคำ ก็โขด(โกรธ)หื้อแมว ว่าแมวบ่หื้อเชิงเสี้ยง ถ้ากูหันไหนกูก็จักกินเสีย หันขี้ก็จักกิน เหตุนี้แล แมวขี้ไหนก็ถมเสีย ถึงกาละบัดนี้

เสือกับคางคก

เสือก็เดินไปเสาะหากินตามเลาห้วย ก็ไปปะใส่ค้างคาก(คางคก) วิ่งไปข็อกหย็อก ข็อกหย็อก เสือก็ทักว่ามึงวิ่งอย่างนี้จักไปไหนรอดไหน ค้างคากก็ตอบว่าเราวิ่งเถี่ยงกันคา(วิ่งแข่งกันไหม) เสือก็ว่าเออ เถี่ยงก็เถี่ยงแล

ก็เอาไม้มาขวางเป็นราว แล้วเสือก็เทะแม่(ออกลีลา, อวดลวดลาย)ขึ้นว่าจักวิ่งข้าม ค้างคากกไปอยู่ทางหลังเทะแม่ไว้ ถ้าเสือวิ่ง ค้างคากก็เปีย(ฉวย)หางเสือ หางเสือก็ควิด(กระตุก,สะบัด)ไปทางหน้า ค้างคากก็ตกทวยหางเสือ ก็พ้นเสือไปทางหน้า ค้างคากก็ว่ากูนี้วิ่งไกลเหลือมึงบ่ใช่คา(ไม่ใช่หรือ) เสือก็เหลียวหันค้างคากพ้นไปทางหน้า เสือก็เลยกลัวค้างคากถึงกาละบัดนี้

เสือไฟอยู่ไหน เสือแผ้วบ่อยู่หั้น (มันกลัว)เสือไฟขบ เสือลายมะบ้าอยู่ไหน เสือโคร่งบ่อยู่หั้น (มันกลัว)เสือลายมะบ้าขบ ค้างคากอยู่ไหน เสือไฟ เสือแผ้ว เสือลายมะม้า เสือโคร่งบ่อยู่หั้นสักตัว ค้างคากแพ้หมด(คางคกปราบได้หมด)ถึงกาละบัดนี้ ถ้าเราเดินไปตามราวห้วย ถ้าได้ยินเสียงค้างคากร้อง อย่าถ้ากลัวเสือ เสือบ่มีที่นั้น

ต่อนี้ไปถ้าเราเดินไปในป่าก็ดี เดินตามทางไปตามป่าตามดงก็ดี ถ้าไปโดนใส่เสือใกล้ๆนั้น อย่างว้ายหลัง(อย่าหันหลัง)ไปหามัน ถ้างว้ายหลังไปหามัน มันจักวิ่งใส่หลัง หื้อค่อยถอยหลังไปเทื่อน้อยๆ ถาถอยหลังไปไกลแล้ว มันวิ่งใส่บ่เทิงแล้ว เราค่อยงว้ายหลังหกจึงจักพ้น

ถ้าเราหกมัน(วิ่งหนีมัน) มันก็หกเราเท่ากัน ด้วยแท้มันก็กลัวเรา เราก็กลัวมันเท่ากัน มันจักง้ายก็กลัวเรายิงทวยหลัง เราจักงว้ายก็กลัวมันวิ่งทวยหลังเราเท่ากัน ต่อนี้ไปถ้าเราพาปืนเดินไปในป่าก็ดี เดินทางไปตามป่าตามดงก็ดี ถ้าไปโดนใส่เสือใกล้ๆ อย่าฟั่ง(อย่ารีบ)ยิง ถ้ายิง มันจักวิ่งใส่เรา ถ้าลูกปืนถูกดี เสือตายเราป่วย ถ้าลูกปืนถูกบ่ดี เราตายเสือป่วย หื้อพยายามหลีกเลี่ยงหาทางพ่าง(พยายามเลี่ยงหาทางด้านข้าง) ถ้าแพ็ดพ่าง(หลบไปด้านข้าง)แล้วยิง เราจิ่งบ่ป่วย ถ้าลูกปืนถูกดี มันวิ่งไปตายทางหน้าของมัน ถ้าลูกปืนถูกบ่ดี มันก็จิ่งวิ่งไปสุดวิสัยของมัน เราก็บ่ป่วย ถ้าเรามีโคมไฟฉายไปเมื่อค้นนั้น ถ้าส่องโคมไฟฉายไปหันใส่ใสโมงๆอยู่บ่ดาย (ถ้าส่องไฟฉายไปกระทบดวงใสๆนิ่งๆ)นั้น บ่ถ้ากลัว ถ้าบ่ใช่ตางัวก็ตาควาย ถ้าบ่ใช่ตากวางก็ตาฟาน ถ้าหันใสโมงๆ เป็นวง เป็นวง (ใสแววาวเป็นวงกระเพื่อม)เท่าหน่วยไข่ไก่นั้นหื้อระวัง ตาเสือเป็นแน่ อย่าฟั่งดับโคม(อย่ารีบดับไฟฉาย) ถ้าดับโคมมันจักวิ่งใส่ หื้อเอาแสงโคมส่งตามัน ถอยออก ถอยออก ถ้ามันวิ่งใส่บ่เทิงแล้ว เคาค่อยง้ายหลังหกจิ่งจักพ้นมัน

ถ้าเราเป็นหมอเหล่าไปเขิดอยู่ทางหน้านั้น (ถ้าเราเป็นหัวหน้าหมู่ไปดักอยู่ข้างหน้า) ถ้าลูกเหล่าเขิดลุกทางเพ้ไป(หากลูกไล่ต้อนจากทางนี้ไป) ถ้าเสือออกเหล่า(ป่า,พง)มาหา ถ้าเสือบ่พ้นเหล่าอย่าได้ยิง ถ้ายิงถูกบ่ดี เสือจักตากหงาย(หงายหลัง)ไปหาลูกเหล่า ถ้าเสือพ้นเหล่าแล้วเราค่อยยิงจ้วยหลัง(ยิงเฉียงๆตามหลัง) หื้อมันโผออกเหล่าไปเสีย

ถ้าเราเดินทางไปป่าใหญ่ดงหลวง ถ้าได้ยินเสียงดังโอ่งอ่าง โอ่งอ่างหื้อฟังถี่ๆ ถ้าบ่ได้ยินเสียงปากคนนั้น หื้อขึ้นไม้เวยๆ อันนั้นเป็นเสียงเสือ ถ้ามันมาถึงเค้าไม้ที่เราขึ้นนั้น มันจักวิ่งขึ้น ถ้ามันวิ่งขึ้นแล้ว มันจักเลยไปทางหน้า ถ้ามันเลยไปทางหน้าแล้ว เราอย่าฟั่งลงคำเดียว(อย่ารีบลงทันที) มันจักพิก(กลับ)มาวิ่งแถม ถ้ามันมาวิ่งแล้ว มันก็เลยไปทางหน้านั้น ลงต้นไม้เทอะ มันบ่พิกแล้ว(มันไม่กลับมาแล้ว)

 
มาลา คำจันทร์
   
ติดต่อโฆษณา | ส่งความคิดเห็น About Us | Shopping | Lannaworld Mail   
มีข้อแนะนำ ติชม ติดต่อได้ที่ : webmaster@lannaworld.com
 
© 2002 lannaworld.com All rights reserved. สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ (โลกล้านนา)