|
|
|
|||
|
|
|
|||
|
|
ยังไม่ไขว่าขะหลำคืออะไร ค่อยอ่านไปเดี๋ยวรู้เอง เรื่องของวอก ท่านครูบาขาวปีเขียนไว้ว่า ธรรมดาวอกมันอยู่ไหนอยู่เป็นหมู่ นอนไหนก็นอนเป็นหมู่ มันพร้อมกันนอนเวลาห้าโมงเย็น ลุกหากินเวลาห้าโมงเช้า(ตีห้า) นอนต้นไม้ต้นเดียวกัน นอนโข่(พุ่มไผ่ พุ่มไม้แห้ง)ก็นอนโข่เดียวกัน เพราะมันกลัวแผ่นดินหนี ถ้าเถิงเวลาดึกมาแล้ว ก็เปลี่ยนกันลงมาไช(ตรวจ,เยี่ยมดู)แผ่นดิน บางทีลงมาเถิงแผ่นดิน เสือเต็ก(ขย้ำ)เอาไปกินเสียก็มี ถ้าตัวนั้นนั่นลงต้นไม้ไปนาน บ่กลับขึ้นไป หมู่มันก็ใช้ตัวอื่นลงมาแถม ถ้าตัวนั้นลงมาก็มาสาบกลิ่นเสือ ก็กลับขึ้นไปบอกหื้อหมู่มันว่าแผ่นดินหนีไปแล้ว หมู่มันก็ตื่นกันเต็มปลายไม้ กลัวบ่มีที่ลง เดือดกันอยู่ปลายไม้จนแจ้ง ถ้าแจ้งมาแล้ว ก็หันแผ่นดินมีอยู่ตามเดิม ก็พากันไล่ตัวนั้นหนีจากหมู่ สองวันสามวันจิ่งจักเข้าหมู่ได้ ถ้ามันจักไปลักกินครัวไร่ครัวสวน(พืชผล)นั้น มันก็จัดกันขึ้นอยู่ปลายไม้ต้นสูงๆผ่อคนตัวหนึ่ง หมู่มันก็เข้าไปลักกินครัวไร่ครัวสวนของคน ถ้าคนเข้ามา ตัวอยู่ปลายไม้ก็ร้อง หมู่มันก็ตื่นเข้าป่าหมด ถ้าคนเข้ามา ตัวอยู่ปลายไม้บ่ร้อง คนมาไร่ แช่ขำไร่(อยู่ในไร่นานๆ) ก็แตกเข้าฮ่อมไผฮ่อมมัน(แตกกันไปทางใครทางมัน) ต่อทีหลังก็ขึ้นไปไล่ตัวที่อยู่ปลายไม้หื้อจากหมู่ สองวันสามวันจิ่งเข้าหมู่ได้ ถ้าคนบ่ไปปะ ไผบ่ไปหันนั้น มันก็เอาครัวไร่ขึ้นไปหื้อตัวอยู่ปลายไม้นั้นกิน ฤดูหนาว ก็พากันลงประชุมกันหิงแดดอุ่นตามเด่น(ตากแดดอุ่นตามที่โล่ง) หมู่ไหน40-50 ตัว เล่นกันดังจอแจ จอแจ ถ้าหมาไปหัน หมาก็เข้าไล่ ก็พากันตื่นขึ้นต้นไม้ ตัวหนึ่งขึ้นต้นนี้ ตัวหนึ่งขึ้นต้นนั้น ตัวหนึ่งขึ้นต้นพู้น ตัวหนึ่งขึ้นต้นเพ้ แล้วก็หลอกให้หมาอิด(อิดอ่อนโรยแรง) ผัดไปผัดมาจนหมาหิว(อ่อนแรง) ถ้าหมาหิว หมาก็หนีไป ถ้าหมาหนีไปแล้ว วอกก็ลงมาพร้อมกันหิงแดดอุ่นตามเดิม ถ้ามันจักเกิดลูกนั้น ต้นไม้ใหญ่ๆ เนิ้งๆ(เอนๆ)มีไหน ตัวจักเกิดนั้นก็นอนหงายอยู่กิ่งไม้ หมู่มันนั้น ตัวหนึ่งกำแขน(กุมแขน)ซ้าย ตัวหนึ่งกำแขนขวา ตัวหนึ่งเอามือกุมหัว ตัวหนึ่งกำแข้งซ้าย ตัวหนึ่งกำแข้งขวา ตัวหนึ่งถ้ารับเอาลูกจักออก ถ้าลูกออกมาก็รับเอาไปเช็ด ซ้ำออกมาแถมตัวหนึ่ง ตัวหนึ่งก็เข้าไปรับเอามาเช็ด ถ้าลูกพ้นเสี้ยงแล้ว ตัวกุมหัวนั้นก็ปก(ค้ำหลัง)เอาแม่มันลุกนั่งเสีย ตัวแม่ก็อยู่ตามกิ่งไม้นั้น ประมาณห้าวันหกวัน หมู่มันก็ไปหาเอาลูกไม้มาเลี้ยงอยู่ที่นั้นทั้งแม่ทั้งลูก ถ้าลูกมันเก๋ง(กระฉับกระเฉง)มาแล้ว แม่มันก็เป๊อะ(แบก,บรรทุก)เอาลูกมันไป เอาลูกรักไว้ทางหลัง เอาลูกชังไว้ทางหน้า ถ้ามันจน(เข้าตาจน)มาก็ปลิดเอาลูกชังมันขว้างเสียแล้ว ก็เป๊อะเอาลูกรักหกไปเสีย ที่เราได้เอามาเลี้ยงนั้น ลูกชังมันทั้งมวล เหตุนี้แล สลิด (จริตกิริยา)มันบ่ดี ถ้าลูกมันใหญ่มาแล้ว ไม้ไผ่ก็ดี ไม้ซางก็ดี เล่มหนุ่มๆที่มันกำลังป่ง(ผลิ)ใบอ่อนนั้น เล่มใดงำแม่น้ำนั้น มันก็ไล่ลูกมันขึ้นสุดปลายไม้นั้น ก็สว่าย(เขย่า)ไม้นั้น ลูกมันก็หยัวะ(หยาด)ตกน้ำ ถ้าลูกมันออกน้ำมา มันก็ไล่ขึ้นแถมทุกวัน มันเฝิกลูกมันหื้อแกว่น(ชำนาญ)น้ำแกว่นขึ้นต้นไม้ ถ้ามันเดินไปตามปลายหมากค่า(มะค่า) ก็ปลิดเอาฝักหมากค่ามาขบ(กัด) เอาแคมมันออกเสียด้านหนึ่ง แล้วก็ง้างหนีบขะหลำ มันก็ร้องเต็มปลายไม้ ลิงมันทะลึ่งน่ะ มันซน มันคงสงสัยไอ้อะไรห้อยโทงเทง ก็เลยเอาฝักมะค่ามาหนีบอัณฑะตัวเอง ก็เลยเต้นโหยงเต้นเหยงแล้วร้องลั่นอยู่เต็มปลายไม้ ไอ้สึ่งตึงเอ๊ย ถ้ามันเสาะหากินตามแม่น้ำ ถ้าได้หอย ก็เอาหอยมาตั้งเกาะทรายร้อน ถ้าหอยร้อนก็อ้าเปลือก ถ้าหอยอ้าเปลือกก็หล่อเข้าหยุบ(ปรี่เข้าฉวย) หอยก็หนีบมือ มันก็ดิ้นสว่าย(สะบัด)ไปทั่วเกาะทราย ถ้ามันเป็นพยาธิ(ป่วย)หมู่มันก็พากันเฝ้าทั้งเมื่อวันเมื่อคืน เปลี่ยนกันไปเสาะหากินลูกไม้ ถ้าพยาธิหนักก็เฟือ(พยุง)กันลงมาอยู่กิ่งไม้ต่ำๆ ถ้าตัวเป็นพยาธิบ่หายแลตายไป ถ้าตายไปแล้ว ก็พากันหอบอุ้มเอาลงมาสู่แผ่นดิน แล้วก็พากันขุดดินลงเป็นขุม แล้วก็เอาตัวลงฝังไว้ในขุม แล้วก็เอาดินลงถมเสีย ถ้าเอาดินลงถมแล้ว ก็หักเอาเฟ็ดไม้แลขี้โข่มาถม( หักเอาแขนงไม้ต่างๆมาถม) แล้วก็พากันหนีไป กระต่าย มันนอนไหน นอนตามพื้นฟ่อมหญ้าที่เปล่งๆ (นอนตามใต้พุ่มหญ้าในที่โล่ง) ถ้าหมาไปปะใส่มัน มันก็หก หมาก็ไล่ ถ้าหมาไล่ใกล้จะทัน มันก็นั่งตั้งอยู่(นั่งตัวตรง) หูมันก็ตั้งอยู่ หมาบ่รู้นึกว่าตอ หมาก็วิ่งข้ามสดๆ (หมาหลายตัวก็ทยอยกันกระโดดข้ามไปเสีย) ถ้ามาโผไปทางหน้าเสี้ยงแล้ว มันก็กลับคืนหลังมาหาหม้งมันแถม(มันก็กลับมาที่โพรงตามเดิม) หมาไปทางหน้า หมาบ่ปะรอยมัน หมาก็คืนมาหารอย หมาก็ทวยรอยมันมาแถม ถ้ามันหันหมามาใกล้ มันก็หกไปแถม หมาก็ไล่ไปแถม ถ้าหมาใกล้จักทัน มันก็นั่งตั้งเอาหูตั้งแถม หมาก็บ่รู้หวังว่าตอ ก็วิ่งข้ามแถม ถ้าหมาโผไปทางหน้าเสี้ยงแล้ว มันก็กลับมาหาหม้ง(โพรง)มันแถม ถ้าหมาโผไปทางหน้าบ่ปะรอยมัน หมาก็พิก(กลับ)คืนมาหารอย หมาก็ทวยรอยมันมาแถม มันหันหมามาใกล้ มันก็หกไปแถม หมาก็ไล่ไปแถม ไปๆมาๆหมาจนค้าน(จนหมาแพ้) ถ้าหมาค้าน หมาก็เลยไปเสีย ถ้าหมาค้านแล้ว มันก็พิกนอนหม้งมันตามเดิม(กลับมานอนโพรงตามเดิม) หมี หมีมีสามประการ คือหมีควาย หมีขอ หมีหอม หมีขอกับหมีหอมอันเดียวกัน ถ้าตัวใดหอมก็ว่าหมีหอม ถ้าตัวใดบ่หอมก็ว่าหมีขอ เดิมหมีควาย หมีขอ หมีหอมมีหางยาวเหมือนกัน แต่ปลายหางมันงอเป็นขอ ถ้ามันหยื้อเอาหน่วยไม้บ่เทิง(ถ้ามันเอื้อมเอาลูกไม้ไม่ถึง) มันก็งว้าย(พลิกตัว)เอาหางขอมันเกาะหน่วยไม้มากิน เหตุนี้แลจิ่งได้ชื่อว่าหมีขอ หมีควายนั้นตัวใหญ่ประมาณเท่าหมูฝรั่ง หมีขอนั้นตัวใหญ่ประมาณเท่าหมาธรรมดาเรานี้ เดิมหมีควายหางยาวเหมือนหางหมีขอนั้นแล้ว ต่อทีหลัง หมีควายได้ยินเสียงนกกกร้อง มันก็ถามเถี่ยงร้องกันกับนกกก(มันก็ท้านกกกร้องแข่งกัน) ถ้านกกกกลัว นกกกค้าน(แพ้) ถ้าหมีกลัว หมีค้าน หมีก็ร้องขึ้นว่าโอกๆ นกกกก็บ่กลัว นกกกจักร้องก็บ่เต็มใจ ก็มัดหางหมีควายกับต้นไม้แล้ว นกก็ร้องขึ้นว่าโอกๆ โอกๆ โอกอาก โอกอาก หมีก็กลัว ก็โดด หางก็ปุดไป เหลืออยู่ประมาณข้อมือหนึ่งถึงกาละบัดนี้ หมีก็กลัวนกกกถึงกาละบัดนี้ หมีหันคนป้ำ(ฟัน)ไม้ปุดเป็นต้นๆ มันก็ว่าเขี้ยวกูใหญ่เท่านี้ ก็กัดยังบ่ปุด เขี้ยวมันใหญ่เท่าใด กูจักฉีกผ่อดู ถ้ามันยับ(จับ)คนได้ มันก็ฉีกปากผ่อเขี้ยว ถ้ามันหันแล้วก็หกหนี ถ้าหมีหล่อมาหาเรา เราเอามีดมาคาบไว้ ถ้ามันหันมีดยังปาก มันนึกว่าเขี้ยวก็หกหนีทันที ถ้าหมีหล่อมาหาเรา หื้อหกขึ้นต้นไม้ต้นน้อยๆพอเราขึ้นได้พอแล้ว อย่าขึ้นไม้ใหญ่เต็มอ้อมมัน มันขึ้นได้ ถ้าไม้น้อยบ่เต็มอ้อมมัน มันขึ้นบ่ได้ เราหกขึ้นไม้ไผ่ไม้บงไม้ซางไม้รวกนี้ดี มันขึ้นบ่ได้ หมีขออยู่ที่ใด หมีควายบ่อยู่ที่นั้น หมีขอขบมัน นกกกอยู่ที่ใด หมีควายหมีขอบ่อยู่ที่นั้น มันกลัวนกกก ถ้าเราไปในป่าใดดง ในหล่งห้วย (ละแวกห้วย)ที่ใดก็ดี ถ้าเราได้ยินเสียงนกกกร้องอยู่ที่นั้น เราบ่ถ้ากลัวหมี หมีบ่อยู่ที่นั้นเพราะมันกลัวนกกก ถ้าเราเดินไปตามโข่ตามเหล่าที่อุกๆ(หากเราไปตามที่รกๆ) ถ้าเราได้ยินเสี้ยงสี้ๆๆนั้นหื้อฟังหา หื้อรู้เบื้อง ถ้ารู้เบื้องแล้ว หื้อหกเวยๆ เสียงนั้นเป็นเสียงหมี มันจักหล่อมาขบเรา |
|||
|
มาลา คำจันทร์
|
|
||||||
|
|
|
|||||