|
|
|
|||
|
|
|
|||
|
|
ย่าโหวาเป็นใครหรือเป็นอะไรยังไม่บอกหรอก ใบ้ให้นิดหน่อยว่ามีกล่าวถึงอยู่ในปฐมมูลโลกนี่เอง ก่อนจะรู้จักกับย่าโหวา ผมอยากให้ท่านทั้งหลายฟังเรื่องงูทั้งหลายให้จบเสียก่อน ส่วนใครจะเป็นเฒ่าหัวงูหรือหัวนาค อันนี้ไม่เกี่ยวกับย่าโหวา งูเห่า งูเห่ามีสามประการ คืองูเห่าพาก งูเห่าห้อม งูเห่าคอคำ งูเห่าพากตัวมันใหญ่ประมาณเท่าแขนเด็กน้อยคนตุ้ยๆ(อ้วนๆ) ตัวยาวอย่างที่สุดประมาณวาหนึ่ง หัวมันเป็นดั่งพาก(กระจ่า) เหมือนเราเอาพากก้งหมากพร้าว(กระจ่ากะลามะพร้าว)เงื้อใส่กันนั้น ถ้ามันจักเห่า มันครางโค่ๆ เหมือนแมวครางใส่หมานั้น มันผู่(พ่น)พิษใส่ตาหมา ตาหมาพอฟาง ถ้ามันฉกพิษขึ้นชะชะ (พิษแล่นดิ้นระด่าว) ถ้าหมอทันบ่ตาย ถ้าหมอบ่ทันตายเพื่อนานๆ (หากหมอไม่ทันจะตายแต่ช้าๆ) ถ้าหมาหล่อ(ปรี่)ใส่ มันยอหัวขึ้น หมาก็เปีย(ฉวย)คอ ตัวหนึ่งเปียหาง ตัวหนึ่งเปียหัว ชักปุดเกิ่งปุดกลาง(ขาดครึ่งขาดกลาง) ตายทันที ชิ้นมันนั้นถ้าคนกินเป็นพยาธิน้อย( เนื้อมันนั้นหากคนป่วยไข้เล็กน้อยกิน) พิษมันตีพยาธิแตกกระจัดกระจาย พยาธิน้อยหายทันที พยาธิใหญ่ตายทันที (หากคนป่วยหนักกิน ตายทันที) งูเห่าห้อม งูเห่าคอคำตัวใหญ่น้อยเท่ากัน ประมาณเท่าแขนผู้ใหญ่คนตุ้ยๆอ้วนๆ ยาวประมาณวาหนึ่ง งูเห่าห้อมนั้นตัวมันเขียวเหมือนน้ำห้อม(สีครามเหมือนน้ำห้อม) งูเห่าคอคำนั้นตัวมันเขียวเหมือนกันแต่คอมันเหลืองเหมือนคำ(ทอง) งูเห่าสองประการนี้ถ้ามันได้ฉกคน หมอเอาบ่ได้ตายทันที ม้านเสี้ยงทังตัว (เกรียมหรือคล้ำไปทั้งตัว ฉกงัวฉกควายข่าม(คงทน)ประมาณเกิ่งวันตาย ม้านเสี้ยงผากตัว (คล้ำหรือเกรียมครึ่งตัว) ชิ้นงัวชิ้นควายทางม้านนั้นเรากินบ่ได้ ถ้ากินเรามีพยาธิ จักตายทวยมันแถมแล้ว มันอยู่ที่ไหนอยู่ตามหลังโข่( แขนงไม้ที่กองรวมกัน) คนบ่หัน เข้าไปมันฉกหัว ควายเข้าไปมันฉกกลางหลังตายทันที มันจักไข่ที่ไหน มันแปลงรังกับดิน ใหญ่เท่ามุ้งหมู(เท่ารังหมู) บางทีก็ใหญ่กว่ามุ้งหมูก็มี ไข่มันนั้นอ่านนับบ่แพ้(นับไม่ไหว) เป็นโกฏิเป็นกองเต็มในรังมันนั้น ถ้ามันไข่แล้ว ตัวแม่มันรักษาอยู่หลังรัง ตัวผู้มันอยู่ทางนอก ถ้าเราเดินไปตามโข่ตามเหล่า(ถ้าเราเดินไปตามที่รกๆ) ถ้ามันได้ยินเสียงคน มันก็ทักว่ากะแต้ๆ ถ้าเราได้ยินเสียงหื้อหนีเวยๆ ถ้าบ่หนีเวยๆมันจักไล่แจหัวแถมแล้ว (หากไม่รีบหนีเร็วๆมันจะไล่กระชั้นชิดติดหัว) ถ้ามันหล่อมา เราเอาผ้าทิ้งไว้หั้น มันหล่อมาฉกผ้าที่นั้นเราจิ่งหนีทัน ถ้าเรามีปืน เราเอาผ้าทิ้งลงที่นั้น มันหล่อมาฉกผ้า เรายิงคำนั้น(บัดนั้น)ตายเลย ถ้าเรายิงตัวผู้ตายแล้วหื้อหนีเวยๆ ตัวแม่มันจักมาหล่อแถมแล้ว ถ้าเราหนีไปไกลแล้ว เราก็ยัดลูกปืนแถม ถ้าเรายัดลูกปืนแล้ว ก็หื้อกลับไปผ่อแถม(ดูอีกที) หื้อย่องๆเข้าไป ถ้าหันตัวแม่มันเฝ้าตัวผู้อยู่ที่นั้นก็ยิงตัวแม่มันแถม ตัวแม่มันตายแล้ว เราก็เข้าไปผ่อรังมันแถม ถ้าหันไข่มันกองอยู่ในรังที่นั้น อย่าบุบ(อย่าทุบ)อย่าหยุบ(อย่าหยิบ) ถ้าเราบุบเราหยุบไข่มันแตก ลูกในไข่ได้ฉกเราตายเลย ลูกในไข่พิษกว่างูใหญ่ เราต้องเอาไฟเผาทั้งรังทั้งไข่มันเสียหมดดี ไข่เป็นโกฏิเป็นกองนั้น ถ้ามันออกจากไข่มา จักเข็บ(ตะขาบ)ไล่กินเสียหมด บางทีรังไหนเหลืออยู่สักตัวสองตัว บางทีบ่เหลือสักตัวก็มี งูก่านปล้อง ตัวมันใหญ่ประมาณเท่าด้ามมีด ยาวประมาณศอกคืบ มันบ่ฉกคนๆบ่ฆ่ามัน ไผหันก็รักเพราะมันงาม ตัวมันก่านเป็นปล้องๆ ปล้องหนึ่งสีท้องฟ้า ปล้องหนึ่งสีเหลือง ตัวมันเลิง(ยาว)บ่เถียว(ไม่เรียว) ทางใดเป็นหัวเป็นหางบ่รู้ คนใดหันก็ใคร่ได้ จักเอาก็กลัว เข้าใกล้ก็บ่ได้กลัวมันขบ ด้วยแท้มันบ่ขบ กลัวมันเท่านั้น แต่เขียมพร่อง(แต่หายากอยู่บ้าง) นานๆจักหันแลตัว งูค้อมก้อม ตัวใหญ่เท่าด้ามวี ตัวมันเลิงเหมือนค้อนก้อม(ยาวเหมือนไม้ท่อน) มันบ่ฉกคน คนบ่ฆ่ามัน คนหันก็ม่วนตา ถ้ามันอยู่ไหนก็อยู่ตามโข่ตามเหล่า คนบ่หันมันๆก็งอตัวดีดเต้นขึ้นข้ามโข่ คนหันก็หกทวย(แล่นตาม) ถ้ามันเลือนๆ(เลื้อย)ไป คนก็เอาไม้ไปจิ(แหย่) มันก็งอตัวดีดเต้นขึ้นข้ามโข่ไปตกภายหน้า คนก็ม่วน เล่นมันไปผับป่าผับดง(ทั่วป่าทั่วดง) ถ้าคนค่าย(เบื่อ)แล้วก็หนีเมือ มันก็เลือนๆไปตามธรรมดาของงูนั้นแล้ว แต่เขียมพร่อง นานๆได้ปะแลตัว งูเขียวหลวง ตัวใหญ่ประมาณเท่าด้ามวี ยาวประมาณศอกคืบ มันบ่ฉกคน มันกินต๊กโต(ตุ๊กแก) ถ้าต๊กโตตัวน้อยมันลืน(กลืน)กินทั้งตัว ถ้าต๊กโตตัวใหญ่มันลืนบ่ได้ มันก็จุ(หลอก)ต๊กโตว่ามึงร้องบ่ดัง มันเทิกตับ(เกะกะกีดขวางที่ตับ) ถ้ามึงหื้อกูกินตับเสีย มึงจักร้องเสียงดังเสียงม่วน ต๊กโตก็ตกลง อ้าปากหื้องูเข้าจกกินตับ ถ้างูเข้าจกกินตับแล้ว งูออกมาแล้ว ต๊กโตตายเลย งูสิง ตัวใหญ่ประมาณเท่าด้ำมุย(ด้ามขวาน) มันบ่มีพิษ บ่ฉกคน แต่คนกินชิ้นมัน เอาชิ้นมันมาย่างแห้งต้มยำกิน อย่าใส่ส้ม ถ้าใส่ส้มมันท้วง(กระดุกกระดิก)ในท้อง อยู่ไหนบ่เป็นบ่อน แต่บ่เป็นสัง กลัวเท่านั้น งูไส้ช้าง งูก้านพร้าว ตัวใหญ่เท่าด้ามมีด ยาวประมาณสามศอก ตัวมันเป็นแสด(แถบ)สีข้าวกับสีท้องฟ้า เป็นแสดทวยกันยาวไปตามตัวมัน มันบ่ฉกคน มันช่างลักกินไข่ไก่ ชิ้นมันไผบ่กิน ถ้ามันบ่ลักกินไข่ไก่ ไผบ่ฆ่ามัน ตัวใดลักกินไข่ไก่ เขาก็ฆ่ามัน งูเขียวหลวง ตัวใหญ่เท่าด้ามวี ยาวประมาณศอกคืบ มันบ่ฉกคน มันกินต๊กโต(ตุ๊กแก) ถ้าตกโตตัวน้อย มันลืน(กลืน)กินทั้งตัว ถ้าตกโตตัวใหญ่มันลืนบ่ได้ มันก็จุ(หลอก)ต๊กโตว่ามึงร้องบ่ดัง มันเติ้ก(ติดขัด)ตับ ถ้ามึงหื้อกูกินตับเสีย มึงจักร้องเสียงดังเสียงม่วน ต๊กโตก็ตกลง อ้าปากหื้องูเข้าจกกินตับ ถ้างูเข้าจกกินตับแล้ว งูออกมาแล้ว ต๊กโตตายเลย งูเขียวคา ตัวมันน้อยเท่าไส้ไก่กล้องสูบรถจักรยาน ยาวประมาณศอกคืบ ตัวมันเขียวงามเหมือนยอดตอง มันอยู่ปลอมตามใบไม้ ไผบ่รู้จักมัน มันเหมอนใบไม้ ถ้ามันได้ฉกเจ็บนักแก(เจ็บพอสมควร) ฉกเด็กน้อยจนพอไห้ ฉกคนใหญ่จนพอคราง แต่บ่เจ็บเมิน(นาน) ถ้าหมอทันครึ่งวันก็หาย ถ้าหมอบ่ทันสองวันก็หาย งูไส้ม้า ตัวน้อยเท่านิ้วก้อยเด็กน้อย ยาวประมาณศอกคืบ มันบ่ฉกคน มันอยู่ไปตามปลายหญ้าต่ำๆ ประมาณเพียงหัวเข่า ถ้าคนมาใกล้ มันก็หลอกคนพุ่งลอดหว่างขา คนสะดุ้งวิ่งหย่งวิ่งหย่าง(กระโดดโหยงเหยง) งูไซ ตัวใหญ่เท่าด้ามวี ยาวประมาณศอกคืบ มันบ่มีพิษ มันฉกคนมอกแสบวี่ๆ(ฉกคนก็แค่แสบๆเท่านั้น) มันอยู่ตามทุ่งตามนา ตามบวกตามหนอง ถ้ายาง(กะเหรี่ยง)ยังได้ กำหัวกำหางสะต๊ก(จับหัวจับหางกระตุก) เอาใส่แชกเป๊อะไปแกงกินเสีย(เอาใส่กระชุขึ้นไหล่ไปแกงกินเสีย) งูก็นัก คนแลสัตว์ตัวใหญ่อยู่ไหนจนพอบ่ได้ งูก็ไล่ฉกไล่ตอด (ย่าโหวา)ซ้ำแปลงจักเข็บ(ตะขาบ)ไล่กินงูแถม งูเดินไปเหมือนวันวานนี้ งูลงน้ำข้ามน้ำ น้ำพัดงูเกี้ยวขึ้นเกี้ยวล่อง ไปออกภายหน้าแล้วก็เลยไปอยู่ที่อื่นเสีย ถึงวันนี้ จักเข็บก็ทวยรอยงูไป ก็ไปลงที่งูข้ามน้ำนั้น ก็ลอยไปตามรอยงู เกี้ยวขึ้นเกี้ยวล่องตามรอยงู ก็ออกที่งูออกนั้นแล้ว ก็ทวยรอยงูไปแถม ถ้าไปทันแล้วก็ลวดไปตามพื้นใบไม้ใบตอง ก็เข้าไปขบสะดืองู งูก็ตายเลย ถ้างูตายแล้ว มันก็เฝ้าอยู่ที่นั้นจนงูเน่า ถ้างูเน่าแล้วมันก็กินงูเน่านั้นจนเสี้ยง ถ้าเสี้ยงแล้วก็หนีไป จักเข็บซ้ำนัก ก็แปลงคางคกกินจักเข็บแถม จักเข็บถ้าหันคางคกก็หกขึ้นต้นไม้ คางคกก็เยี่ยวใส่เค้าไม้ คำเดียวตีนจักเข็บหล่อน(หลุด)หมด เหลือค่าตัวก็หยัวะตกมา คางคกก็กินเสีย จักเข็บตัวผู้นั้นปล้องเกล็ดมันห่างๆ ผิวช้ำๆ หัวปมๆ จักเข็บตัวแม่นั้น ป้องเกล็ดมันถี่ๆ ผิวเปิดๆ(เผือดๆ) หัวน้อยๆ เอางูเป็นอาหารถึงกาละบัดนี้ จักเข็บนักไหนงูบ่มีที่นั้น คางคกตัวใหญ่กว่ากบน้อยหนึ่ง นั่งไหนก็เหงาคกงก เหมือนคนสุดปัญญา(ดูเซื่องซึมเหมือนคนสิ้นความคิด) ตัวเป็นหนามผะหลืด(ตัวเป็นตุ่มๆ) เอาจักเข็บเป็นอาหารถึงกาละบัดนี้ เป็นไงบ้าง ได้ความรู้แปลกๆดีนะ ได้รสชาติเหมือนได้ไปในชนบทห่างไกลในภาคเหนือ ได้จิบน้ำชาหรือเสวนาวงเหล้าแล้วมีผู้เฒ่ามาเล่าเรื่องราวลึกลับป่าดงพงพี ผู้เฒ่าท่านเล่าจากประสบการณ์ จากความเชื่อและวิสัยทัศน์ของท่าน อาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด แต่ก็มีคุณค่าแก่การรับฟัง คุณว่ามั้ย?
|
|||
|
มาลา คำจันทร์
|
|
||||||
|
|
|
|||||