|
|
|
|||
|
|
|
|||
|
|
หากนำเรื่องเล่า บทลำนำหรือนิทานองชนเผ่าปากะญอมาร้อยเรียงต่อกัน ความยาวของถ้อยคำคงอ้อมโลกได้หลายรอบ เรื่องราวที่เล่าขานผ่านลำนำและนิทานมีมากมายหลายอย่าง ตั้งแต่เกิดจนถึงตาย ตั้งแต่ครั้งยังไม่มีโลกจนถึงอวสานของโลก ผมจำลำนำบทหนึ่งได้กระท่อนกระแท่น บอกเล่าเกี่ยวกับสมัยที่โลกมีแต่ความว่างเปล่า มีเพียงแม่น้ำและสายลม ดังนี้
บทลำนำนี้เรียกว่าทาเก่ทิหรือทา ซะปว่าการขับลำนำเป็นการบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เป็นการสนทนาหรือพูดคุยในโอกาสสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ของชนเผ่าปากะญอ แต่ละโอกาส ลำนำที่ใช้ขับก็อาจจะแตกต่างกันไป อย่างงานแต่งงาน งานพิธีมัดมือ งานบุญ งานศพ เนื้อความในลำนำจะต่างกันเมื่อบทลำนำเป็นการสนทนา ดังนั้น ผู้ขับจึงมีสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งถาม ฝ่ายหนึ่งตอบ ชื่นชมและถ่อมตัว บทลำนำจะสมบูรณ์ ดำเนินรื่นไหลต่อเนื่อง ผู้ขับทั้งสองฝ่ายจะต้องเป็นผู้รู้ เปรื่องปราด เชี่ยวชาญและจัดเจน ถ้าฝ่ายหนึ่งรู้แต่อีกฝ่ายไม่รู้ การขับลำนำก็จะตะกุกตะกัก สะดุดไม่น่าฟัง ดังนั้นหากนักขับเก่งกาจทั้งสองฝ่าย ผู้ฟังจะให้ความสนใจมาก การถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ก็จะสมบูรณ์ คือมีคนรับรู้ รับฟังและจดจำ แล้วอาจนำไปบอกเล่าแก่ลูกแก่หลานต่อ ๆ ไป เรื่องเทาะแมป่าที่จะเล่าต่อไปนี้ เริ่มต้นอาจจะมาจากบทลำนำก็ได้ ผมได้ฟังมาจากปู่ย่าตายายอีกต่อหนึ่ง ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าเรื่องเทาะแมป่าไว้ดังนี้ แต่เดิมมานั้น ปากะญอเป็นเผ่าที่ยิ่งใหญ่รุ่งเรือง เป็นปึกแผ่นแน่นหนามาก่อน มีบ้านมีเมืองมีระเบียบประเพณี วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง บรรพบุรุษที่ยุ่งใหญ่ของเราคนหนึ่งชื่อว่าเทาะแมป่า ถิ่นฐานของเรามีชื่อว่ามีทีปล่อก่อ เทาะแมป่าเป็นเจ้าปกครองดินแดนแถบถิ่นภูเขาทีปล่อก่อ เป็นคนฉลาด เก่งกล้าสามารถเป็นนักปกครองที่เข้มแข็ง เอาใจใส่ดูแลลูกเผ่าดีมาก เทาะแมป่ามีอายุยืนยาว จนมีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง ต่อมาเมื่อประชากรเพิ่มมากขึ้นทุกทีที่จะทำกินก็ไม่พอ เทาะแมป่าจึงพาลูกหลานอพยพย้ายที่เพื่อแสวงหาดินแดนอุดมสมบูรณ์ เทาะแมป่าสอนลูกหลานว่าลักษณะดินที่ดีคือดินที่มีเนื้อดำ ร่วนพรุน เทาะแมป่าใช้ไม้เท้าจิ้มลงดิน เมื่อดึงไม้เท้าขึ้นมาดินจะกลบรอยเดิมจนเต็ม ให้พวกเจ้าเอาไม้เท้าจิ้มดินเจ็ดครั้ง หากหลุมเต็มทั้งเจ็ดครั้ง ที่ตรงนั้นควรตั้งบ้านเรือน ผู้เฒ่าผู้แก่ถ่ายทอดเรื่องราวไว้อย่างนี้พร้อมกับบอกว่าให้ดูองค์ประกอบอื่น ๆ ด้วย เช่นลักษณะของน้ำ เป็นต้น เทาะแมป่าพาลูกหลานออกจากภูเขาทีปล่อก่อ เดินฝ่าป่าดงที่เต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์และความทุกข์ยากลำบากต่าง ๆ นานา ผ่านป่าหญ้า ป่าต้นไม้ ผ่านดงหิน ดงผาเทาะแมป่ามีฝีเท้ารวดเร็วจนลูกหลานตามไม่ทัน บ้างก็หยุดตามที่ต่าง ๆ ต่างสืบเชื้อสืบสาย แตกหน่อ แยกกอกนไป กลายเป็นกะเหรี่ยงโปว์ กะเหรี่ยงบเว กะเหรี่ยงตองซู เป็นต้น ท่านผู้อ่านอาจสงสัยว่าเทาะแมป่าเป็นคน อย่างไรจึงมีอายุยืนยาวกระทั่งสามารถแพร่พันธุ์จนมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง เทาะแมป่าไม่มีวันตายหรือไง เรื่องนี้ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่าเทาะแมป่าเป็นคนมีบุญวาสนาสูงส่ง เขาเกิดมาพร้อมกับหวีวิเศษที่มีลักษณะคล้ายเขี้ยวหมู หวีวิเศษอันนี้เป็นที่มาของชื่อของเขา เทาะแปลว่าหมู แมแปลว่าเขี้ยว ป่าแปลว่าพ่อหรือผู้นำ รวมกันแล้วเทาะแมป่า อาจแปลได้ว่าพ่อเขี้ยวหมูหรือผู้นำเขี้ยวหมู หวีวิเศษอันนี้เป็นที่มาของอายุยืนยาว พละกำลังที่สมบูรณ์ สุขภาพอนามัยที่แข็งแรงของเทาะแมป่า เวลาแก่เฒ่าร่วงโรยลง เทาะแมป่าจะใช้หวีวิเศษหวีหัวสามครั้ง แล้วเส้นผมจะกลับดกดำ ความแก่เฒ่าร่วงโรยจะกลายเป็นความคึกคักเข้มแข็งแบบคนหนุ่ม พละกำลังก็จะกลับมา สติปัญญาความสามารถก็จะกลับคืนมาอีกครั้ง ก่อนจากโลกนี้ไป เทาะแมป่าได้เสียบหวีวิเศษไว้ที่ง่ามต้นเส่วาลอ ต้นไม้ชนิดนี้มีลักษณะพิเศษ กล่าวคือแต่ละปีจะแตกเปลือกเป็นแผ่นเล็กแผ่นใหญ่ ถูกแดดส่องแดดเผา เมื่อแห้งกรอบก็จะหลุดหล่นจากต้น โดยมีเปลือกใหม่ที่อ่อนนุ่มมาแทนที่ แลดูต้นเส่วาลอจะใหม่อยู่เสมอ หนุ่มอยู่เสมอเพราะหวีวิเศษของเทาะแมป่าเสียบคาไว้ เทาะแมป่าเป็นเรื่องเล่าอีกเรื่องหนึ่งของปากะญอ เรามีเรื่องเล่ามากพอๆ กับใบไม้ในป่า เรื่องเล่าอาจไม่ใช่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ใช้อธิบายที่มาที่ไปของเผ่า แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการถ่ายทอดเรื่องราวให้แก่ลูกหลาน ผ่านการบอกเล่าแบบปากต่อปาก รุ่นต่อรุ่น เหตุการณ์ที่แท้จริงอาจหล่นหายไปบ้าง ถูกแต่งเติมเสริมใหม่บ้าง ฟังดูเป็นเรื่องเหลือเชื่อบ้าง แต่หากเรามีวิธีกระเทาะเปลือกเพื่อจะเข้าไปหาแก่น เราจะพบเรื่องราวน่ารู้น่าศึกษาอีกมากมายทีเดียว เรื่องเล่าปากะญอ ผมจะพยายามเสาะหาเรื่องราวที่บอกถึงความคิด ความรู้สึก ภูมิปัญญา ความสามารถของเผ่าปากะญอมาเล่า อาจสั้นบ้าง ยาวบ้าง แล้วแต่เรื่องที่จะหามาได้ เรื่องเทาะแมป่าที่ผมรู้มาก็มีสั้น ๆ เพียงแค่นี้
นฤชัย
สู่เสรี เล่าเรื่อง
|
|||
|
||||||
|
|
|
|||||