|
|
|
|||
|
|
|
|||
|
|
เวลาที่ชีวิตพวกเขาเศร้าที่สุดนอกเหนือจากการสูญเสียสิ่งอันเป็นที่รักแล้วก็คือการไม่ได้ซึ่งอาหารประทังชีวิตจากการอยู่ในป่าหาอาหารเลี้ยงตนเองและครอบครัวเพียงวันต่อวัน ไม่เก็บสะสมไว้กินวันหน้า กลุ่มชนตองเหลือจึงประสบปัญหาขาดแคลนอาหารบ่อยมาก ผู้ชายตองเหลืองบางคนเคยเล่าว่า บางวันเขาออกไปล่าสัตว์มาเป็นอาหารแล้วไม่ได้อะไรติดมือกลับมา ทำให้พวกผู้หญิงต้องออกไปขุดหาหัวเผือก หัวมันมากินในตอนใกล้ค่ำการรอคอยท่ามกลางเสียงหรีดหริ่งเรไรและเสียงนกกลางคืน เป็นบรรยากาศที่ชวนเศร้าสร้อยมาก สำหรับผู้หญิงตองเหลือง นอกจากต้องทำงานหนักในไร่เช่นเดียวกับผู้ชายแล้ว ยังต้องรับภาระหน้าที่ของการเป็นแม่ด้วย จนบางครั้งทำให้เรารู้สึกไปว่าแววตาของผู้หญิงตองเหลือง ช่างฉายแววความเศร้าโศกเด่นชัด แต่บางคราก็แฝงเจือไว้ด้วยความตระหนก หวาดหวั่น คล้ายดั่งแววตาของกวางป่ายามเจอกับนายพรานทมิฬ ความโศกในแววตาของผู้หญิงตองเหลือง อาจเป็นแค่เพียงความรู้สึกในแง่มุมของคนมอง แต่สัมผัสได้ถึงความแตกต่างจากแววตาหญิงสาวผู้มาดมั่นในสังคมเมืองยุคปัจจุบันโดยสิ้นเชิง จึงมีบทเพลงที่เขียนถึงสาวนัยน์ตาโศก อันมีนัยถึงผู้หญิงตองเหลือง รวมทั้งผู้หญิงในสังคมชนบทไทยโดยทั่วไป ที่ต้องทำงานหนักต่อสู้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้
พีชพงศ์
พิทักษ์ ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์พลเมืองเหนือ
|
||||
|
||||||
|
|
|
|||||