|
|
วัดผาลาด
เหลือเพียงคำบอกเล่า
|
-
-
คงถือเป็นเพียงประวัติศาสตร์คำบอกเล่า
ทำให้ทราบว่าเมื่อ 400 ปีก่อน ในสมัยพระเจ้ากือนา พระองค์ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา
และปรารถนาที่จะสนทนาธรรมกับมหาเถรจัน ที่มาพัก จำพรรษา ณ วัดผาลาด เมื่อพระองค์ทรงทราบจึงได้สร้างวัด
11 กอ หรือวัดอุโมงค์ เพื่อให้มหาเถรจันมาจำพรรษาและพระสงฆ์รูปแรกที่มาจำพรรษา
คือ หลวงปู่สวัสดิ์ ที่ธุดงค์มาจากจังหวัดนครสวรรค์ ต่อมาก็มี พระอาจารย์พงษ์ศักดิ์
เตชะธรรมโม มาจำพรรษาอยู่ด้วยและได้ช่วยกันบูรณะวัดผาลาด โดยได้รับความศรัทธาและการช่วยเหลือจากประชาชนจำนวนมาก
โดยเฉพาะ คุณพระดุลยภาค สุวพันธ์ และนายดุสิต พานิชภาค อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ที่ให้การสนับสนุนการปฏิบัติธรรมของพระภิกษุสงฆ์และชาวบ้านที่ศรัทธาในวัดผาลาด
ผู้เขียนมีโอกาสเดินสำรวจบริเวณโดยรอบ
เท่าที่ยังสังเกตเห็นคือ บ่อน้ำ และซากอาคาร ที่คาดว่าไม่น่าจะเป็นสิ่งก่อสร้างในยุคแรก
ๆ แต่น่าจะเป็นสิ่งก่อสร้างในยุคหลังมากกว่า นั่นอาจเป็นเพราะบริเวณนั้นอาจถูกสายน้ำที่มาจากต้นน้ำบนดอยสุเทพ
ทำให้กัดเซาะฐานบริเวณอาคารเหล่านั้นพังทลายได้ แต่ในปัจจุบันสายน้ำนั้นได้เปลี่ยนทิศทางไปแล้ว
ผู้เขียนได้รับภาพถ่ายชุดนี้มาจากคุณลุงท่านหนึ่งโดยบอกกล่าวว่า
เป็นภาพดั้งเดิมของวัดผาลาด สาเหตุที่ได้ชื่อนี้ เป็นเพราะ ตั้งอยู่บริเวณที่ลาดชัน
มีอาคารหลายหลัง ทั้งโบสถ์ วิหาร เจดีย์ กุฏิ และอาคารสำหรับปฏิบัติธรรม
จากภาพถ่ายพบว่า มีประชาชนจำนวนมาก ซึ่งเข้าใจว่า อาจมารวมตัวกันในวาระสำคัญ
เช่น ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อทางศาสนาหรืองานเฉลิมฉลองอะไรสักอย่างที่ขาดหลักฐานยืนยัน
แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนคิดอยู่ในใจก็คือ ณ เวลานี้ วัดผาลาด เหลือเพียงอดีต
ที่ยังหาข้อมูลแน่ชัดไม่ได้ จึงเหลือเพียงคำบอกเล่าเท่านั้น จะมีความเป็นไปได้หรือไม่
ที่ทุกคนน่าจะมีส่วนร่วมในการรื้อฟื้นอดีต หรือ หาร่องรอยจากซากปรักหักพัง
เพื่อเป็นการเรียนรู้รากเหง้าของตนเอง เรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่อสืบสาน
พุทธศาสนาและวัฒนธรรม ประเพณีในท้องถิ่น
คงจะเป็นเรื่องน่ายินดี
ถ้าวัดผาลาดไม่ได้เป็นเพียงคำบอกเล่าเท่านั้น แต่กลับมามีชีวิตหรือเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่
รอคอยให้ใคร ๆ มาเยือนเหมือนน้ำตกห้วยแก้วในวันนี้
สำราญ กาญจนคูหา ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์พลเมืองเหนือ
|