|
|
|
|||
|
|
|
|||
|
|
โทรทัศน์หรือทีวี นับเป็นสิ่งใหม่สำหรับชาวตองเหลือง แต่กำลังจะกลายเป็นสิ่งธรรมดา เด็กตองเหลืองได้ดูโทรทัศน์กันแทบทุกวันที่โรงเรียนภูเค็งพัฒนาในหมู่บ้าน ดูร่วมกับเด็กม้งเพื่อนโรงเรียน ตกตอนกลางคืนก็ติดตามพวกผู้ใหญ่ไปดูที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน หรือเด็กบางคนก็นอนค้างคืนที่โรงหนัง (บ้านผู้ใหญ่บ้าน) นั่นเลย นายศรี หิรัญคีรี ผู้นำชุมชน บอกว่า โทรทัศน์ที่ไปดูกันที่บ้านผู้ใหญ่บ้านนั้น เป็นเครื่องโทรทัศน์ของเขาเอง ซึ่งฝรั่งให้ไว้พร้อมเครื่องเล่นวีซีดี แต่หมู่บ้านของเขาไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ จึงต้องไปฝากไว้ที่นั่น และทุกคืน ผู้ใหญ่บ้านห้วยหยวก ก็จะเปิดบริการให้ตองเหลืองน้อยใหญ่ไดรับชมกัน ที่ยอดยิยมที่สุดก็เห็นจะเป็นละครหลังข่าวภาคค่ำของช่อง7สีทีวีเพื่อคุณ สิ่งที่ติดตามมาในอีกไม่ทันไรคือนายศรี ผู้นำตองเหลืองเริ่มเปรยๆว่าเขาอยากได้ไฟฟ้าใช้ในชุมชน ให้พรรคพวกได้ดูโทรทัศน์กันตามสะดวก ไม่ต้องเดินไปดูไกลในยามค่ำคืนอีกต่อไป เราแกล้งแหย่ว่า นายศรีเปิดโทรทัศน์เป็นหรือยัง เขาตอบว่า "ยังบ่เคยได้เปิดดูเองซักเตื้อ แต่คงบ่ยากก้า แค่กดปุ่ม ภาพก็มาแล้ว" เมื่อโดนถามต่อว่า แล้วจะเอาเงินที่ไหนเสียค่าไฟฟ้าที่เขาจะเก็บ นายศรีตอบว่า"ค่าไฟเราใช้ไม่มาก คงบ่ใช้เงินหลาย" แต่พอโดนถามย้ำว่า "แล้วเอาเงินมาจากไหน เงินที่ได้เอาไปซื้อข้าวกิน ไม่ดีกว่าเอามาเสียค่าไฟเหรอ" นายศรีไม่ตอบได้แต่นิ่งอึ้ง ครุ่นคิด ขณะเดียวกัน
ตองเหลืองอีกหลายคนยังไม่ค่อยจะเห็นด้วย หากจะให้ในชุมชนมีไฟฟ้าใช้ เขาบอกไม่ลำบากอะไรในการที่จะเดินไปบ้านผู้ใหญ่บ้านชาวม้ง
ส่วนหนึ่งมาจากการที่พวกเขาอยู่กับความมืดและความเงียบมาจนเคยชิน ไฟจากกองฟืนเล็กๆ
ที่สามารถก่อขึ้นใช้เองได้โดยใช้หินตีกระทบกันเหมือนสมัยก่อนที่อยู่ในป่า
อาจมีความหมายมากกว่าไฟจากหลอดนีออน ที่ต้องเสียเงินค่าใช้
ไม่ได้เป็นสิ่งที่นอกเหนือความคาดหมายของเรา
(เจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดน่าน) ว่า สักวันหนึ่ง ตองเหลืองย่อมต้องการไฟฟ้าใช้
มันเป็นไปตามวิถีของความเจริญแห่งโลก ตองเหลืองย่อมมีสิทธิ์เรียกหาแสงสว่างและความสะดวกสบายจากการใช้ไฟฟ้า
ตรงนี้คงไปสกัดกั้น หวงห้ามอะไรไม่ได้ แต่ ทำอย่างไร
จะให้พวกเขารู้เท่าทันกับการไหลบ่าของกระแสความเจริญและวัฒนธรรมสำเร็จรูปที่มาทางหนังตู้
หรือไม่ว่าจะเป็นรายการละครสมัยใหม่ หรือรายการอื่นๆทางหน้าจอโทรทัศน์ ในเมื่อชีวิตประจำวันของชุมชนตองเหลืองเป็นอย่างนี้
แต่ภาพของตัวละครในทีวีดูจะผิดแผกแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง ในทีวี หนุ่มสาวได้แต่ตามจีบง้อกันไปมา
โดยไม่มีการทำงานทำการ แต่ก็มีรถขับ มีเงินใช้ มีอาหารดีๆกิน หนังบางเรื่องมีการขัดแย้ง
การแก่งแย่ชิงดี อิจฉาริษยา การสู้รบ มันเป็นสิ่งที่น่าจะซึมซับเข้าในหัวใจของเหล่าเด็กและเยาวชนตองเหลืองใช่หรือไม่ แล้วสิ่งที่ดีงามที่ชนเผ่าเล็กๆของพวกเขาเคยมี ก็จะหายไปในที่สุด... พีรพงศ์
พิทักษ์ ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์พลเมืองเหนือ ฉบับที่43 |
|||
|
||||||
|
|
|
|||||