lannaworld.com
โลกล้านนา
ติดต่อโฆษณา | ส่งความคิดเห็น About Us | Shopping | Lannaworld Mail   
หน้าแรก
   


ซะป๊ะเรื่องเมืองล้านนา

 

ปริศนาแห่งพระเกศาครูบาเจ้าศรีวิชัย (ตอน ที่ 2 )

ตะวันยามแลง สีแดงเหมือนแตงโมเดือนเจ็ดผ่าครึ่งก่อนจะลับดอยสุเทพ ยามนี้เป็นฤดูไข่มดส้มไข่แมงมันหน่วยหลวง เอาไว้แกงใส่ผักหวานผักหละลำอร่อยลิ้น ยามนี้อีกเช่นกันที่เป็นฤดูเดือนเหงา คนเฒ่าว่าห้ามร้างเมียหรือผิดหัวกับเพื่อนรักเสี่ยวแพงเด็ดขาด เพราะจะทนคิดถึงไม่ไหว ต้องเสียเหลี่ยมไปตามง้อ ก็มัวแต่เกริ่นเรื่องง่อมเรื่องเหงาเป็นบ่าวเฒ่าเมียห่างอย่างนี้ กว่าจะไขปริศนาพระเกศาครูบาเจ้าศรีวิชัยได้สำเร็จจึงต้องยืดมาเสียหลายตอน และยังไม่แน่ใจว่าจะจบหรือเปล่าก็ไม่รู้ เข้าเรื่องเลยดีกว่า

ปริศนาแห่งพระเครื่องประเภทนี้เสน่ห์น่าจะอยู่ที่การเล่าขานเกี่ยวกับการสร้าง เท่าที่ค้นคว้ามา ผู้เขียนยังไม่พบเอกสารที่บ่งชี้ถึงการสร้างเลยสักรุ่น มีแต่เพียงคำเล่าต่อปากถึงวิธีการสร้างว่าทำกันอย่างไร อันที่จะบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์ว่ามีกี่พิมพ์ จำนวนเท่าใด หรือใครเป็นผู้สร้างผู้ปลุกเสกอย่างที่ทำกันในปัจจุบันนี้ก็ไม่ปรากฏหลักฐาน เราทราบแต่เพียงว่าบรรดาลูกศิษย์ที่นับถือครูบาเจ้าฯ สร้างด้วยความเคารพนบไหว้ตนบุญองค์วิเศษท่านนี้ ทุกครั้งที่ท่านปลงเกศา หลับตาจินตนาการเห็นบรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายนั่งอยู่รายล้อม เอาใบบัวเอาผ้าขาวมาคอยรับเส้นเกศา ด้วยว่าเส้นเกศาครูบาเจ้าฯ คือตัวแทนความวิเศษนั้น จึงพากันเก็บรักษาเสมอของมีค่าควรเมือง ภาพจินตนาการของผู้เขียนไม่ไกลจากความเป็นจริงเลยหากท่านผู้อ่านได้สัมผัสกับผู้คนเขตอำเภอทางตอนใต้ของลำพูนในยุคปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้แหละที่ผู้เขียนให้ชื่อหัวข้อบทความยาวยืดนี้ว่า ปริศนาแห่งพระเกศาฯ

ในวงการนิยมพระเครื่อง มักแบ่งยุคการสร้างพระเกศาครูบาเจ้าฯอย่างคร่าว ๆ คือ ทันยุคครูบาฯ หรือ ยุคต้น หมายถึงการสร้างตั้งแต่ครั้งครูบายังมีชีวิตอยู่ และ ยุคหลัง ซึ่งหมายถึงผู้ที่เก็บเส้นเกศาไว้แล้วนำมาสร้างพระเครื่องในตอนหลัง ซึ่งอาจหมายถึงพระเครื่องที่เพิ่งสร้างขึ้นไม่กี่วันมานี้เอง ส่วนการจะสังเกตว่าสร้างในยุคไหนนั้น อันนี้อธิบายได้ไม่ยาก แต่จะให้เข้าใจได้อย่างถูกต้องนั้นกลับยากยิ่ง ปริศนานี้น่าจะเป็นมนต์เสน่ห์ของผู้ที่ใฝ่ศึกษาและต้องได้สัมผัสด้วยตนเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจ เนื้อพระเกศาครูบาเจ้าฯ ที่นิยมกันมี 2 เนื้อ คือ เนื้อแก่ผงใบลาน กับ เนื้อแก่ว่านเกสรดอกไม้ เนื้อครั่งเนื้อดินผสมอยู่ก็มีบ้าง พบไม่บ่อยนักและมักจะสร้างขึ้นในยุคหลัง และทั้งหมดทั้งมวลต้องมีเส้นเกศาครูบาเจ้าฯบรรจุอยู่ โดยมีรักเป็นตัวประสาน บางองค์ชุบรักหรือปิดทองร่องชาดงดงาม

ดังได้กล่าวแล้วว่า เราท่านทราบวิธีการสร้างพระเกศาจากการเล่าขานต่อปากกันมามากกว่าการได้พบเห็นกันจริง ๆ ถ้าเราสรุปว่านี่คือพระเกศาครูบาเจ้าฯยุคต้น เรามักเชื่อเช่นนั้นโดยการอนุโลมว่าได้ยินได้ฟังมา หนึ่ง ประมาณเอาจากประสบการณ์ หนึ่ง ส่วนวิธีการสร้างจริง ๆ นั้น ผู้เขียนมีโอกาสได้สัมภาษณ์ พระอาจารย์ผดุง พุทธสโร เกจิอาจารย์ล้านนารูปหนึ่งแห่งวัดล้านตอง ตำบลห้วยทราย อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ท่านมีความเคารพนับถือครูบาเจ้าฯ เป็นอย่างมาก ท่านได้สร้างเกศาครูบาขึ้นรุ่นหนึ่ง ดังมีรายละเอียดการสร้าง ดังนี้

เมื่อปี พ.ศ. 2540 ท่านได้เดินทางไปพบกับผ้าขาวดวงต๋า ปัญญาเจริญ ที่บ้านห้วยไซ ตำบลบ้านธิ จังหวัดลำพูน ผู้เคยเป็นลูกศิษย์ของครูบาเจ้าฯ ผ้าขาวดวงต๋าได้เก็บเส้นเกศาครูบาเจ้าฯไว้จำนวนหนึ่ง ใส่กระบอกไม้ไผ่เฮี้ยมีฝาปิดลงรักงดงาม แล้วถวายเส้นเกศาดังกล่าวเพื่อให้นำไปสร้างพระเครื่อง จากนั้นในปีเดียวกันจึงนำมาสร้างพระเกศาครูบาเจ้าฯ ตามเจตนาของเจ้าของ จำนวนมากเป็นพันองค์ มี 3 พิมพ์ คือ พิมพ์พระรอด พิมพ์พระลือโขง และพิมพ์รูปเหมือน โดยมีวิธีการทำดังนี้

มวลสารที่ใช้สร้างประกอบด้วย ดอกไม้อุโบสถส่วนหนึ่ง ธรรมใบลานเก่าและพับหนังสา ส่วนหนึ่ง ใบสรี หรือใบโพ ที่เก็บได้จากต้นโพ จำนวน 108 ต้น ส่วนหนึ่ง นำมวลสารเหล่านี้มาสับให้เป็นชิ้น ๆ ตากให้แห้ง แล้วคั่วในกระทะใบใหญ่จนกรอบมีสีดำ จากนั้นนำมาตำให้ละเอียด ร่อนเอาเฉพาะผงถ่านนำมาผสมกับยางรักที่กรองแล้วคลุกเคล้าจนเหนียวพอปั้นเป็นองค์ได้ แม่พิมพ์ปั้นจากดินเหนียวเผาไฟจนแกร่ง เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็จะขัดราชวัตรแวดล้อมพร้อมตั้งเครื่องบวงสรวงพลีกรรมตามธรรมเนียมอย่างล้านนา เทเส้นเกสาครูบาเจ้าลงบนผ้าขาว แล้วปั้นสมุกคลุกรักให้พอองค์ นำมาแตะกับเส้นเกศาแล้วกดเป็นรูปพระตามแบบพิมพ์ ด้านหลังประทับตราเป็นรูปยันต์ฟ้าล้นหรือยันต์ฟ้าลั่นซึ่งผ้าขาวดวงต๋าเล่าว่า เป็นยันต์ที่ครูบาเจ้าฯนิยมใช้ เมื่อเสร็จแล้วนำพระเกศาทั้งหมดผึ่งลมจนแห้งสนิทเป็นเวลาเดือนครึ่ง ก่อนจะนำเข้าพิธีปลุกเสกร่วมกับวัตถุมงคลของท่านครูบาน้อยแห่งวัดบ้านปง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ในปีเดียวกัน แล้วแบ่งพระเกศาที่สร้างในครั้งนี้ออกเป็นสามส่วนเท่า ๆ กัน ตนเองเก็บไว้เพียงส่วนเดียวเพื่อไว้แจกแก่ผู้ที่นับถือครูบาเจ้าฯ

วิธีการสร้างพระเกศา ตามที่ผู้เขียนได้เขียนเล่ามานี้ คงพอประมาณได้ว่าการสร้างพระเกศาในอดีตนั้นเป็นอย่างไร อาจไม่ตรงเสียทั้งหมด จึงได้ใช้คำว่า ประมาณเอา ส่วนการสร้างพระเกศารุ่นนี้อาจจะแปลกจากรุ่นอื่น ๆ ในอดีต กล่าวคือได้พระเกศาพิมพ์เดียวกันเป็นจำนวนมาก เพราะพระเกศาครูบาเจ้าฯในยุคต้นที่เราท่านพบส่วนมากไม่ซ้ำพิมพ์กัน

เขียนไปเขียนมาชักจะเข้าลึกเข้าดึกไปไหนต่อไหน ขอกราบอภัยท่านผู้อ่านที่แอบยืดข้อเขียนเรื่องนี้ต่อโดยบ่ได้ตั้งใจ สาธุไหว้สา ขอสูมาเต๊อะ ก่อนแล นายเหย..

โดย วิลักษณ์ ศรีป่าซาง

   
   
ติดต่อโฆษณา | ส่งความคิดเห็น About Us | Shopping | Lannaworld Mail   
มีข้อแนะนำ ติชม ติดต่อได้ที่ : webmaster@lannaworld.com
 
© 2002 lannaworld.com All rights reserved. สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ (โลกล้านนา)