lannaworld.com
โลกล้านนา
ติดต่อโฆษณา | ส่งความคิดเห็น About Us | Shopping | Lannaworld Mail   
หน้าแรก
   


ซะป๊ะเรื่องเมืองล้านนา

 

ปริศนาแห่งพระเกศาครูบาเจ้าศรีวิชัย (ตอน ที่ 1 )

บรรยากาศปีใหม่สงกรานต์ รุกรานอยู่ทุกอณูของแผ่นดินทิพย์ล้านนา เดือนชีปีใหม่ได้กลับไปบ้านเกิด พบความอุ่นเนื้อเย็นใจเติมพลังให้แก่ชีวิตอีกครั้ง นั่งอู้นั่งคุยเรื่องเก่าเรื่องหลังเมื่อยังเป็นละอ่อนกับแม่กับอุ๊ยสุขใจแท้ โดนใจบางเรื่องก็เอามาเล่าต่อ ดังเช่นเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ แล

ลมแล้งลอดล้วงทุกขุนดอย น่าแปลกคือยามแล้งร้ายเช่นนี้ ใบไม้กลับป่งใหม่ใบเขียวอยู่พราวต้น ดอกไม้ยามแล้งงามแท้โดยเฉพาะไม้ตระกูลดอกช่อล่อหรืออินทนิล งามราวกับอินทร์แต่งแปลงหย้อง น้ำในคูเมืองเชียงใหม่ใสวาวราวกับแว่นกระจก แต้มกลีบดอกไม้ไหวเฟือนเมื่อลมต้อง งามแท้จนใคร่ร้องใคร่หุยก้องฟ้าเมืองพิงค์

เกริ่นนำเสียยกใหญ่ กะในใจว่าจะไขปริศนาค้นหาเสน่ห์พระเกศาครูบาเจ้าศรีวิชัยก็คงไม่จบในฉบับเดียวเป็นแน่ ที่จริงคงไขได้ไม่มากหรืออาจไม่ต้องไขเลยก็ได้ ด้วยว่าพี่น้องผองเพื่อนชาวล้านนาส่วนใหญ่ก็ทราบกันดีอยู่แล้ว อีกทั้งผู้เขียนเองก็เกิดไม่ทันยุคครูบาเจ้าฯ แต่ก็ขออาสาเขียนถึงด้วยความที่ชอบและเป็นพระเครื่องชนิดเดียวที่รู้จักตั้งแต่จำความได้ และที่สำคัญ ตำนานและการเล่าขานคือเสน่ห์ที่ชวนหลง

เมื่อเลยครึ่งพุทธศตวรรษมาสองปี ผู้เขียนเกิดในยุคนั้น ที่บ้านนาป่าดอยเขตอำเภอป่าซาง ถนนยังเป็นดินแดงฝุ่นมุก ไฟฟ้ายังไม่เข้า ท้ายหมู่บ้านยังเป็นป่าลึกดงหลวง อุ๊ยเล่าว่าตอนนั้นผู้เขียนอายุยังไม่ถึงสองเดือน พอบ่ายแก่ ๆ จะร้องไห้ไม่ยอมหยุดจนตัวเขียว คนสมัยนั้นเชื่อกันว่าน่าจะมีของไม่ดีไม่งามมากระทำให้เป็นไป ต้องขอให้พ่อเฒ่าประจำหมู่บ้านที่แม่นคาถาอาคม เอาหางปลาไม(ปลากระเบน)มาเฆี่ยนอู่ พ่อเฒ่าบอกว่าคนเกิดวันจันทร์ขวัญอ่อน ผีกละผีพรายมักจะกวนควี ให้เอาพระเกศาครูบาเจ้าฯ (พระเครื่องประเภทผงคลุกรักที่มีเส้นเกศาหรือเส้นผมของครูบาเจ้าศรีวิชัยบรรจุอยู่) ผูกไว้ที่อู่ แล้วอธิษฐานยกให้เป็นลูกครูบาเจ้าฯเสีย อันที่เคยกวนก็จะร้างหาย อุ๊ยเล่าว่าตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาผู้เขียนก็กล้าแกร่งแข็งหาญบ่ไข้บ่ป่วยถึงแม้รูปร่างจะไม่สูงสง่าก็ตาม ส่วนพระเกศาองค์มัดอู่นั้นปัจจุบันยังอยู่กับผู้เขียน

คนลำพูน โดยเฉพาะคนยองที่ป่าซาง หรือบ้านโฮ่งหล่งลี้ คุ้นเคยกับเรื่องครูบาเจ้าศรีวิชัยเป็นอย่างดี ดูเหมือนเป็นกระแสชีวิตสายหนึ่งเลยทีเดียว ยุคปี 2500 เรื่องเล่าขานเกี่ยวกับตัวท่านศักดิ์สิทธิ์และมีอำนาจลึกลับชวนพิศวงกว่าเรื่องใด ๆ จะมากกว่าการได้สัมผัสกับท่านด้วยตนเองเสียด้วยซ้ำ พ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยหลายคนในหมู่บ้าน ยังเคยเข้าร่วมงานพระราชทานเพลิงศพครูบาเจ้าฯ ถึงแม้จะอยู่กันดารห่างไกล ต้องเดินเท้าจากหมู่บ้านออกมาปากทางไกลถึง 14 กิโลเมตรกว่าจะถึงถนนที่มีรถวิ่งเข้าเมืองลำพูน การได้เข้ามาร่วมงานบุญในวันนั้นเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ ท่านเหล่านี้แหละที่เล่าขานตำนานครูบาเจ้าฯให้ผู้เขียนฟังเมื่อวัยเด็ก

เกี่ยวกับเรื่องการนับถือเส้นเกศานี้ผู้เขียนไม่แน่ใจว่า ผู้ที่สร้างพระเกศาครูบาเจ้าฯในยุคสมัยนั้น ได้แนวปฏิบัติมาจากไหน ด้วยว่าพระเครื่องที่มีเส้นเกศาผสมอยู่เท่าที่ปรากฏในล้านนา มีเฉพาะของครูบาเจ้าศรีวิชัยเท่านั้นที่เป็นที่รู้จัก ส่วนพระเกศาของพระสงฆ์รูปอื่นมักได้รับการบอกเล่าว่าสร้างขึ้นในตอนหลัง เช่นพระเกศาของครูบาขาวปี ศิษย์เอกของครูบาเจ้าฯ เป็นต้น พระเกศาของครูบาขาวปีมีรูปแบบต่างกับของครูบาเจ้าฯชัดเจน

การนับถือเส้นเกศานี้ ในตำนานปูชนียสถานปูชนียวัตถุในล้านนา มักกล่าวถึงการเสด็จมาของพระพุทธองค์ในดินแดนแถบนี้ เมื่อมาถึง จะทรงได้พบกับผู้คนในพื้นถิ่น ส่วนมากจะเป็นชาวลัวะ จากนั้นทรงมอบเส้นพระเกศาแก่ลัวะผู้นั้น ก่อนจะมีพุทธทำนายว่าในภายภาคหน้าดินแดนแห่งนี้จะก้านกุ่งรุ่งเรืองเป็นที่ตั้งแห่งรัตนตรัย เจ้าเมืองจะสร้างที่บรรจุเส้นพระเกศาและพระบรมสารีริกธาตุซึ่งจะมาเพิ่มในภายหลัง เมื่อชาวบ้านหรือลัวะผู้นั้นได้รับเส้นพระเกศาแล้วก็จะบรรจุในกระบอกไม้ไผ่แล้วนำไปฝังดิน ความวิจิตรพิศดารต่าง ๆ ในการบรรจุเส้นพระเกศานั้นน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง พระธาตุเจดีย์หลายองค์ในล้านนามักมีตำนานกล่าวว่า เป็นที่บรรจุเส้นพระเกศาของพระพุทธเจ้า ความเชื่อในเรื่องนี้อาจเป็นมูลเหตุหนึ่งที่ผู้คนที่นับถือครูบาเจ้าฯ เก็บเส้นเกศาของท่านไว้บูชาก็เป็นได้ ส่วนการจะเก็บเส้นผมเปล่า ๆ ไว้ก็คงไม่สะดวกและอาจสูญหายจึงนำมาผสมกับมวลสารอื่น ๆ ปั้นเป็นรูปองค์พระ จะได้พกติดตัวได้สะดวก เมื่อปี พ.ศ. 2536 - 2538 ผู้เขียนตามเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเขตอำเภอป่าซาง พบว่า ยังมีผู้เก็บเส้นเกศาของครูบาเจ้าฯ ไว้ในกระบอกไม้ไผ่ ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้ตรงตามแบบที่กล่าวไว้ในตำนานที่กล่าวไว้ข้างต้น บางท่านก็เก็บในภาชนะอื่น ๆ เช่นกระป๋องแป้งฝุ่นแบบโบราณ ตลับครีมใส่ผมตันโจ เป็นต้น ส่วนพระเกศาครูบาเจ้าฯนั้น ถ้าใครมีก็ถือเป็นของรักของหวงอย่างสุดยอด หวงยิ่งกว่าพระสกุลลำพูนเสียอีก ทั้ง ๆ ที่เทียบค่าด้านพุทธพาณิชย์ไม่ได้เลย บางท่านก็เก็บพระในกระบอกไม้ไผ่ แทนที่จะนำมาห้อยคออย่างเรา ๆ เขียนมาเสียยาว ยังไม่ถึงเป้าหมายสักที ขออุบปริศนาพระเกศาครูบาเจ้าฯไว้ก่อน ไว้ต่อในตอนหน้าก็แล้วกันขอจบดื้อ ๆ อย่างนี้แหละ ตะแล็มตะแล็ม.

โดย วิลักษณ์ ศรีป่าซาง ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์เชียงใหม่นิวส์ ฉบับเดือนเมษายน 2545

   
   
ติดต่อโฆษณา | ส่งความคิดเห็น About Us | Shopping | Lannaworld Mail   
มีข้อแนะนำ ติชม ติดต่อได้ที่ : webmaster@lannaworld.com
 
© 2002 lannaworld.com All rights reserved. สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ (โลกล้านนา)