|
|
|
|||
|
|
|
|||
|
|
ครูบาเจ้าศรีวิชัยนักบุญแห่งล้านนาท่านนี้ มีชื่อเสียงเป็นที่เคารพนบไหว้ของบุคคลทั่วไปทั้งในแคว้นและนอกแคว้นล้านนาประเทศ ฟังว่าถ้าใครได้ไปกราบไหว้ตั้งจิตอธิษฐานที่อนุสาวรีย์ของท่าน อันใดดีอันใดงามครูบาเจ้าฯก็ดลให้สำเร็จผลทุกราย เพียงถวายดอกมะลิพวงแล้วไหว้สาด้วยธูปหอมเทียนแส้ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่ควันธูปและแสงเทียนบ่เคยจางร้างหายที่เชิงดอย นับเป็นตนบุญของคนทุกข์ยากโดยแท้ แต่เดิมหัวทีนั้น คำไหว้สาครูบาเจ้าที่ผู้เขียนท่องได้ ตามคำพ่ออุ๊ยสอน คือให้ตั้งนะโม 3 จบ แล้วว่า ศรีวิชัยชะนะ มหาเถโร สัพพะลาโภ นิรันตะรัง ตะมะหัง สังฆัง สิระสา นะมามิ และก่อนจะมีการสร้างเสาจารึกประวัติครูบาฯก็เคยพบคำไหว้นี้แปะติดฐานอนุสาวรีย์ท่าน ปัจจุบันไม่มีแล้ว ส่วนคำไหว้สำนวนใหม่ดังจะกล่าวต่อไปนี้ มีข้อความคล้ายกับสำนวนของท่านอาจารย์อานันท์ พุทธธัมโม ที่ท่านนำมาติดไว้แทนของเดิมที่อนุสาวรีย์ ที่มาของคำไหว้ครูบาเจ้าฯสำนวนใหม่ มีดังนี้ คือเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2537 ผู้เขียนรับอาสาผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้เรียบเรียงประวัติและความเป็นมาเกี่ยวกับวัตถุมงคลของครูบาเจ้าฯ เพื่อใช้ประกอบหนังสือภาพพระเครื่องและผลงานของท่าน ในช่วงเวลาดังกล่าว มีผู้มอบเอกสารสำเนาจากพับสา เป็นอักษรธรรมล้านนาภาษาลาลีให้ผู้เขียน มีข้อความตอนต้นว่า คำไหว้ครูบาเจ้าสรีวิไชย เมื่อปริวรรตเป็นภาษาไทยเสร็จ ผู้เขียนรู้สึกดีใจและตื่นเต้นเพราะคนเชียงใหม่ลำพูน อายุเกินสี่สิบมักได้ยินเรื่องราวของท่านจากปากของพ่ออุ๊ยแม่อุ๊ย และยิ่งได้พบคำไหว้สาซึ่งคาดว่ารจนาโดยนักปราชญ์ที่เคารพในตัวครูบาฯในยุคนั้น แต่งขึ้นเพื่อให้คนทั้งหลายได้ใช้ไหว้สาเพื่อรำลึกนึกถึงตนบุญองค์ประเสริฐท่านนี้ และเพื่อให้แน่ใจว่า คำไหว้ในพับสานั้นถูกต้องตามหลักการแต่งโศลกยอคุณภาษาบาลีหรือไม่ ผู้เขียนจึงนำคำไหว้ดังกล่าวไปให้ผู้รู้ทางบาลีตรวจสอบอีกที เพราะจากประสบการณ์ของผู้เขียนพบว่า ข้อความที่นิยมคัดลอกสืบกันมา มักมีอักขระบางตัวตกหล่น (ถ้ามีเครื่องสำเนาเช่นในยุคปัจจุบันปัญหานี้คงหมดไป) จึงได้นำไปรบกวนพ่อครูของผู้เขียนคือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์บำเพ็ญ ระวิน หัวหน้าภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขณะนั้น ตราจสอบและชำระ พร้อมกับให้แปลความพากษ์ไทยอีกที พอได้เค้าความหมายที่มี กลิ่นอายเป็นภาษาแขก ผู้เขียนก็รับหน้าที่สรรคำให้เป็นไทยปนแขกอีกที ก็ได้คำไหว้ตามที่จะลำดับไว้ดังนี้ แล คำไหว้ ส่วนคำแปลที่ว่านั้น
มีความดังนี้ พระมหาเถระรูปนี้ ซึ่งพุทธศาสนิกชนพากันเรียกขานว่า พระมหาเถระศรีวิชัย ผู้มีศีลอันอุดม ผู้อันเหล่านรชนและเทวดาพากันบูชา ท่านเป็นผู้สมควรแก่เครื่องสักการะบูชาอันมีปัจจัยสี่เป็นต้น ขอให้ลาภเป็นอันมากจงเกิดมีแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขออภิวาทซึ่งพระเถระเจ้ารูปนั้นตลอดเวลา ขอกราบไหว้ด้วยเศียรเกล้า ขอกราบไหว้ด้วยอาการทั้งปวง ขอให้สำเร็จประโยชน์ ขอให้สำเร็จประโยชน์ ขอให้สำเร็จประโยชน์ ข้าพเจ้าขออนุโมทนาฯ
|
|||
|
||||||
|
|
|
|||||