| |
ตำนานวัดพระธาตุศรีดอนแก้ว
วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาลูกเดียวเตี้ยๆ
อยู่ทางเหนือสุดของหมู่บ้านโรงช้างเหนือ ตำบลป่าแดดอำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย
ตามตำนานกล่าวว่าราว พ.ศ.๒๓๙๐
หรือประมาณ ๑๕๐ ปีล่วงมาแล้ว มีสองตายายซึ่งทำไร่ได้พากันขึ้นไปทำไร่
และตั้งกระท่อมอยู่บนเขาเตี้ยๆ ลูกหนึ่งซึ่งภาษาพื้นเมืองเรียกว่าม่อนหรือดอย
เขาลูกนี้ตั้งอยู่ลูกเดียวโดดๆ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่บ้านโรงช้าง
ชาวบ้านเรียกว่าม่อนห่อนึ่ง สาเหตุที่ได้ชื่อว่าม่อนห่อนึ่งนั้น พ่อเฒ่าเหมยเล่าให้ฟังว่าเนื่องมาจากสมัยก่อนชาวบ้านมักจะไปทำไร่อยู่ตามเชิงเขา
พอถึงเวลาอาหารกลางวัน ก็นัดกันนำเอาข้าวปลาอาหารขึ้นไปรับประทานอาหารกันบนยอดเขา
เพราะไม่สูงนักและได้ชมทิวทัศน์อีกด้วย อาหารที่นำไปรับประทานมักเป็นพวกอาหารแห้งๆ
และอร่อย อาหารอย่างหนึ่งที่ชาวบ้านชอบเอาไปกินร่วมกันก็คือห่อนึ่งซึ่งเป็นอาหารพื้นเมือง
ทำจากเนื้อสัตว์และผักต่างๆ เช่น ห่อนึ่งไก่และห่อนึ่งปลา เป็นต้น เมื่อทานอาหารเสร็จก็จะเอาใบตองที่ห่ออาหารนั้นกองรวมกันไว้นานเป็นปี
ๆ จนมีมากเข้า คนในวงอาหารคนหนึ่งได้ปรารภว่าดอยนี้น่าจะให้ชื่อว่า
ดอยห่อนึ่ง หรือ ม่อนห่อนึ่ง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็เรียกกันติดปากว่าม่อนห่อนึ่ง
เมื่อสองตายายไปตั้งกระท่อมอยู่ได้ประมาณ
๗ ผู้เป็นภรรยาก็ฝันว่ามีพระองค์หนึ่งนำเอาลูกแก้วมาให้ แล้วบอกว่าถ้าอยากได้เงินทองก็ให้ไปเอาที่เชิงเขาทางทิศตะวันตก
ซึ่งจะอยู่ตรงโคนต้นไม้ใหญ่แต่มีข้อแม้ว่าถ้าได้แล้ว ต้องแบ่งส่วนหนึ่งมาสร้างวัดวาอารามไว้บนยอดเขานี้
เพื่อเผยแพร่พระธรรม พอรุ่งเช้ายายได้เล่าความฝันให้สามีฟัง สามีก็จัดแจงแต่งตัวไปที่ที่ภรรยาได้เล่าให้ฟัง
เมื่อไปถึงก็พบหม้อดินขนาดกลางใบหนึ่งหุ้มด้วยผ้าสีแดง เมื่อเปิดดูก็พบทองคำแท่งอยู่ข้างใน
๕ แห่ง ยาวขนาดคืบ สองสามีภรรยาได้นำไปแลกเป็นเงินได้จำนวนหนึ่งมากพอสมควร
หลังจากนั้นก็ประกาศเชิญชวนชาวบ้านให้ขึ้นไปสร้างวัดและก่อเจดีย์ร่วมกัน
ภายในองค์เจดีย์บรรจุของมีค่าต่างๆ ในสมัยนั้นหลายอย่าง เช่น พระพุทธรูปทองหรือเพชรนิลจินดา
เป็นต้น แล้วตั้งชื่อว่า วัดม่อนห่อนึ่ง จากนั้นจึงนิมนต์พระสงฆ์มาจำพรรษาอยู่เรื่อยๆ
จนถึง พ.ศ.๒๔๗๐ พระอธิการบุญชื่นรัตนปัญโญ
พร้อมด้วยพระลูกวัดคณะศรัทธา มีนายจี๋ ปัญญางาม เป็นมัคคนายกวัดแห่งนี้
ร่วมกับเหล่าศรัทธาทำการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดขึ้นใหม่แล้วเปลี่ยนชื่อจาก
วัดม่อนห่อนึ่งมาเป็น วัดพระธาตุศรีดอนแก้ว ปัจจุบันฉัตรที่อยู่ตรงยอดเจดีย์ถูกลมพัดจนงอโค้ง
|
|