โกลล้านนา
ส่ง ความคิดเห็น ถึง โลกล้านนา
สนับสนุนโลกล้านนา

 
 

ตำนาน (อ่าน"ต๋ำนาน/ต่ำนาน")

คำว่า ตำนาน มาจากภาษาบาลีว่า "ตํณาล" ซึ่งแปลว่าท่อนหรือตอน แต่ที่แปลว่าเรื่องราวในอดีตนั้น น่าจะมาจากภาษาขอมที่ใช้ว่า "ฏํณาล-ตํณาล" โดยศัพท์ล้านนาหรือภาษาไทเก่าใช้คำว่า พื้น
ในล้านนามีวรรณกรรมประเภทตำนานอยู่เป็นจำนวนมาก ดังที่สถาบันวิจัยสังคมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถ่ายทำเป็นไมโครฟิล์มไว้มีจำนวนถึง ๗๒๒ เรื่อง และจากการศึกษาของ วิลักษณ์ ศรีป่าซาง พบว่าตำนานจำนวนดังกล่าว มีชื่อซ้ำกันและคาดว่าเป็นเรื่องเดียวกันอยู่จำนวนหนึ่ง และเมื่อนับรวมเฉพาะชื่อที่ไม่ซ้ำกันแล้วมีจำนวน ๒๐๖ ชื่อ เช่น ตำนานกุมารยักษ์ ตำนานข้าวแท่น ตำนานข้าวต้มสามแก่น ตำนานขุนธรรม ตำนานขุนธรรมิกราช ๕ พระองค์ เป็นต้น
จากตำนานทั้ง ๒๐๖ เรื่องดังกล่าว พบว่าตำนานส่วนใหญ่ เป็นเรื่องเกี่ยวกับพุทธศาสนา คือเรื่องพระพุทธองค์ กิจกรรมของพระพุทธเจ้า และสถานที่ทางพุทธศาสนา โดยจะบอกถึงเรื่องราวของพระพุทธเจ้า การเสด็จพุทธดำเนินมายังดินแดนล้านนาเพื่อ "ไว้พระธาตุ" คือประทานเกสาธาตุหรือประทับรอยพระพุทธบาทและตรัสทำนายถึงความสำคัญของสถานที่นั้นๆ ในอนาคต เป็นต้น
นอกจากนั้น ยังมีตำนานอีกกลุ่มหนึ่งที่ให้ร่องรอยถึงความเป็นมาของการตั้งถิ่นฐานในล้านนา เช่น ตำนานเชียงแสน ตำนานดอยตุง และ ตำนานสุวัณณะโคมฅำ เป็นต้น ส่วนตำนานที่ให้รายละเอียดด้านประวัติศาสตร์ล้านนาที่ชัดเจนมากคือ ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ซึ่งบันทึกเหตุการณ์เรื่อยมาจนถึง พ.ศ. ๒๓๗๐ และชินกาลมาลีปกรณ์ ซึ่งเป็นภาษาบาลี ก็ให้เรื่องราวเกี่ยวกับเชียงใหม่จนถึง พ.ศ.๒๐๗๐ เป็นต้น
จากการที่ตำนานทั้งหลายเสนอข้อมูลแยกเป็นสองกลุ่มเช่นนี้ จึงทำให้มีผู้เสนอว่า อาจจำแนกตำนานออกเป็นสองกลุ่มคือตำนานฝ่ายวัดและตำนานฝ่ายเมือง แต่แม้ตำนานจะให้รายละเอียดของข้อมูลได้ดี แต่จุดที่น่าเคลือบแคลงก็คือตำนานเหล่านี้คัดลอกสืบเนื่องกันมาโดยมิได้ระบุว่าผู้ใดเป็นผู้แต่งและแต่งขึ้นแต่เมื่อใด การให้ข้อมูลไว้นั้นก็มักบอกปีที่จารหรือคัดลอกเท่านั้น ทั้งนี้หากใช้หลักฐานอื่นประกอบเพื่อยืนยันอายุของตำนานแล้ว คงจะมีแต่ ตำนานดอยตุง เท่านั้นที่มีหลักฐานรองรับ โดยพบว่ามีรูปฤาษีหล่อด้วยทองสำฤทธิ์สูงประมาณ ๖๐ เซนติเมตร ปัจจุบันอยู่ที่ห้องสุโขทัย พิพิธภัณฑ์ฯพระนคร เลขทะเบียน T.62,ช.ส.๕๘ สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๑๔๗ คำจารึกอักษรธรรมล้านนาซึ่งอยู่ที่ฐานของรูปหล่อฤาษีนั้นมีทั้งคำไหว้พระธาตุดอยตุงและตำนานพระธาตุดอยตุงปรากฏอยู่ โดยเฉพาะตำนานดอยตุงที่จารึกไว้นั้นสอดคล้องกับตำนานดอยตุงซึ่งปรากฏอยู่ในใบลาน ส่วนตำนานเรื่องอื่น แม้จะเป็นเรื่องที่ยอมรับกันว่าเก่าแก่ แต่ก็ไม่มีหลักฐานอื่นรองรับโดยชัดเจนเช่นนั้น
ทั้งนี้ อุษณีย์ ธงไชย ได้กล่าวไว้ใน จารึกและตำนาน หลักฐานที่สร้างขึ้นภายใต้อิทธิพลของพุทธศาสนาลังกาวงศ์ พ.ศ.๒๕๔๐ ตอนหนึ่งว่า
"...ตำนานส่วนใหญ่เริ่มเขียนขึ้นเมื่อประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งเป็นระยะที่พุทธศาสนาลังกาวงศ์มีความเจริญมากในเขตภูมิภาคแถบนี้ และส่วนใหญ่ เขียนโดยพระสงฆ์ ทำให้ตำนานได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนาลังกาวงศ์สูงมาก จนกลายเป็น ลักษณะเด่นของหลักฐานประเภทนี้..." และ "...ในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะสมัยรัชกาลที่ ๔ ได้มีความตื่นตัวมากในการค้นหา "เรื่อง" หรือ"ความรู้" ของเมืองต่างๆ โดยเฉพาะเมืองประเทศราช เพื่อสะดวกในการปกครองเมืองเหล่านี้ ฉะนั้น งานเขียนเกี่ยวกับเมืองต่างๆ ได้ถูกค้นหาและเรียบเรียงขึ้นใหม่จำนวนมาก ซึ่งรวมทั้งงานเขียนต่างๆ ที่เกี่ยวกับล้านนาด้วย เชื่อว่าในสมัยดังกล่าวได้มีการค้นหา การแปลและเรียบเรียงงานเขียนที่เกี่ยวเนื่องกับล้านนาขึ้นมากมาย โดยเฉพาะงานเขียนที่มีลักษณะแบบตำนาน..."
 
(เรียบเรียงจาก อุดม รุ่งเรืองศรี)