โกลล้านนา
ส่ง ความคิดเห็น ถึง โลกล้านนา
สนับสนุนโลกล้านนา

 
 

ตำนานสิงหนวัติกุมาร

เรื่องนี้เริ่มจากการที่สิงหนวัติกุมาร โอรสพระเจ้าเทวกาลแห่งนครไทยเทศ คือเมืองราชคฤห์ อพยพผู้คนออกจากเมืองราชคฤห์เมื่อ พ.ศ.๔๓๐ เดินทางไปถึงชัยภูมิที่เคยเป็นแคว้นสุวรรณโคมคำมาก่อนไม่ใกล้แม่น้ำโขงนัก
เจ้าชายสิงหนวัติราชกุมารได้พบกับพันธุนาคราช ซึ่งพันธุนาคราชได้แนะนำให้เจ้าชายสิงหนวัติตั้งเมืองอยู่ในที่นั้น แล้วกลับวิสัยเป็นพระยานาคขุดแผ่นดินให้เป็นคูเมือง เจ้าชายสิงหนวัติจึงตั้งเมืองในที่นั้น และตั้งชื่อเมืองว่า เมืองนาคพันธุสิงหนวัตินคร จากนั้นอีก ๓ ปี เจ้าชายสิงหนาวัติก็ได้แผ่อำนาจปราบปรามหัวเมืองต่างๆ ในเขตนั้น และปราบได้ล้านนาไทยทั้งมวล
ถัดจากรัชสมัยของเจ้าสิงหนวัติแล้ว กษัตริย์องค์ต่อมา คือ โอรสของพระเจ้าสิงหนวัติ คือ พระยาพันธนติ ถัดจากพระยาพันธนติ ก็คือ พระยาอชุตราช และเมืองนี้ก็เปลี่ยนชื่อมาเป็นเมืองโยนกนครไชยบุรีราชธานีศรีช้างแส่น พระยาอชุตราชขอนางปทุมวดีจากกัมมโลฤาษี มาเป็นมเหสี ยุคนี้มีการสร้างพระธาตุดอยตุงและพระธาตุดอยกู่แก้ว กษัตริย์องค์ต่อมาคือพระมังรายนราช โอรสของมังรายนราช คือองค์เชืองนั้น ครองเมืองเดิม ส่วนโอรสชื่อไชยนารายณ์ไปตั้งเมืองใหม่ ชื่อไชยนารายณ์เมืองมูล เมืองโยนกนครไชยบุรีราชธานีศรีช้างแสนก็มีกษัตริย์ปกครองต่อๆ กันมาจนถึง จ.ศ.๒๗๙ (พ.ศ.๑๔๖๐)จึงเสียแก่พระยาขอมแห่งเมืองอุโมงค์เสลานคร กษัตริย์ของเมืองโยนกฯถูกขับให้ไปอยู่ที่เวียงสี่ทวง
ที่นั้นพระองค์พังได้โอรสที่เก่งกล้า คือพรหมกุมาร เมื่อพรหมกุมารอายุได้ ๑๖ ปี ก็เสนอให้พระบิดาแข็งข้อต่อขอม และตัวเองเป็นแม่ทัพเข้าต่อสู้กับพวกขอม และสามารถขับไล่ขอมไปทางใต้จนถึงเขตเมืองลวรัฐ พระองค์พังได้กลับเป็นกษัตริย์ในโยนกนครไชยบุรีศรีช้างแสนอีกครั้งหนึ่ง ใน จ.ศ.๒๙๙ (พ.ศ.๑๔๘๐) พรหมกุมารต่อมาได้ตั้งเวียงไชยปราการ และเป็นกษัตริย์ครองเมืองนี้ เมื่อสิ้นพระองค์พรหมราชแล้วโอรส คือพระไชยสิริก็ได้ครองเมืองต่อมา เมื่อถูกทัพมอญคุกคามเข้ามา พระองค์ไชยสิริก็พาชาวเมืองอพยพ เมื่อจ.ศ.๒๖๖ (พ.ศ.๑๕๔๗) ลงไปทางใต้และไปตั้งเมืองอยู่ที่เมืองกำแพงเพชร
ในเมืองโยนกนครราชธานีศรีช้างแสนนั้นมีกษัตริย์เสวยเมืองต่อมา จนถึงสมัยพระองค์มหาชัยชนะ และในปี จ.ศ.๔๖๗ (ที่ถูกควรเป็น ๓๗๖ พ.ศ.๑๕๕๘) ชาวเมืองจับปลาตะเพียนเผือกยักษ์ (ควรเป็นปลาไหลเผือกยักษ์) จากแม่น้ำกกแล้วแบ่งกันกินทั่วเมือง และในคืนนั้นเมืองโยนกนครราชธานีไชยบุรีศรีช้างแส่นก็ล่มลง กลายเป็นหนองน้ำใหญ่ ขุนพันนาและนายบ้านทั้งปวงพร้อมใจกันเลือกนายบ้านผู้หนึ่งชื่อขุนลัง เป็นหัวหน้าของชนกลุ่มนั้นช่วยกันสร้างเวียงปรึกษาขึ้นที่ริมแม่น้ำโขงฝั่งตะวันตก และอยู่ทางตะวันออกของเวียงโยนกเดิม นับเป็นการสิ้นสุดราชวงศ์กษัตริย์
ผู้ที่ครองเวียงปรึกษาต่อมานั้นได้รับการคัดเลือกกันเป็นครั้งคราว เรียกว่า "ไพร่แต่งเมือง" รวมเป็นขุนผู้ครองเวียงปรึกษา ๑๖ คน สืบต่อกันมาในช่วง ๙๓ ปี จึงเป็นอันจบตำนานสิงหนวัติกุมาร

หมายเหตุ ตำนานสิงหนวัติกุมารนี้ ไม่ปรากฎชื่อผู้แต่งหรือปีที่แต่ง ได้รับการตีพิมพ์ลงในหนังสือประชุมพงศาวดารภาคที่ ๖๑ ซึ่งกรมศิลปากรพิมพ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๙ มาแล้ว ต่อมาผู้ที่ศึกษาตำนานเรื่องนี้อย่างละเอียด คือ นายมานิต วัลลิโภดม และได้นำเอาผลงานการศึกษาดังกล่าวมาตีพิมพ์ ในนามของคณะกรรมการจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี จัดพิมพ์เผยแพร่เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๖
 
(เรียบเรียงจาก อุดม รุ่งเรืองศรี