โกลล้านนา
ส่ง ความคิดเห็น ถึง โลกล้านนา
สนับสนุนโลกล้านนา

 
 

ตำนานพระธาตุศรีดอนคำ

"ตำนานหลายๆเรื่องนั้น มีเนื้อหาที่เกี่ยวพันกับสภาพภูมิประเทศ ประเพณีและสังคมท้องถิ่น โดยจะเป็นการบอกเล่าถึงที่มาของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หรือสถานที่ตามธรรมชาติที่ดูประหลาดผิดแผกจากที่อื่นๆ รวมทั้งตำนานเกี่ยวกับการสร้างเมืองที่มีความสัมพันธ์กันระหว่างศาสนา สังคมและการเมือง ดังเช่นในเรื่องของตำนานพระธาตุศรีดอนคำนี้ที่ไปอธิบายเรื่องราว ของสถานที่ที่พระนางจามเทวีแห่งอาณาจักรละโว้ได้เดินทางผ่านก่อนจะไปปกครองหริภุญชัย มาผูกเข้ากับการสร้างพระธาตุศรีดอนคำนี้ได้อย่างกลมกลืน"
 
ในตำนานพระธาตุศรีดอนคำ(พงอ้อ)ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอลอง จังหวัดแพร่ ได้กล่าวไว้ว่า สมัยเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว มาถึงจุลศักราชได้ ๙๖๑ (พ.ศ.๒๑๔๒) มีพระภิกษุรูปหนึ่งจากวัดฟ่อนสร้อย (อำเภอเมือง) เชียงใหม่ได้เดินทางมาบิณฑบาตถึงแช่ฟ้า ท่าอ้อน และได้ไหว้มหาธาตุเจ้าขวยปูพูทับ แหลมลี่ จนถึงวัดม่วงเลียง (ทั้งหมดอยู่ในเขตอำเภอลอง จังหวัดแพร่)
ในขณะนั้นมีขุนเฒ่าชื่อว่า หมื่นจ่าลอง อยู่ที่บ้านนาหลวง ได้มาไหว้พระภิกษุนั้น ซึ่งท่านได้ว่า พระธาตุพระเจ้าเมืองลองนี้ไม่ได้มี ๓ แห่งเท่านั้น แต่ยังมีอีกแห่งหนึ่ง ชื่อว่า ดอนคำพงอ้อ และกล่าวว่าตอนที่ท่านยังเป็นหนุ่มนั้น ได้รับมอบหมายให้ค้นหนังสือตำนานในหอพระแก้ว ซึ่งได้พบว่าในตำนานดังกล่าวระบุด้วยว่า เมื่อสุเทวฤาษีสร้างเมืองหริภุญชัยนั้น มีฤาษี ๓ ตนมาช่วย คือ กัสสปฤาษี อยู่เมืองพุกาม, พรหมเทวฤาษี อยู่ที่เขางาม และสุกทันตฤาษี อยู่เมืองละโว้
เมื่อสร้างเมืองเสร็จแล้ว สุเทวฤาษีก็ว่าอยากได้บุคคลที่เลื่อมใสในคุณแก้วทั้งสามมาเป็นเจ้าเมือง จะเป็นหญิงหรือชายก็ได้ สุกทันตฤาษีกล่าวว่ามีลูกพญาละโว้ผู้หนึ่งชื่อ นางจามเทวี ซึ่งมีคุณสมบัติที่เหมาะสม เมื่อฤาษีทั้งสี่ตกลงกันดังนั้น ฤาษีอีกสามตนก็กลับยังที่อยู่ของตน ส่วนสุเทวฤาษีได้อธิษฐานและเขียนหนังสือใส่ลำไม้ไผ่ล่องน้ำไปขอนางจามเทวีมาครองเมือง นางจามเทวีตอบตกลงและพญาละโว้กับราชบุตรก็ทรงอนุญาต ในตอนนั้น นางจามเทวีก็ทรงพระครรภ์ยังอ่อนอยู่ นางก็จัดแต่งสิ่งต่าง ๆ และได้นำคณะสงฆ์ นักปราชญ์ บุรุษนิกายทั้งหลายไปด้วยและไปขอเอาพระธาตุเจ้าจากพญาละโว้ไปด้วย
เมื่อเตรียมการพร้อมแล้ว นางจามเทวีและคณะก็เดินทางด้วยเรือทางแม่น้ำยม เมื่อนั้น ในบริเวณอำเภอลองปัจจุบันได้ชื่อว่า เววาทภาสิต นางได้เห็นลำน้ำแคบลงเรื่อย ๆ ก็คิดว่าผิดทางแล้ว แต่นางก็อยากจะลองเดินทางไปดูก่อน ดังนั้นในบริเวณดังกล่าวจึงชื่อ "เมืองลอง"
ขบวนเดินทางมาถึงหัวนาก็ตั้งทัพอยู่ที่นั้นก่อน ตรงนั้นจึงได้ชื่อว่า"บ้านก่อน" พระนางจามเทวีก็ใคร่ประจุพระธาตุซึ่งเป็นพระธาตุกระดูกอกสัพพัญญูเจ้า บริวารของนางได้สำรวจดูสถานที่บรรจุพระธาตุก็พบว่า มีสายน้ำไหลออกมาจากพงอ้อน้อยข้างป่า บุรุษทั้งหลายจึงตกลงกันที่จะประจุพระธาตุไว้ที่แห่งนั้นเมื่อประจุพระธาตุไว้ที่ดอนอันควรแล้วก็ปลูกไม้"หมากแง"(ส้มเขียวหวานโบราณ)ต้นหนึ่งและทำนายไว้ว่าเมื่อใดน้ำห้วยอ้อไหลเข้าปล่องร่องพงอ้อนี้ เมื่อนั้นจะมีภิกษุ ๒ องค์ เป็นมูลศรัทธามาสร้างหอสร้างเจดีย์ที่บรรจุธาตุพระพุทธเจ้าแล้วก็จะรุ่งเรืองสืบมา
จากนั้น นางจามเทวีก็ล่องไปตามลำแม่น้ำยมจนถึงเมือง หริภุญชัย ไม่นานนางนักก็ประสูติบุตรชายฝาแฝด ๒ คน ให้ชื่อว่า มหันตยศ และอนันตยศตามลำดับ ต่อมา นางก็ได้สร้างเมืองใหม่(ลำปาง)และให้บุตรสร้างหอพระแก้วเพื่อเก็บตำนาน ซึ่งในตำนานก็เป็นดังที่พระภิกษุกล่าวมานั้น
 
เมื่อพระภิกษุเล่าจบแล้วก็ถามหมื่นจ่าลองว่า เคยพบที่ซึ่งมีลักษณะดังได้กล่าวมาแล้วนั้นหรือไม่ หมื่นจ่าลองตอบว่า พงอ้อถึงเมืองลองไม่มีสักแห่ง มีแต่ร่องน้อยแห่งหนึ่งไหลออกมาจากอารามน้อยข้างนาทางทิศตะวันออก เรียกกันว่า "ร่องอ้อ" น้ำไม่เคยขาดเลย ครั้งหนึ่งมีคนเฝ้านาตอนกลางคืนเห็นเป็นเหมือนผีพุ่งไต้ บ้างก็ว่า"ฝีโพรง" บ้างก็ว่าพระธาตุ พระภิกษุจึงว่า อันนี้แหละคือพระธาตุเจ้า และถามต่อถึงไม้หมากแง หมื่นจ่าลองตอบว่า มีแต่ไม้สักอายุประมาณ ๑๐๐ ปี ครั้งหนึ่งเคยมีพระฝ่ายอรัญญวาสีรูปหนึ่งอยู่ที่ดอนลี่ ได้รู้ว่าพระธาตุเจ้าปรากฏที่นั่น จึงมาคอยดู ก็เห็นธาตุทำปฏิหาริย์โดยเอาลำไม้สักที่ตายแล้วให้ลอยขึ้น แล้วพระธาตุนั้นเสด็จไปในที่ต่าง ๆ บ้างก็กล่าวว่า เมื่อใดไม้หมากแงตาย ไม้สักก็จะเกิดขึ้นมาแทน ยังมีครั้งหนึ่งคนที่อยู่แถวนั้นลบหลู่พระธาตุ เทวดาไม่พอใจ ก็ให้สายฟ้าฟาดลงมาถูกไม้สักโดนคน ๆ นั้นตาย