ตำนาน
ส่ง ความคิดเห็น ถึง โลกล้านนา
สนับสนุนโลกล้านนา

 
 

ตำนานลำพูน

ต้นฉบับของตำนานนี้เป็นของวัดนันทาราม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นใบลานขนาดยาว ทั้งหมดมี ๕๘ หน้า คัมภีร์ชุดนี้มีตำนาน ๒ เรื่อง คือ ตำนานลำพูน หรือ ตำนานพระชินธาตุละพูน ไม่ปรากฏทั้งชื่อของผู้แต่ง และชื่อของผู้จาร ตั้งแต่ลานที่ ๑-๔๙ เป็นตำนานลำพูน ตั้งแต่ตอนกลางลานที่ ๔๙ เป็น ตำนานเอาฅนเข้าถ้ำละพูน ปรากฏอยู่ด้วย ข้อความเริ่มต้นว่า สุวณฺณเจติยํ สุวณฺณโมฬิธารํ อุรฏฺฐิ เสฏฺฐํ วรองฺคุลิฏฺฐึ กจฺจยนานานีตปตฺตปุรํ สีเสน มยฺหํ ปณามิ ธาตุํ (ข้าพเจ้าขอนมัสการพระสุวรรณเจดีย์ อันเป็นสถานที่ธำรงพระธาตุโมลี พระอัฏฐิพระอุระ และพระองคลีอันประเสริฐ ซึ่งพระมหากัจจายนะนำมาถึงเมืองนี้ ด้วยเศียรเกล้าของข้าพเจ้า) และตอนท้ายปรากฏความว่า ตำนานพระชินธาตุเจ้าละพูนแลส่วนตอนท้ายของคัมภีร์ผูกนี้ซึ่งตอนจบของตำนานเทวดาเอาฅนเข้าถ้ำละพูน ว่า"...ตำนานเทวดาเอาฅน เข้าถ้ำละพูน ค็แล้วเท่านี้ก่อนแล ค่อยพิจจรณาดูเทิอะ ข้าค็เท่านับใส่ตามตัวตั้งเพิ่นข้าแล หล้างทีค็รู้หล้าง ทีค็บ่รู้ใหนข้าแล..." สาระสำคัญดังนี้
ตั้งแต่เริ่มต้นลานที่ ๑ จนถึงลานที่ ๑๒ คัมภีร์กล่าวถึงพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติ จนตรัสรู้ และการพุทธกิจ ๔๕ พรรษา เช่น พรรษาแรกประทับที่ป่าอิสิปปตณมฤคทายวันเป็นต้น คัมภีร์ได้เชื่อมโยงความเข้าประวัติศาสตร์หริภุญชัย อันจะเป็นที่ประดิษฐานพระสุวรรณเจดีย์ ในการนี้คัมภีร์ได้กล่าวไว้ว่า เมื่อพระพุทธองค์ประทับที่เชตวันมหาวิหารนั้น ได้ทรงตรวจดูด้วยอนาคตังสญาณว่าพุทธศาสนาจะไปเผยแพร่ในที่อื่น นอกชมพูทวีป จึงพร้อมด้วยพระอานนท์เถร พระโสณ และพระอุตระ มีพระเจ้าอโศกเป็นโยมอุปัฏฐาก ได้เสด็จมาที่บริเวณที่เป็นอาณาเขตของจังหวัดเชียงใหม่ปัจจุบันนี้ และได้ทรงหยุดพักรับรับบิณฑบาตของเมงเคริบ (เมงคบุตร)แล้วเสด็จมาตามลำน้ำแม่ปิงจนถึงที่ตั้งจะเป็นที่ตั้งพระสุวรรณเจดีย์ จึงเสด็จประทับนั่งเหนือหินก้อนหนึ่งเสวยสมอที่พรานป่าถวายแล้วทรงโยนเม็ดสมอนั้นไป แต่เม็ดสมอนั้นดูดังมีใจ ได้เวียน รอบหินที่ประทับ ๓ ครั้ง ทำให้พระพุทธองค์ทรงแย้มสรวล พระอานนท์ทราบเหตุจึงทูลถามถึงเหตุนั้น ก็ได้รับพุทธพยากรณ์ว่าที่นี้จักเป็นที่ประดิษฐาน เจติยะฅำ (สุวัณณเจดีย์) และพรานป่าผู้ถวายสมอจะเกิดมาเป็นพญาอาทิตตราช และจักสถานพระเจดีย์บรรจุพระธาตุโมลี พระอุรัฏฐิ และพระองคุลิฏฐิ เมื่อทราบพุทธดำรัสนั้นแล้วพระอรหันต์และพระเจ้าอโศก จึงพร้อมกันขอเอาพระเกสาธาตุเส้นหนึ่งใส่กระบอกไผ่รวก บรรจุไว้ที่ใต้ฐานหินก้อนนั้นและมอบให้พญานาคชมพูกะดูแลรักษา ขณะเดียวกันพญากาเผือกก็มอบให้กาดำตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นหลานของตนเองให้เผ้ารักษาอยู่ด้วย
ตั้งแต่ลานที่ ๑๒ คือตลอดจนถึงลานที่ ๒๕ กล่าวถึงประวัติการสร้างเมืองลำพูนและลำดับกษัตริย์ เริ่มตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวี จนถึงพญายีบา โดยเน้นยุคของพระเจ้าอาทิตตราช และพระเจ้าสรรพสิทธิเป็นพิเศษ เน้นเหตุการณ์ก่อนที่จะพบพระบรมธาตุ โดยโยงถึงการสร้างปราสาทที่ประทับของพระองค์ แต่มีกาถ่ายอาจมรดศีรษะของพระองค์ ผลสุดท้ายก็ทราบเหตุการณ์ที่อยู่เบื้องหลัง และได้มีการสร้างสุวรรณเจดีย์เพื่อบรรจุพระธาตุที่ขุดพบ
ตั้งแต่ลานที่ ๒๕ จนถึงลานที่ ๕๐ กล่าวถึงวงศ์พญาที่ครองเชียงใหม่ เริ่มตั้งแต่พญามังรายจนถึงพญาเมกุ เน้นความสำคัญในรัชสมัยสมัยของพระเจ้าติโลกราช คือเมื่อปี ๑๙๙๐ พระองค์พร้อมด้วยข้าราชบริพารได้ทรงบูรณสังขรณ์พระเจดีย์ คัมภีร์ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ที่มีส่วนในครั้งนั้น โดยบอกจำนวนวัสดุ และรัตนชาติที่ใช้ในการบูรณปฏิสังขรณ์ ระบุชื่อพระเถระผู้ที่มีเป็นผู้นำฝ่ายสงฆ์ คือพระอานนท์ และพระมหามงคล
เมื่อเสร็จงานแล้ว ก็โปรดให้มีการเฉลิมฉลอง พระองค์ได้โปรดถวายนาเป็นกัลปนาแด่พระรัตนตรัยและพระธาตุ ขณะเดียวกันก็ถวายข้าวัดอีกด้วย ส่วนพระที่อยู่รักษาพระธาตุ คือ พระมหาสารีบุตร
หลังจากที่พระองค์สวรรคตแล้ว ราชวงศ์มังรายที่บูรณสังขรณ์พระธาตุมีดังนี้ คือพญายอดเมือง โอรสท้าวใสบุญเรือง นัดดาพญาติโลกราช พระเมืองแก้ว โดยบันทึกเหตุการณ์ในการบูรณปฏิสังขรณ์อย่างละเอียด คล้ายคลึงกับรัชสมัยของพญาติโลกราช ต่อจากนั้นพระเมืองอ้ายโอรสของพระเมืองแก้ว ก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์อีกคำรบหนึ่ง แม้แต่พญาอุปโยธวราช ราชวงศ์ล้านช้างที่เข้ามาเสวยเมืองเชียงใหม่ และพระมังทราแห่งหงสาวดีวดีพม่า ผู้มาในฐานะปัจจามิตรก็ได้บูรณปฏิสังขรณ์เช่นเดียวกัน
ในตอนว่าด้วยมังทราแห่งหงสาวดี ตำนานกล่าวถึงการสงคราม และเหตุการณ์ในสมัยพญาเมกุไว้ด้วย

 
(โดย บำเพ็ญ ระวิน)