โกลล้านนา
ส่ง ความคิดเห็น ถึง โลกล้านนา
สนับสนุนโลกล้านนา

 
 

ตำนานมังราย เชียงใหม่ เชียงตุง

จากหนังสือเรื่อง "ตำนานมังราย เชียงใหม่ เชียงตุง" ต้นฉบับเป็นใบลานของวัดอุโมงค์ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ยืมมาถ่ายไมโครฟิล์มเก็บไว้ที่คลังข้อมูลของฝ่ายวิจัยล้านนา ตามข้อความในหน้าลานสุดท้ายว่า
จุลศักราชได้ ๑๒๔๐ ตัว ปีเปิกยี เดือน ๓ แรม ๗ ค่ำ เม็งวัน ๒ เสด็จแล้วยามแตรงายแล อหํ นาม พิทธาขนาน วิริยลิกขิตปางเมื่ออยู่บ้านช่างเคี่ยน วันออกวัดหั้นแล
เนื้อความของเอกสารดังกล่าวแบ่งออกเป็น ๒ ตอนใหญ่ ๆ ตอนแรกจากหน้าลานที่ ๑-๒๒ กล่าวถึงพระยามังราย จนกระทั่งถึงพระยาผายู ซึ่งอยู่เสวยราชย์ในเมืองนพบุรีศรีพิงไชยเชียงใหม่ มีอายุยืนได้ ๗๐ ปี ก็จุติตายไป พระยาผายูตายปีเปิกเล็ด ศักราชได้ ๘๙๙
ตอนที่ ๒ เริ่มตั้งแต่หน้าลานที่ ๒๒-๔๖ เริ่มตั้งแต่พระยาลวะจังกราชจนถึงตอนที่เจ้าหม่อมมหาวัง เจ้าเมืองเชียงรุ่งเสียชีวิต เป็นการเท้าความย้อนอดีต้นตระกูลของพระยามังราย สมัยปู่หม่อนสืบมาถึงลูกหลาน ตลอดถึงสมัยเชื้อเจ็ดตน โดยเป็นการกล่าวถึงเหตุการณ์แต่ละช่วงสมัยอย่างสังเขป เช่นตอนที่อ้ายฟ้ารับอาสาพระยามังรายเข้าไปเป็นไส้ศึกในเมืองหริภุญชัย ในสมัยของพระยายีบา หลังจากยึดครองเมืองหริภัญชัยได้แล้ว พระยามังรายก็เสด็จมาสร้างเมืองกุมกาม ในบริเวณท้องที่อำเภอสารภีปัจจุบัน จากนั้นจึงสร้างเมืองเชียงใหม่ขึ้นมาอีกเมืองหนึ่ง
นอกเหนือไปจากการกล่าวถึงเหตุการณ์ในเมืองล้านนาเช่น เชียงใหม่ แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง เชียงราย เชียงของ และพะเยาแล้ว ในหนังสือเรื่องนี้ยังได้กล่าวถึงเมืองต่าง ๆ อีกหลายเมือง ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตพม่าและจีน เช่นเมืองพะยาก เมืองยอง เมืองเชียงตุง เมืองนาย เมืองแสนหวี เมืองแลม และเมืองเชียงรุ่ง เป็นต้น
สิ่งที่น่าสนใจตอนหนึ่งในหนังสือเรื่องนี้ คือการกล่าวถึงเมืองเชียงตุงในอดีต ซึ่งระบุว่ามังคุ่มกินเมืองได้ ๑๗ ปี ก็เสียชีวิต มังเคียนกินเมือง ๗ ปี เสียชีวิต เชียงตุงเป็นเมืองร้างอยู่เป็นเวลา ๑๐ ปี พระยามังรายจึงส่งพระยานาถะมูไปครองเชียงตุงในปี จ.ศ.๘๓๓ หลังจากนั้นพระยานาถะมูจึงโปรดให้สร้างเวียงเชียงเหล็กในปี จ.ศ.๘๓๔
ต่อมาพวกฮ่อยกทัพมารุกรานเมืองแลมและเวียงเชียงเหกในขณะที่ฮ่อล้อมเมืองอยู่นั้น ชาวเวียงเชียงเหล็กจึงคั่วทรายร้อยสาดใส่พวกฮ่อจนต้องถอยร่นออกไป แต่พวกฮ่อก็ยังไม่ยอมแพ้ได้พากันไปทดน้ำหมายจะให้ท่วมเมืองเชียงตุง ชาวเขินจึงแก้เคล็ดโดยทำแพไม้อ้อใช้หอยเป็นก้อนเส้น ใช้กระดองปูเป็นหม้อ ใช้ไม้แพร่เป็นพืน ไหลน้ำไปที่พวกฮ่อทดน้ำอยู่นั้น ฟ้าจึงผ่าพวกฮ่อ ตายเป็นอันมากและพากันล่าถอยไป พระยานาถะมูกินเมืองได้ ๑๔ ปี ก็เสียชีวิต พระยาน้ำท่วมกินเมืองแทนพ่อในปี จ.ศ. ๘๔๕
ในปี จ.ศ. ๘๙๑ พระยาผายูกษัตริย์เชียงใหม่ได้ส่งโอรสไปครองเชียงตุงคือ พระยาเจ็ดพันตูโหรได้ทำนายว่าเชียงตุงเป็นเมืองนามจันทร์ น้ำไหลจากทางทิศใต้ไปทิศเหนือ ผู้หญิงกินเมืองดี ถ้าผู้ชายกินเมืองให้เลี้ยงเจนเมือง ๕๐๐ นา และสร้างเจดีย์เป็นชื่อเมืองจึงจะดี
ในการเสด็จไปกินเมืองเชียงตุงในครั้งนั้น พระยาเจ็ดพันตูได้นำเอาช้างม้าขาคนติดตามไปเป็นจำนวนมาก รวมทั้งพระไตรปิฎกและพระสงฆ์ ๔ รูป คือมหาธัมมไตรอยู่วัดพระแก้ว ธัมมลังกาอยู่วัดหัวข่วง ทสปัญโญอยู่วัดพระกลาง มหาหงสาวดีอยู่วัดจอมทอง
รายละเอียดของหนังสือเล่มนี้มีอยู่หลายตอนที่แตกต่างไปจากตำนานเรื่องอื่น ๆ เช่นเรียกพระยางำเมือง แห่งเมืองพะเยาว่าพระยามอง หรือชื่อบุตรของพระยาขุนครามและชื่อบุตรของพระยาผายูเป็นต้น
 
(เรียบเรียงจาก ไพฑูรย์ ดอกบัวแก้ว)