ส่ง ความคิดเห็น ถึง โลกล้านนา
สนับสนุนโลกล้านนา

 
 

พระเจ้ามโหตรประเทศ
(พ.ศ.๒๓๙๐-๒๓๙๗)

พระเจ้ามโหตรประเทศฯ เป็นเจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ ๕ นามเดิมคือ เจ้าหนานมหาวงส์
เป็นบุตรคนที่สองในจำนวน ๑๖ คนและเป็นบุตรชายคนแรกในจำนวน ๕ คนของพระญาธัมมลังกา
หรือเจ้าช้างเผือกธัมมลังกาซึ่งเป็นเจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ ๒
หลังจากพระญาพุทธวงส์หรือเจ้าหลวงแผ่นดินเย็นพุทธวงส์เจ้าเมืองเชียงใหม่ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อ พ.ศ.๒๓๘๙ แล้ว เจ้าหนานมหาวงส์ซึ่งเป็นอุปราชก็ได้รั้งเมืองสืบมา จนถึง พ.ศ.๒๓๙๐ พระญาอุปราชมหาวงส์เมืองเชียงใหม่และเจ้าพิมพิสารได้นำช้างพลายสีประหลาดลงไปถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งครั้งนั้นก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้งเจ้าอุปราชมหาวงส์ (บุตรของพระญาธัมมลังกา)เป็นพระญาเชียงใหม่ ตั้งเจ้าพิมพิสารเป็นพระญาอุปราชเมืองเชียงใหม่
ใน พ.ศ.๒๓๙๕ พระญาเชียงใหม่ พระญาลำพูน และพระญาอุปราชผู้ว่าการนครลำปาง ได้จัดต้นไม้เงินต้นไม้ทองและเครื่องราชบรรณาการไปถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และในปี พ.ศ.๒๓๙๖ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดฯให้พระยาสีหราชฤทธิไกรเชิญพระสุพรรณบัฏ กับเครื่องสูงมาพระราชทานพระญาเชียงใหม่มหาวงส์และเลื่อนยศขึ้นเป็นพระเจ้ามโหตรประเทศราชาธิบดินทร์ นพีสินทรมหานคราธิสฐาน ภูบาลบพิตร สถิตในอุตมชิยางคราชวงศ์ เจ้านครเชียงใหม่ ในขณะนั้นยังป่วยอยู่ ครั้นได้เป็นพระเจ้าประเทศราชได้ ๕ เดือนกับ ๒๘ วัน ถึงวันเดือนยี่เหนือ แรม ๙ ค่ำ ปีจุลศักราช ๑๒๑๖ (พ.ศ.๒๓๙๗) โรคกำเริบมากขึ้น พระเจ้ามโหตรประเทศฯก็ถึงแก่พิราลัย รวมเวลาที่ดำรงตำแหน่งเจ้าหลวงเชียงใหม่ได้ ๗ ปีเศษ พระเจ้ามโหตรประเทศฯมีบุตรธิดา รวม ๑๙ คนโดยเป็นชาย ๑๐ คน และเป็นหญิง ๙ คน
ในสมัยพระญาเชียงใหม่เจ้ามหาวงส์นี้ มีหลักฐานปรากฏชัดอยู่ว่าทางราชสำนักกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาลที่สามให้การสนับสนุนโดยมีพระประสงค์ที่จะให้เจ้ามหาวงส์ "เอาใจใส่ดูแลราชการบ้านเมืองให้ทั่วไปทั้งสามเมือง"ถือได้ว่า นับตั้งแต่ปลายสมัยของเจ้าหลวงพุทธวงส์แห่งเชียงใหม่นั้น เจ้ามหาวงส์ แห่งนครเชียงใหม่มีบทบาทมากขึ้นจนสามารถควบคุมดูแลไปถึงเมืองลำพูน และลำปาง อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เคยมีในสมัยพระเจ้ากาวิละ
 
(เรียบเรียงจาก หนังสือเจ้าหลวงเชียงใหม่ กรุงเทพ : คณะทายาทสายสกุล ณ เชียงใหม่ ,๒๕๓๙)