ส่ง ความคิดเห็น ถึง โลกล้านนา
สนับสนุนโลกล้านนา

 
 

คำคง สุระวงศ์
(พ.ศ.๒๔๖๒-๒๕๓๔)

หนานคำคง สุระวงศ์ เกิดเมื่อวันที่ ๒ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๒ ที่ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบุตรคนที่ ๒ ของหนานปุก สุระวงศ์ และนางจันทร์สม สุระวงศ์ มีพี่น้อง ๑๒ คน สมรสกับนางแน่งน้อย สุระวงศ์ (นามสกุลเดิม แสงเรือน) มีลูก ๕ คน
การศึกษา จบชั้นประถม ๕ ที่โรงเรียนบ้านสันกำแพง เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๕ ได้เข้าบรรพชาเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนาที่วัดทรายมูล ตำบลทรายมูล หมู่ที่ ๗ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๖ สอบนักธรรมตรีได้ ปี พ.ศ. ๒๔๗๗ สอบนักธรรมโทได้ ปี พ.ศ.๒๔๗๙เมื่อสอบนักธรรมตรีได้แล้ว ได้เข้าศึกษาเรียนควบกับภาษาบาลีไวยากรณ์ด้วย
หลังจากสอบนักธรรมโทได้แล้ว ได้เป็นครูสอนนักธรรมตรี ควบกับสอนบาลีไวยากรณ์ด้วย สอบนักธรรมเอกได้ ปี พ.ศ.๒๔๘๐ และได้เข้าสอบเปรียญธรรมประโยค ๓ ถึง ๔ ปี ผลปรากฎว่าสอบตก เพราะไปเอาใจใส่ทางวิชาโหราศาสตร์ และแพทย์แผนโบราณ ประกอบกับพระครูญาณลังการณ์ท่านอาพาธบ่อย ๆ เกี่ยวกับโรคริดสีดวงทวาร และเนื้องอก(สาร) จึงเป็นเหตุให้ได้ไปศึกษาตำราแพทย์โบราณและโหราศาสตร์ กับพระครูคำอ้าย อติวงศ์ ชาวสืบ ที่วัดป่าเห็ว ตำบลอุโมงค์ จังหวัดลำพูนและได้รู้จักคุ้นเคยกับพระและสามเณรเปรียญธรรม ที่จังหวัดลำพูน อีกหลายท่าน มีอาจารย์สิงฆะ วรรณสัยเป็นต้น
เหตุที่ไปชอบทางกวี เพราะต้องฝึกหัดเป็นนักเทศน์ และเมื่อสมัยเป็นเด็กก็ชอบไปฟังผู้เฒ่าผู้แก่ เล่าคร่าว, เล่านิยาย, เล่าเจี้ย, จ๊อย เป็นประจำ จึงอยากรู้วิธีแต่ง วิธีเขียน ประกอบกับสมัยเมื่อเด็ก เจ้าน้อยศักดิ์ศิลป์ ณ เชียงใหม่ บ้านอยู่บ้านบวกครก มาเยี่ยมลูกชาย ซึ่งมีรั้วบ้านติดกัน เป็นผู้เขียนข่าว แต่งคร่าว เมื่อแต่งแล้วจะเอามาอ่านทบทวนและนำมาแก้ไขให้เข้าทำนองของคร่าวให้ดีขึ้น จึงได้ยินได้ฟังอยู่แทบจะทุกวัน เป็นเหตุให้ชอบ คร่าวเป็นอย่างมาก โดยใช้นามปากกา "สุคันธกวี","หนุ่มน้อยคันธสิงห์","ก๊องเก้า"
ลาสิกขาบท เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๔๘๔ ที่วัดป่าเห็ว ตำบลอุโมงค์ จังหวัดลำพูน
เมื่อลาสิกขาบทแล้วได้มาทำร่มกระดาษสากับพ่อขายอยู่พักหนึ่ง แล้วมาอยู่ร้านบริบูรณ์สันกำแพง ซ่อมจักรยานและทำหมวกกะโล่กระดาษสาทาสี มาสอนเด็กเล็กกับนายเชาว์ ถนอมสัตย์ อยู่ระยะหนึ่ง จึงไปสมัครเป็นพนักงานตรวจไร่ยาสูบเตาบ่มที่แม่ออน ของเจ้าราชภาคินัย พอเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารหน่วยโยธาธิการที่ ๗ เป็นเวลา ๖ เดือน พ้นจากทหารแล้วกลับไปทำงานที่เตาบ่ม อีกครั้งแล้วถูกเกณฑ์ไปทำงาน (เกณฑ์จ้าง) กับทหารญี่ปุ่นทำทางไปรบพม่าที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ๘ เดือน กลับมาบ้านพอมีเงินทุนบ้างก็มาประกอบการเล็ก ๆ น้อย ๆ เงินทุนหมดก็มาเป็นตากล้องถ่ายเร่ นอกจากนั้นก็ยังมีอาชีพต่าง ๆ เรื่อยมาดังนี้
- ปั้นหม้อดิน, กระถางดอกไม้ และเกี่ยวกับภาชนะเครื่องใช้ในครัวเรือน
- รับจ้างถ่ายรูปเนื่องในโอกาสต่าง ๆ
- พยากรณ์ดวงชะตาแบบโหราศาสตร์
- รับจ้างงานเกี่ยวกับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาพุทธ และพราหมณ์ฯ
- ค้าขายสิ่งของที่ประกอบขึ้นเอง เพื่อกิจการส่วนตัว
- ครูสอนนักธรรมบาลีไวยากรณ์ วัดทรายมูล
- ครูสอนศิลปพื้นบ้านด้านการแสดงฟ้อนดาบ ฟ้อนเจิง ตบมะผาบ และฟ้อนสาวไหม
- ครูพิเศษเผยแพร่ภาษาล้านนาให้กับโรงเรียนสันกำแพง
นอกจากนี้ได้ร่วมเป็นกรรมการชุดต่าง ๆ เช่น
- กรรมการชมรมสหธรรมเชียงใหม่
- กรรมการสืบค้นตำนานประวัติเมืองเชียงใหม่
- กรรมการสืบค้นดวงเมืองเชียงใหม่
- กรรมการที่ปรึกษาทำพจนานุกรมล้านนาฉบับแม่ฟ้าหลวง
- กรรมการที่ปรึกษาทำพจนานุกรมของมหาวิทยาลัยมหิดล
- ประธานชมรมฟื้นฟูกวีล้านนาไทย
- กรรมการที่ปรึกษาชมรมฟื้นฟูกวีบ้านนาไทย
หนานคำคง สุระวงศ์ ได้รับเกียรติบัตรสำเร็จการอบรมหลักสูตรพิเศษการใช้สมุนไพร ปี ๒๕๒๗ ได้รับโล่เชิดชูเกียรติคุณเป็นบุคลากรดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมสาขาภาษาและวรรณกรรม ระดับจังหวัด ปี ๒๕๓๐ และได้รับโล่รางวัลเกียรติยศในการประกวดคร่าวซอ ของสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปี ๒๕๓๓
หนานคำคง สุระวงศ์ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๓๔

(เรียบเรียงจาก ดวงเมือง วันสร้างเมืองเชียงใหม่ประวัติพระยาพรหมโวหารและค่าวฮ่ำ จัดพิมพ์ขึ้นเป็นที่ระลึกในคราวบำเพ็ญกุศล ครบ ๑๐๐ วัน แก่หนานคำคง สุระวงศ์