ส่ง ความคิดเห็น ถึง โลกล้านนา
สนับสนุนโลกล้านนา

 
 
สานฝัน ตำนานโฟล์คซองคำเมือง
จรัล มโนเพ็ชร

อีกครั้งหนึ่งที่คนไทยได้สูญเสียบุคคลที่มีคุณค่า ผู้สร้างตำนาน "โฟล์คซองคำเมือง" ซึ่งแสดงออกถึงวัฒนธรรมเมืองเหนือด้วยคำร้องและเสียงดนตรี วันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2544 จรัล มโนเพ็ชรได้จากไปด้วยอาการหัวใจขาดเลือด โดยฝากเอางานที่ได้ก่อร่างไว้แต่ยังไม่เสร็จสิ้น คือ คอนเสิร์ต '25 ปี โฟล์คซองคำเมือง ซึ่งงานนี้จัดแสดง ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๔

เมื่อเอ่ยถึง ศิลปินดีเด่นแห่งชาติ ผู้สืบสานวัฒนธรรมล้านนา ผู้สร้างตำนาน "โฟล์คซองคำเมือง" คนไทยทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเมืองเหนือ ย่อมรู้จักกันดี ทั้งจากงานเพลง งานแสดง ความเป็นอยู่ ล้วนแล้วแต่ถ่ายทอดวัฒนธรรมชาวเหนือไว้อย่างเต็มเปี่ยม

ประวัติและผลงานโดยย่อ
จรัล มโนเพ็ชร บ้านเกิดอยู่อ.เมือง เชียงใหม่ เป็นบุตรคนที่ ๒ จากทั้งหมด ๗ คนของพ่อสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร กับ เจ้าต่อมคำ ณ เชียงใหม่ จรัล แต่งงานกับภรรยา และมีลูกชาย ๑ คน ชื่อ ไตรสุรีย์ (ไม้) ซึ่งสืบทอดความเป็นนักดนตรีจากพ่อเช่นกัน

ความสามารถทางดนตรีและการแสดงที่จรัลได้นำมาสร้างคุณประโยชน์แก่วงการศิลปะวัฒนธรรมล้านนาที่ผ่านมา น่าจะเกิดจากการคลุกคลีกับศิลปะพื้นบ้านมาแต่เด็ก รวมทั้งการเอาใจใส่พัฒนาฝีมือของตนเองเรื่อยมา พ่อแม่ของคุณจรัลมีความสามารถทางดนตรีพื้นบ้านและดนตรีสากล นอกจากนี้ ลุงยังเป็นโต้โผวงมโหรีไทย คุณจรัล จึงมีชีวิตที่คุ้นเคยและซึมซับกับดนตรีพื้นบ้านมาตั้งแต่เล็ก จากบทสัมภาษณ์ในรายการ เส้นทางลูกทุ่ง คลื่นเวทีไทย FM 90 MHz วันอาทิตย์ที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๔๔ จรัล มโนเพ็ชรได้กล่าวไว้ในรายการว่า "ตระกูลผมเป็นตระกูล ณ เชียงใหม่ เขามีนักดนตรีของตัวเอง ทีนี้เราก็เห็นมาแต่อ้อนแต่ออก ไม่ว่างานเกิด งานเป็น งานตาย จะเห็นและผูกพันมาตลอด เป็นคณะดนตรีหรือผู้บรรเลงที่อยู่ในระดับครูของจังหวัด และเราก็เห็นทุกเมื่อเชื่อวัน มันก็ซึมซับไปเอง เราชอบดนตรีด้วย เราถึงรับมาได้ ดนตรีพื้นบ้านก็ได้อย่างละเล็กละน้อย ซึ่งได้นิดหน่อย สะล้อ ขลุ่ย ปี่ ระนาด เครื่องทางไทย ซอ ครูวางทิ้งไว้ เราก็จับมาเล่น เขาเห็นก็สอนให้" ความรักดนตรีประกอบกับความเป็นอยู่ที่ผูกพันกับธรรมชาติของบ้านเกิดที่เต็มไปด้วยต้นไม้ สายน้ำ ดังที่เขาได้ให้สัมภาษณ์ไว้ในรายการ ถึงบ้านที่เคยอยู่ตอนเด็กๆ "บ้านผม ถ้าอยู่ลานบ้านจะมองไม่เห็นท้องฟ้า มีแต่ต้นไม้เขียวขจี ครึ้มสบาย ถนนหน้าบ้านที่อยู่ในเมือง มีลำน้ำเหมืองเล็กๆ ไหลผ่านตลอดเวลา และเงียบมาก เวลากลางคืนถ้าไปยืนสี่แยกกลางเวียงจะได้ยินเสียงน้ำตกห้วยแก้ว มันเงียบมาก หน้าหนาวจะหนาวมาก ต้องติดไฟที่เตาอั้งโล่แล้วเอาไว้ในห้องนอน..."

เนื่องจากมีพี่น้องกันถึง ๗ คน ครอบครัวคุณจรัลจึงต้องช่วยกันทำงาน เมื่อคุณจรัลอายุได้ ๑๓ ปี จบมัธยมต้น ก็เรียนต่อบัญชี เอกบริหารธุรกิจที่ราชมลคลด้วย ประกอบกับเล่นกีตาร์ที่โรงแรมสุรพล เชียงใหม่เพื่อเลี้ยงชีพ ได้ชั่วโมงละ ๖๐ บาท งานดนตรีที่เขาชื่นชอบคือแนวเพลงของ ปีเตอร์ พอล แอนด์ แมรี่, ไซมอน แอนด์ การ์ฟังเกล, เลียวนาร์ด โคเฮน, บ๊อบ ดีแลน และโจน บาเอซ นอกจากนี้ เขายังสนใจในวรรณคดีไทย เช่น ลิลิตพระลอ ควบคู่กับวรรณกรรมแปลของต่างประเทศ

เมื่ออายุ ๑๗ เรียนจบวุฒิ ปวส. จรัลสอบก.พ. ได้ที่ ๑ เข้าทำงานที่แขวงการทางพะเยา และยังเล่นดนตรีในตอนกลางคืนไปด้วย หลังจากนั้นก็ย้ายไปเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุที่บริษัทไทยฟาร์มมิ่ง จ.ลำพูน ต่อมา จึงทำงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้ ๒ ปี จึงออกจากงาน ในปี ๒๕๒๐ เนื่องจากออกอัลบั้มเพลงชุดแรก ซึ่งขณะนั้นจรัล อายุได้ ๒๐ ปี งานเพลงชุดแรกของจรัล ในโฟล์คซองคำเมือง ชุดอมตะ มีงานที่คนไทยรู้จักดีหลายเพลงด้วยกัน อาทิ อุ๊ยคำ น้อยใจยา พี่สาวครับ สาวมอเตอร์ไซต์

งานภาพยนตร์ที่เล่นเป็นเรื่องแรกคือ "ดอกไม้ร่วงที่แม่ริม" รับบทเป็นพระเอกคู่วัยรุ่น กับสุพรรษา เนื่องภิรมย์ โดยคู่รุ่นใหญ่คือ เนาวรัตน์ วัชรากับคุณสมบัติ เมทะนี งานที่ทำให้ได้รางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ แสดงนำชาย คือ บทพระเอกชาวนา ในเรื่อง "ด้วยเกล้า"

ด้านงานละครทีวีก็นับได้ว่าประสบความสำเร็จเช่นกัน จากเรื่อง "ขมิ้นกับปูน" ซึ่งจรัลรับบทเป็นท่านเจ้าคุณสูงอายุ ผู้เคร่งครัดประเพณี หรือเรื่อง "มะเมี้ยะ" เมื่อไม่กี่ปีมานี้

งานละครเวทีเรื่องแรกร่วมกับคณะ ๒๘ เรื่อง "สู่ฝันอันยิ่งใหญ่" ซึ่งจรัล รับบทเป็นดอน กีโฮเต้ นอกจากนี้ จรัลยังได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง จากเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง "บุญชูผู้น่ารัก", "บุญชู ๒ น้องใหม่" และ "วิถีคนกล้า" และได้ทำงานเพลงประกอบละครทีวี เรื่อง "อัศจรรย์ใจไทยแลนด์" และ "เสน่ห์บางกอก"

งานด้านอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านของจรัล คือ การค้นหาเครื่องดนตรีโบราณ เช่น พิณเปี๊ยะ ซึ่งต้องตามหาคนเล่นเป็นพ่ออุ๊ยวัยเกือบ ๘๐ ได้ ๓ คน ด้วยความหวังว่า จะให้ศิลปะดนตรีโบราณยังคงสืบทอดแก่ลูกหลานรุ่นต่อไป

นับได้ว่า คุณจรัล มโนเพ็ชร เป็นบุคคลที่ได้ถ่ายทอดคุณค่าและปลูกสร้างต้นไม้แห่งวัฒนธรรมล้านนา ให้สังคมได้ประจักษ์ตลอดมา สมกับที่ผลงานชิ้นหนึ่งที่เราทุกคนรู้จักกันดีว่า เป็น "ตำนานโฟล์คซองคำเมือง" ตำนานอันทรงคุณค่านี้สมควรได้รับการถักทอต่อไปสืบลูกสืบหลาน

 
ทีมงานโลกล้านนา ข้อมูลจาก บทสัมภาษณ์สุดท้าย จรัล มโนเพ็ชร. เนชั่นสุดสัปดาห์ 10-16 กย. 44, น.90-92