|
|
|
|
|
|
|||
|
|
|
นายถนอม หลวงฤทธิ์ ครูภูมิปัญญาไทย ด้านศิลปกรรม ครูถนอม หลวงฤทธิ์ ปัจจุบันอายุ 59 ปี เกิดเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2486 เป็นบุตรคนโตในจำนวนพี่น้อง 9 คน ของนายหนานรส และนางแสงคำ หลวงฤทธิ์ ครูถนอม หลวงฤทธิ์ ได้รับการยกย่องว่ามีความสามารถในการขับซอได้ไพเราะและได้พยายามประยุกต์การขับซอให้เข้ากับยุคสมัย โดยนำปัญหาและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน เช่น ปัญหาโรคเอดส์ ยาเสพติด และไข้เลือดออกมาเรียบเรียงเป็นคำซอ เป็นการรณรงค์ให้ผู้ฟังเกิดความตระหนักในปัญหา พร้อมทั้งได้รู้จักและซาบซึ้งกับการขับซอที่เป็นศิลปะพื้นบ้านของท้องถิ่น การศึกษา ชีวิต และการทำงาน ในช่วงที่เรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนบ้านม่วงใหม่ ตำบลนาปรัง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ครูถนอมได้แสดงความสามารถในการขับซอโดยร่วมกิจกรรมและการแสดงต่าง ๆ ของโรงเรียน จนเป็นที่รักของครู เมื่อจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แล้วไม่ได้เรียนต่อ เมื่ออายุ 13 ปี ได้เรียนด้านการขับซออยู่ 1 ปี และขอเป็นลูกศิษย์ของพ่อคำผาย นุปิง ช่างซอเมืองน่าน (ปัจจุบันได้รับการยกย่องเป็นครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ 1 และศิลปินแห่งชาติ) การอบรมกล่อมเกลานิสัยที่ได้รับจากพ่อคำผาย นุปิง ประกอบกับการเป็นเด็กที่มีความกระตือรือร้น จึงให้ครูถนอมพยายามศึกษาเรียนรู้ทุกเรื่อง เช่น การขับซอ การจ้อย การแต่งค่าวซอ การสีสะล้อ การดีดปิน และการเป่าขลุ่ย จากคณะทีมงานแสดงของพ่อคำผายและได้มีโอกาสติดตามไปแสดงตามงานต่าง ๆ เช่น งานบวช งานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่ และงานศพ เป็นต้น เป็นระยะเวลา 8 ปี จนมีความรู้ความสามารถในการแสดงการขับซอ การเล่นดนตรีพื้นบ้านและได้เป็นตัวเอกของคณะเป็นที่รู้จักของผู้ชมทั่วไปต่อมาได้ขอลาออกจากคณะของพ่อคำผาย นุปิง และตั้งวงซอขึ้นใหม่โดยได้รับความเมตตาจาก พ่อคำผาย ตั้งชื่อวงซอให้ว่า คณะซอ สีมาม่วงใหม่ ซึ่งมีที่มาคือเดิมครูถนอมชื่อ สีมา เป็นคนบ้านม่วงใหม่ นอกจากมีคณะซอ สีมาม่วงใหม่ มาจนถึงปัจจุบันนี้แล้ว ครูถนอมได้เริ่มฝึกสอนด้านการขับซอให้ผู้ที่สนใจ สลับกับการทำไร่ ทำนา และทำสวนเป็นอาชีพหลัก ครูถนอมได้ใช้ความสามารถด้านการขับซอช่วยเหลือสังคมเท่าที่จะทำได้ ดังจะเห็นได้จาก เมื่อเกิดอุทกภัย อัคคีภัย หรือมีการเลือกตั้งผู้แทนระดับต่าง ๆ ก็จะขอความช่วยเหลือจากคณะซอสีมาม่วงใหม่ให้ช่วยประชาสัมพันธ์อยู่เสมอ เกียรติคุณที่ได้รับ
(ที่มา: ครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ ๒ ภาคเหนือ. (๒๕๔๕). สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. กรุงเทพฯ : สกศ.) |
||