|
|
|
|
|
|
|||
|
|
|
นางมุกดา อินต๊ะสาร ครูภูมิปัญญาไทย ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน ครูมุกดา อินต๊ะสาร ปัจจุบันอายุ 43 ปี เกิดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2502 ที่อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ปัจจุบันอยู่ที่ตำบลบ้านปิน อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เป็นบุตรนายบุญถือ และนางขจร วิทยานันท์ สมรสกับ นายสังวร อินต๊ะสาร มีบุตรชาย 1 คน นางมุกดา อินต๊ะสาร เป็นผู้ที่ทำงานช่วยเหลือและพัฒนาชุมชนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะงานด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน การรวมกลุ่มชาวบ้าน ในการประกอบกิจกรรมนั้น นำมาซึ่งความสามัคคี มีความเข้าใจในการปกครองระบอบประชาธิปไตยและตระหนักในความสำคัญของการพึ่งตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐานและหัวใจสำคัญของการพัฒนาคนและพัฒนาชาติ การศึกษา ชีวิต และการทำงาน ครูมุกดาเกิดในครอบครัวที่พ่อแม่มีอาชีพทำนาและขายของชำ มีโอกาสดีกว่าเพื่อนบ้านอีกหลายคนเพราะได้มีโอกาสทางการศึกษา ได้เรียนต่อสูงขึ้นตามลำดับอย่างต่อเนื่อง ในช่วงมัธยมศึกษาตอนต้นได้เข้าเรียนที่โรงเรียนศิริมาตย์เทวี อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นโรงเรียนคาทอลิกและต้องอยู่ประจำ นาน ๆ จึงจะมีโอกาสกลับบ้านซึ่งต้องเดินเท้าเป็นระยะทาง ถึง 16 กิโลเมตร เพราะสมัยนั้นยังไม่มีถนนผ่านถึง ครอบครัวก็ปล่อยให้ช่วยเหลือตนเองมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เป็นคนอดทนต่อความยากลำบาก ประกอบกับในช่วงเรียนหนังสือถูกล้อเลียน เหยียดหยามในฐานะที่เป็นชาวดอกคำใต้ คำล้อเลียนเหยียดหยามที่ได้รับเป็นแรงกระตุ้นให้ครูมุกดาสู้เรียนจนจบปริญญาตรี คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อจบการศึกษาครูมุกดากลับสู่ท้องถิ่น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้หญิงและผู้ขาดโอกาสในการศึกษาหาความรู้ ครูมุกดาเริ่มรับราชการในปี พ.ศ. 2525 ในตำแหน่งอาจารย์ 1 ระดับ 3 ที่โรงเรียนภูซางวิทยาคม อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ทำงานอยู่ได้ 4 ปี ได้รับมอบหมายให้เป็นครูฝ่ายแนะแนวจึงทำให้ทราบถึงปัญหาของเด็กและชาวบ้าน หลังเลิกเรียนจึงมักออกเยี่ยมบ้านเด็ก และทำให้เกิดแนวคิดหลายอย่างเพื่อการพัฒนาเด็กและชุมชน นอกจากนี้แล้วผู้บริหารของโรงเรียนเองก็ยังเป็นนักพัฒนาโดยเป็นเลขานุการของโครงการพัฒนาท้องถิ่นอำเภอเชียงคำ อันเป็นโครงการเพื่อพัฒนาผู้นำ ในคณะทำงานชุดนี้ครูมุกดาได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ช่วยเลขานุการของโครงการด้วย โครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จด้วยดี และได้ขยายเป็นโครงการพัฒนาชีวิตเชียงคำ 83 นอกจากช่วยประสานงานโครงการดังกล่าวแล้วครูมุกดายังได้อาสาสมัครเป็นผู้ดูแลติดตามเด็กนักเรียนทุนของมูลนิธิการศึกษาเพื่อชีวิตและสังคมอีกด้วย ต่อมา ครูมุกดาได้จัดตั้งสหกรณ์และกลุ่มออมทรัพย์ เครือข่ายการออมทรัพย์ ชื่อ ศูนย์รวมน้ำใจธนาคารหมู่บ้าน และได้จัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนขึ้น โดยประสานงานกับสมาคม มูลนิธิ และองค์กรภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการจัดหาทุนการศึกษาและจัดทำกิจกรรมโครงการต่าง ๆ ให้กับผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียนตลอดมา องค์ความรู้ องค์ความรู้ที่สำคัญ คือ ครูมุกดามีความเชื่อว่าการทำงานให้สังคมนั้นทุกคนทำได้ บนพื้นฐาน ศักยภาพ และตามบทบาทหน้าที่ของตน มนุษย์จำเป็นต้องมีการเชื่อมโยงกันเป็นองค์รวม เริ่มจากสิ่งที่ตนเองมีและสามารถทำได้ โดยร่วมคิดร่วมทำกับผู้อื่น เพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน เมื่อสามารถแก้ปัญหาได้เรื่องหนึ่งแล้วก็จะเป็นแนวทางให้สามารถแก้ปัญหาไปสู่เรื่องอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกันได้ นอกจากความรู้ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติจริงสิ่งที่ครูมุกดาภูมิใจเป็นอย่างยิ่งก็คือการรวมกลุ่มของชาวบ้านในการประกอบกิจกรรมนำมาซึ่งความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ได้มีความรู้และความเข้าใจการปกครองระบอบประชาธิปไตยและพึ่งพาตนเองได้ ถือว่าเป็นพื้นฐานและหัวใจสำคัญของการพัฒนาคนในชุมชนและการพัฒนาชาติที่ยั่งยืน โครงการสำคัญ ๆ ที่ครูมุกดาดำเนินการโดยเน้นในเรื่อง สำนึกในการรักชุมชนและวิธีการจัดการกับปัญหาของชุมชน นั้นมีอยู่หลายโครงการด้วยกัน ได้แก่ 1. โครงการที่เป็นกิจกรรมในโรงเรียน ได้แก่ ทุนการศึกษานักเรียน ชมรมเพื่อนช่วยเพื่อน กิจกรรมในการเรียนการสอน เช่น ให้นักเรียนรวมกลุ่มวิเคราะห์ปัญหาของหมู่บ้านแล้วทำโครงการแก้ปัญหานั้น กลุ่มเพื่อครูพัฒนา 2. โครงการที่เป็นกิจกรรมนอกโรงเรียน ได้แก่ กลุ่มตัดเย็บ กลุ่มกระดาษสา กลุ่มหน่อไม้อัดปี๊บ กลุ่มประดิษฐ์ดอกไม้ ศูนย์เลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียน และโครงการบ้านพักพัฒนาคุณภาพชีวิต 3. งานกลุ่มเครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์ (ธนาคารหมู่บ้าน) ศูนย์รวมน้ำใจธนาคารหมู่บ้าน ซึ่งสามารถดำเนินกิจกรรมสืบเนื่องมาตลอด 4. กองทุนสวัสดิการชุมชน ทำให้ชุมชนมีสวัสดิการให้กับตนเองอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เกียรติคุณที่ได้รับ
(ที่มา: ครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ ๒ ภาคเหนือ. (๒๕๔๕). สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. กรุงเทพฯ : สกศ.) |
||