|
|
|
|
|
|
|||
|
|
|
นายมณี พยอมยงค์ ครูภูมิปัญญาไทย ด้านภาษาและวรรณกรรม ครูมณี พยอมยงค์ ปัจจุบันอายุ 72 ปี เกิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2473 ที่ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบุตรของนายไชย นางต่อม พยอมยงค์ สมรสกับ นางสาวบุญยิ่ง สุขุมินท มีบุตร 2 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 1 คน ครูมณี พยอมยงค์ จากจังหวัดเชียงใหม่ มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านวรรณกรรมและการขับร้องเทศน์ทำนองต่าง ๆ ได้ศึกษานักธรรมบาลี และจารีตประเพณีต่าง ๆ ในทางศาสนาและทางโลก จนมีความรู้ความเข้าใจ ในภูมิปัญญาของท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยในสถาบันชั้นสูงหลายแห่ง การศึกษา ชีวิตและการทำงาน ครูมณี พยอมยงค์ อยู่ในครอบครัวที่บิดาเป็นผู้ทรงภูมิปัญญาพื้นบ้าน มีความรู้ทางโลกและทางธรรมเป็นอย่างดี เมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนขี้เหล็กน้อยประสาทศิลป์ ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดอุดมชัยราษฎร์ เนื่องจากบิดาเห็นว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ทางการขับร้อง (การเทศน์) เพราะมีเสียงดี มีความจำแม่นยำ และใฝ่ใจในการขับร้องด้วย จึงได้นำสามเณรมณีไปฝากเป็นศิษย์เรียนการเทศน์มหาชาติกับพระนักเทศน์ที่มีชื่อเสียง เช่น หนานอินตา บ้านขี้เหล็กหลวง พระครูอมรธรรมประยุต เจ้าอาวาสวัดแม่ริม และพระอธิการคำตั๋น กาญจนวณโน เจ้าอาวาสวัดหนองโค้ง อำเภอสันกำแพง เป็นต้น นอกจากจะฝึกการแหล่การเทศน์อย่างช่ำชองแล้ว ท่านยังมีความสนใจในการขับร้องในรูปแบบพิธีกรรม เช่น การบายศรีสู่ขวัญแก่พระนาค ผู้จะเข้ามาอุปสมบท หรือบรรพชา ซึ่งทางล้านนาไทยเรียกว่า เรียกขวัญลูกแก้ว ตลอดถึงพระสงฆ์ที่ได้รับสมณศักดิ์ในโอกาสที่มีงานฉลอง และงานสมโภชอยู่เสมอมา ชื่อเสียงของสามเณรมณีจึงเป็นที่รู้จักและปรากฏในวงการเทศน์ จนได้รับการยกย่องว่าเป็น พระนักเทศน์เสียงดีแห่งล้านนา ตั้งแต่บัดนั้นเป็น ท่านก็ได้รับนิมนต์ให้ไปเทศน์ตามวัดต่าง ๆ มากขึ้นเป็นลำดับ ทั้งในเชียงใหม่และต่างจังหวัดเป็นเวลานานถึง 15 ปี เมื่ออายุ 31 ปี ได้ลาสิกขาบทและเข้าศึกษาต่อจนจบในระดับปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเข้าศึกษาต่อ ในระดับปริญญาโท สาขาภาษาและวรรณคดีไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ในปี พ.ศ. 2519 สำหรับการประกอบอาชีพได้เริ่มเข้ารับราชการโดยเป็นครูประชาบาล และต่อมาได้โอนย้ายมาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สอนวิชาภาษาวรรณคดีไทย วิชาภูมิปัญญาไทย และวัฒนธรรมพื้นบ้าน นอกจากการสอนท่านยังเป็นวิทยากรในการประชุมสัมมนา ตลอดถึงงานบรรยายเกี่ยวกับภูมิปัญญาในสถาบันต่าง ๆ มาโดยตลอด องค์ความรู้ ครูมณีเป็นผู้หนึ่งที่มีความรู้อย่างยอดเยี่ยมในด้านศิลปวัฒนธรรม เพราะท่านได้ศึกษาค้นคว้า ด้านศิลปกรรม ภาษาและวรรณกรรม สามารถแต่งโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน เป็นอย่างดี มีงานเขียนเป็นที่ปรากฏหลายเรื่อง เช่น คร่าวพุทธประวัติ คร่าวร่ำ 700 ปี เมืองเชียงใหม่ โคลงนิราศเวียงพร้าว นิราศโตเกียว เป็นต้น ในด้านการขับร้อง ท่านสามารถแหล่เทศน์มหาชาติได้อย่างไพเราะ เพราะเคยเป็นพระนักเทศน์สมัยเป็นพระภิกษุเป็นเวลาหลายปี ในด้านการขับร้องแบบชาวบ้านก็สามารถขับซอ ขับโคลงแบบล้านนาได้อย่างไพเราะมีภูมิปัญญาในการบายศรีสู่ขวัญ ใช้ศิลปะปฏิภาณขับขานทำพิธีแก่ประชาชนทั่วไป ตลอดถึงทูลพระขวัญ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถและพระบรมวาศานุวงศ์ รวมทั้งบายศรีสู่ขวัญประมุขของประเทศต่าง ๆ ที่มาเยือนประเทศไทย ตลอดจนบายศรีสู่ขวัญแก่บุคคลสำคัญของประเทศอีกด้วย สำหรับความรู้เกี่ยวกับจารีตประเพณี ศิลปกรรม วรรณกรรมที่เป็นของเก่าซึ่งปรากฏอยู่ในคัมภีร์ต่าง ๆ ครูมณี พยอมยงค์ ได้ศึกษาค้นคว้าและนำมาเขียนไว้ เช่น ประเพณีสิบสองเดือนล้านนา ตำราเรียนหนังสือล้านนา เครื่องสักการะในล้านนา คัมภีร์เหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา เป็นเครื่องมือสำหรับศึกษาค้นคว้าของครูและนักเรียนตลอดถึงนักศึกษาเป็นอย่างดี เนื้อหาการถ่ายทอดความรู้ เนื้อหาสำหรับการถ่ายทอดความรู้นั้น ประกอบด้วย
นอกจากท่านจะได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้กับนักเรียน ครู อาจารย์ นิสิต นักศึกษา นักวิชาการ พระภิกษุสงฆ์ รวมถึงประชาชนทั่วไปที่มาฝากตัวเป็นศิษย์แล้ว ก็ยังแบ่งปันความรู้สู่สังคมด้วยการเผยแพร่รายการวัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ ออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ว.ท. เชียงใหม่ ว.ป.ถ. 2 และ ม.ก.เชียงใหม่ เวลา 6.00 น. เป็นเวลา 15 นาที ทุกวันในรายการประโลมขวัญ เทียนส่องใจ แสดงคติคอสอนโบราณ และในรายการพุทธประทีปแสดงภูมิปัญญาทางพุทธศาสนา และจารีตประเพณีของไทย เกียรติคุณที่ได้รับ
ภาษาและวรรณกรรมอย่างต่อเนื่อง จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี (ที่มา: ครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ ๒ ภาคเหนือ. (๒๕๔๕). สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. กรุงเทพฯ : สกศ.) |
||