|
|
เรื่องเล่าอุ้ยหม่อน - ขุดจี้หรอบ
|
::: ลำลึก อุ้ยหม่อนปัน และ อุ้ยหม่อนเอ้ย อินตาหล้า :::
จี้หลอบ
ในสมัยก่อน ที่ดินบริเวณด้านหลังบ้านของผม ยังเป็นทุ่งนา ก่อนที่จะถูกถมขยายเป็นส่วนหนึ่งของตลาดมะจำโรง และบางส่วนถูกถมแล้วแบ่งขายเป็นแปลงเพื่อปลูกบ้าน เจ้าของที่นาหลายๆ แปลง เมื่อมีลูกมีหลานเติบโต ก็ขยับขยายออกมาสร้างบ้าน ถมที่ดินเดิมที่เคยเป็นไร่เป็นนา แล้วปลูกบ้านขึ้นมาใหม่ มีซอยใหม่ๆ ตัดขึ้นมาเพื่อเชื่อม ที่บ้านเกิดใหม่ เหล่านี้เข้าด้วยกัน |
|
|
|
เล่าขานตำนานกลองชัย
|
|
กลองชัยยะมงคลเป็นกลองศึกของล้านนา ในอดีตใช้เป็นอาณัติสัญญาณในราชการสงครามและบอกกล่าวเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้ชุมชนรับรู้ ครั้นเมื่อสงครามสงบลง กลองชัยยะมงคลจึงถูกนำมาประดิษฐานที่วัด ใช้ตีถวายเป็นพุทธบูชา เป็นที่รู้จักกันในปัจจุบันว่า กลองปูชา |
|
|
|
วิพากษ์ ตำนานพระแม่กุ ตอนที่ ๒
|
|
ตำนานพระแม่กุที่นำมาวิพากษ์นี้ แม้ว่าจะผ่านการตรวจสอบมาแล้วครั้งหนึ่ง คือตรวจสอบกับฉบับวัดปางส้าน ต.ดงดำ อ.ลี้ จ.ลำพูน แต่ถึงกระนั้นก็ต้องทำการวิพากษ์กันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะขอไล่เป็นที่ละหัวข้อไป |
|
|
|
ความรู้ในมรดกของชาวล้านนา
|
|
การรวบรวมความรู้ที่กระจัดกระจายในรูปแบบต่างๆทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและคำพูดเข้ามาไว้ในแห่งเดียวกันนอกจากจะง่ายต่อการเข้าใจในความเป็นไปของสังคมล้านนาในอดีตแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นชาติอันยิ่งใหญ่ มีนักปราชญ์มากมายได้รจนาขีดลายเขียนอักขระเอาไว้ และสืบทอดความรู้นั้นต่อๆกันมา |
26 Jul 2005 by บ้านายคำเก่ง |
|
|
|
เล่าเจี้ย...เหล้าเก่าในขวดใหม่
|
|
เจี้ย...เป็นวรรณกรรมชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า มุขปาฐะ หรือวรรณกรรมคำปาก อาจถือกำเนิดขึ้นจากการนินทาเล่าหน้าจาขวัญกันของผู้คนในสังคม ด้วยเรื่องราวที่มาเล่านั้น บางเรื่องเป็นเรื่องที่หมิ่นเหม่ต่อศีลธรรม บางเรื่องก็ขัดต่อจารีตประเพณีที่สืบทอดกันมา จากที่นินทาปกติธรรม(อันนิยมกันอยู่แล้วนั้น) ก็พัฒนารูปแบบแต่งเสริมเติมแต่งเป็นเรื่องราวเข้าไป มีฉาก มีบุคคล และการกระทำขึ้น กลายเป็น เจี้ยก้อม ขึ้นมา แล้วเล่าขานสืบต่อกันมาแบบปากต่อปาก จากคนสู่คน จากรุ่นสู่รุ่น เป็นวรรณกรรมที่มีชีวิต ที่ดิ้นได้ พลิกแพลงไปตามบุคคลผู้ถ่ายทอด |
|
|
|
ทักษาเมืองและวัดในระบบทักษา กับความอ่อนแอในวงการศึกษาล้านนาคดี?
|
|
กรณีทักษาเมือง-วัดในระบบทักษาเมืองเชียงใหม่ (ที่รศ.สรัสวดีฯอ้างว่าได้ทำการพิสูจน์แล้ว โดยวิธีประวัติศาสตร์ ว่ามีจริงอย่างแน่นอนตามปัญญาญานของเธอเอง) นั้น ถือเป็นบทเรียนอีกบทหนึ่งของความอ่อนแอและล้าหลังด้านการศึกษาในแวดวงล้านนาคดี (โดยเฉพาะการวิพากษ์หลักฐาน และข้อสนเทศของหลักฐาน ที่ดูเหมือนจะมีช่องโหว่ให้มีข้อคิดเห็นโต้แย้งแลกเปลี่ยนกันอยู่อีกมากหลายจุด) อันเกี่ยวโยงไปถึงเรื่องงานการพัฒนาฟื้นฟูเมืองประวัติศาสตร์เชียงใหม่ในภาพรวม เช่นเดียวกับ กรณีโรงแรมวัด น้ำพุช้างเผือก น้ำตกแจ่งหัวลิน กำแพงดิน คลองแม่ข่า-ลำคูไหว หนองบัว (๑ใน๗ของไชยภูมิเมืองเชียงใหม่สมัยพญามังราย) เวียงกุมกาม เวียงสวนดอก เวียง ๗ ลิน พระธาตุดอยสุเทพฯร้าว เจดีย์หลวง วัดเชียงของ(ร้าง) วิหารหลวงพ่อขาว วัดหนอง ๗ ลิน วัด ๗ ยอด ฯลฯ ซึ่งหากสภาพการณ์ยังเป็นเช่นนี้อีกต่อไป ก็จะเข้าทำนองว่า เผื่อจะฮู้คิง น้ำปิงปอแห้ง |
|
|
|
การพัฒนาวัดร้างอินทขิล(สะดือเมือง)
|
|
ท่ามกลางความแผ่วบางละเอียดอ่อนด้านพุทธศาสนา โบราณสถานวัดร้างที่มีเป็นจำนวนมากในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ จำนวนกว่า ๗๕ วัดนั้น ที่ผ่านมาได้ปล่อยให้รกร้างแถมมีการเปิดให้คนเช่าทำประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงความสำคัญด้านการเป็นแหล่งศูนย์รวมศรัทธาของบรรพชนในอดีต โดยพบการสร้างอาคารเบียดบังทับซ้อน บางแห่งถูกไถทิ้งเพื่อสร้างศูนย์การค้า ถึงเวลาที่ยกเลิกการเอาวัดร้างให้เช่าทั้งโดยส่วนราชการและเอกชน แล้วหันมาพัฒนาจัดสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม เพื่อให้คงหลักฐานด้านประวัติศาสตร์-โบราณคดี และเป็นเพื่อที่พักผ่อนหย่อนใจของชุมชน พร้อมกับให้ความรู้ด้านศิลปะสถาปัตยกรรมล้านนาในอดีต เป็นจุดแวะเยี่ยมชมด้านการท่องเที่ยว แต่วิธีการและขั้นตอนการดำเนินงานยกวัดร้างอิทขิลให้เป็นวัดมีพระสงฆ์จำพรรษานั้น ความเป็น นิติบุคคล ของวัด จะเป็นปัญหาอุปสรรคต่อไปในอนาคต ด้านการอนุรักษ์เมืองประวัติศาสตร์เชียงใหม่โดยภาพรวมหรือไม่? |
|
|
|
เชียงใหม่ในสายตาชาวต่างชาติ
|
เชียงใหม่ เมืองแห่งอารยธรรมเก่าแก่
ศูยน์กลางแห่งภาคเหนือที่อุดมไปด้วยประวัติศาสตร์แห่งความรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมที่น่าค้นหา ทว่าในปัจจุบัน ศูนย์กลางของความรุ่งโรจน์แห่งวิธีล้านนากำลังเปลี่ยนไป ใครบ้างเคยสังเกตุเห็นชาวต่างชาติที่มาสู่เชียงใหม่เพราะหลงไหลในเสน่ห์ของวัฒนธรรมคนเมืองเล่า พวกเขาคิดอย่างไรกับการที่เชียงใหม่กำลังกลายเป็นเมืองที่ "Getting Ugly"  |
|
|
<< ก่อนหน้า 1 2 3 4 5 6 หน้าถัดไป >> |
|
เว็บไซต์แนะนำ :
Thailand Travel
Thailand Hotels
|