|
การทำส้ม
เป็นการหมักจนให้เกิดจนให้เกิดรสเปรี้ยว
ทั้งมีการปรุงด้วยเกลือ กระเทียม และใส่ข้าวสุกเพื่อเกิดการหมักให้เปรี้ยว
การทำส้มเป็นการหมักระยะสั้น ประมาณ ๓ วัน ก็สามารถนำอาหารนั้นมารับประทานได้
อาหารประเภทนี้ได้แก่ ชิ้นส้ม (แหนม) ปลาส้ม ผักกาดส้ม หน่อส้มซึ่งอาหารที่ได้จากการทำส้มนี้อาจกินสด
หรือสามารถนำไปประกอบอาหารประเภทอื่นได้เช่น ชิ้นส้มใช้กินสดหรือนำไปใส่แกงผักหรือหมก
ปลาส้มใช้กินสดหรือนำไปทอด ผักกาดส้มใช้ทำยำผักส้ม หน่อส้มใช้ทำแกงหน่อส้มหรือทำผัดหน่อส้ม
เป็นต้น ทั้งนี้หากจะดองหน่อไว้กินระยะยาวแล้ว จะเรียกว่า หน่อขวบ หรือดองเพื่อเก็บไว้กินข้ามปี
การทำแห้ง
เนื้อสัตว์หรือผักที่เหลือจากการบริโภคหากไม่เก็บในตู้เย็นก็อาจเน่าเสียได้
ซึ่งทำให้ผ่านความร้อนจนแห้งแต่ไม่ถึงกับทำให้สุก ก็จะเป็นการถนอมอาหารวิธีหนึ่ง
ซึ่งสามารถทำได้โดยการนำไป ตากแดด หรือย่าง (การย่างทางล้านนา คือการวางอาหารบนเปลวที่ลุกโดยให้อยู่ในระดับสูงกว่าการปิ้งทั่วไป
โดยมากจะวางบนข่าหรือตะแกรงที่แขวนไว้เหนือเตาไฟ เป็นลักษณะการรมควัน
อาหารจะแห้งแต่ไม่สุก) เช่น ปลาแห้ง ชิ้นแห้ง เขียดแห้ง เป็นต้น ซึ่งอาหารเหล่านี้จะนำไปประกอบอาหารประเภท
อื่น ๆ ต่อไป
ดอง
เป็นการถนอมอาหารโดยใช้ความเค็มของน้ำเกลือ
ซึ่งหากต้องการความหวานอาจมีการใส่น้ำตาลลงไปด้วย ระยะเวลาการดองจะนานเพียงใดนั้นก็แล้วแต่ชนิดของอาหารที่นำมาดอง
อาหารที่ได้ จากการดองเกลือเช่น ปลาร้า ผักกาดดอง หนังดองและผลไม้ดองต่างๆเช่นบ่าม่วงดอง
บ่าขามดอง บ่าตืนดอง(กระท้อน) บ่าผางดอง(มะปราง) บ่ายมดอง เป็นต้น
จ่อม
เป็นการถนอมอาหารที่ใช้การดองเช่นกัน
แต่ระยะการดองจะสั้นกว่าคือประมาณ ๓ วันก็สามารถนำมารับประทานได้ เช่น
ปลาจ่อม แมงมันจ่อม เป็นต้น
เขี้ยว
คือ เคี่ยว เป็นการถนอมอาหารโดยการนำน้ำของอาหารนั้นมาเคี่ยวจนให้เหลือความเข้มข้นที่สุดจนเป็นครีม
เช่น การทำน้ำปู จะนำปูสด ๆ มาตำเอาน้ำไปเคี่ยวจนเหลือน้ำปูมีลักษณะเป็นครีมสีดำเป็นต้น
หนึ้งหรือ
นึ่ง เป็นวิธีการถนอมอาหารบางชนิดที่ต้องการเก็บไว้ได้นาน และสามารถนำออกมารับประทานได้ตลอดปี
การนึ่ง จะช่วยฆ่าเชื้อหรือแมลงที่ทำให้อาหารนั้นเสียได้เช่นกัน สิ่งที่นิยมนำมานึ่ง
เช่น มะขามเปียก มะม่วงแผ่น กล้วยตาก เป็นต้น ส่วนอาหารที่ใช้วิธีนึ้งก็มี
เช่น ห่อหนึ้ง ไก่หนึ้ง ผักหนึ่ง เป็นต้น
|