| |
น้ำพริกปลา
("น้ำพิกป๋า")
เครื่องปรุง
พริกสด ๓-๕
เม็ด หัวหอม ๒ หัว กระเทียม ๑ หัว กะปิ ครึ่งช้อนโต๊ะ(หรือปลาร้า) ปลาช่อน
๑ ตัว ต้นหอม ผักชี ตะไคร้
วิธีทำ
ต้มน้ำใส่ตะไคร้จนเดือด ใส่ปลา (ขอดเกล็ด)เติมกะปิหรือปลาร้าจนปลาสุก
ขณะรอปลาสุกนั้นก็เอาพริกหัวหอม กะเทียม ย่างไฟให้สุก แล้วแกะเอาเปลือกออก
ใส่ครกโขลกพร้อมกันกับเนื้อปลาต้มจากนั้นเอาน้ำที่ได้จาการต้มปลามาเติมให้ขลุกขลิก
แล้วปรุงรสตามชอบ เสร็จแล้วโรยหน้าด้วยผักชี ต้นหอมหั่นฝอย สำหรับผู้ที่ชอบรสเปรี้ยวจะบีบมะนาวผสมเล็กน้อยก็ได้
บางสูตรก็มีการนำปลาไปย่างไฟก่อนต้มหรือย่างปลาให้สุกโดยไม่ต้องต้ม จะทำให้ลดความคาวของปลา
ผักที่ใช้จิ้มกับน้ำพริกมียอดผักแว่น
ยอดกะถิน กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ผักบุ้ง มะเขือเปราะถั่วฝักยาว ถั่วพู
และผักขึ้นตามทุ่งนาหน้าฝน เช่น ผักฮิน (ผักขาเขียด) ผักฅวบ (สันตะวา)
ผักปุมปลาซึ่งผักกับ ดังกล่าวจะกินสดหรือต้มก็ได้
พบว่าน้ำพริกปลาในปริมาณ
๑๐๐ กรัม มี ๗๕.๘๘ แคลอรี โปรตีน ๙.๒๐ กรัม ไขมัน ๑.๗๓ กรัม คาร์โบไฮเดรท
๕.๓๗ กรัม แคลเซียม ๔๘.๔๓ มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส ๑๒๗.๖๔ มิลลิกรัม เหล็ก
๓.๘๐ มิลลิกรัมวิตามินเอ๖๑.๐๙อาร์อี วิตามินบีหนึ่ง ๐.๑๕ มิลลิกรัม วิตามินบีสอง
๐.๐๕ มิลลิกรัม ไนอะซิน ๑.๑๙มิลลิกรัม และ วิตามินซี ๖๐.๐๖ มิลลิกรัม
หมายเหตุ
: หากจะใช้ปูนาต้ม หมูสับ หรือจิกุ่ง(จิ้งหรีด)ต้มแทนปลาก็ได้ ชื่อน้ำพริกก็จะเปลี่ยนไปตามนั้น
เช่น น้ำพริกปู น้ำพริกจิกุ่ง น้ำพริกชิ้นหมู เป็นต้น สำหรับน้ำพริกเนื้อหมู
หากจะใส่มะเขือเทศลูกเล็กก็มีรสชาติอร่อยดีเช่นกัน
แต่ต้องเอาห่อใบตองหมกไฟให้สุกเสียก่อน
|
|