กระทู้ถาม-ตอบ ล้านนา
ตั้งกระทู้ใหม่

เว็บไซต์แนะนำ : Thailand Travel | Thailand Hotels | Thailand Golf Holidays


" เมฆเวียง" กำแพงเมือง ของนครรัฐ


" เมฆ " หรือ กำแพงเมือง ในล้านนา เมืองเก่ารุ่นราวคราวเดียวกันมีหลายเมือง เช่น เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ น่าน และอีกหลายเมือง ในแคว้นล้านนา แต่ละเมืองต่างก็มีกำแพงเมือง ที่เรียกตามภาษาพื้นบ้านว่า เมฆ ล้อมรอบเพื่อป้องกันศัตรูจากภายนอก ขณะนี้กำแพงเมืองหลายๆ เมืองในภาคเหนือ เช่นที่เชียงใหม่ ลำปาง และแพร่ นั้นได้เกือบสูญสลาย ถูกชาวบ้านร้านตลาดฮุปเอาไปเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตัวจนเกือบจะหมดสิ้นไปอย่างน่าเสียดาย ที่ยังเหลือเป็นรูปธรรมอยู่ในขณะนี้ก็เห็นจะมีที่ เชียงใหม่ (บางส่วน) ลำปาง (เหลือเป็นส่วนน้อย) เมืองแพร่ เมืองน่าน(เหลือเป็นบางส่วน)
กำแพงเมือง หรือ เมฆ ของเมืองแพร่ นั้นส่วนมากจะเป็นกำแพงดินโดยที่นอกกำแพงเมืองนั้นจะมี คือ (คูเมือง)ขนาดลึกล้อมรอบอยู่ชั้นหนึ่ง กำแพงเมือง ซึ่งเป็นกำแพงดินของเมืองแพร่นั้น บางแห่งทางเทศบาลเมืองแพร่ ก็ได้อนุรักษ์ โดยการจัดหาต้นไม้ ไม้ดอกไม้ประดับมาปลูกเป็นที่สดชื่นรื่นร่ม แต่บางแห่งเช่นด้านตะวันตกได้ปล่อยให้ชาวบ้านบุกรุกเข้าไปปลูกบ้านปลูกช่องอยู่อย่างประปรายหลายแห่งได้ทำลายกำแพงลงเป็นที่อยู่อย่างถาวรไปแล้วก็มี
ส่วนที่เชียงใหม่ ก็เห็นจะมีแนวกำแพงเมืองเดิม คูเมือง และป้อมกำแพงเมืองทั้งสี่มุมเมือง เรียกว่า แจ่ง ที่ได้อนุรักษ์ไว้ ส่วนที่ลำปางนั้นแทบจะไม่เหลือร่องรอยเลย มีเพียงบางส่วนเท่านั้น นอกนั้นได้ถูกบุกรุกทำลายปลูกบ้านเรือนที่อยู่อาศัยทับเป็นส่วนมาก ที่เหลือซากอยู่ก็มี ประตูป่อง คูเมืองที่เป็นร่องลึกก็ได้ถถูกปลูกบ้านทับไปเสียแล้ว แนวคูเมืองที่ถูกปลูกบ้านพักอาศัยกัน ก็เรียกว่า บ้านสันคือ เป็นแนวยาวตั้งแต่วันประตูป่องจนถึงวัดประตูต้นผึ้ง ของเมืองน่านนั้นก็ได้รับการอนุรักษ์ไว้บางส่วนที่ยังเหลือสภาพดีอยู่
น่าเสียดายจริงๆ กำแพงเมืองเก่าของโบราณ ซึ่งน่าจะเก็บอนุรักษ์ไว้ ทำไมมาปล่อยปละละเลยถึงเพียงนี้ก็ไม่รู้ แต่ถึงอย่างไร ผมว่ายังไม่สายเกินแก้ เพราะมีการบุกรุกแต่บางส่วนถ้าทางการผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะได้จัดการไล่ รื้อ ถอน ออกไปเสียก็คงไม่อยาก (หากจะคิดทำ คิดอนุรักษ์กันจริงๆ) กำแพงเมืองเก่านี้แหละครับที่จะบอกความเป็นเมืองได้ดียิ่ง....

   ตั้งกระทู้โดย : ต๋าเหิน , 2546-01-20 / 07:00:07


รูปที่ 1 กำแพงเมืองนครเชียงใหม่
รูปที่ 2 เป็นกำแพงเมืองนครเชียงใหม่ ในส่วนของที่เป็นแจ่งหัวริน

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ต๋าเหิน
2546-01-20 / 07:07:28

รูปที่ 1 กำแพงเมืองนครเชียงใหม่
รูปที่ 2 เป็นกำแพงเมืองนครเชียงใหม่ ในส่วนของที่เป็นแจ่งหัวริน

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ต๋าเหิน
2546-01-20 / 07:07:28

กำแพงเมืองนครลำปาง

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ต๋าเหิน
2546-01-20 / 07:08:10

กำแพงเมืองนครลำปาง

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ต๋าเหิน
2546-01-20 / 07:08:10

กำแพงเมืองน่าน

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ต๋าเหิน
2546-01-20 / 07:08:53

กำแพงเมืองน่าน

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ต๋าเหิน
2546-01-20 / 07:08:53

ประตูเมืองแพร่ (ประตูใหม่)

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ต๋าเหิน
2546-01-20 / 07:10:41

ประตูเมืองแพร่ (ประตูใหม่)

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ต๋าเหิน
2546-01-20 / 07:10:41

แนวกำแพงดินเมืองแพร่

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ต๋าเหิน
2546-01-20 / 07:13:56

แนวกำแพงดินเมืองแพร่

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ต๋าเหิน
2546-01-20 / 07:13:56

กำแพงเมืองปัจจุบันถูกบุกรุกทำลาย เพื่อปลูกสร้างที่พักอาศัย น่าเสียดายนะครับ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ต๋าเหิน
2546-01-20 / 07:15:41

กำแพงเมืองปัจจุบันถูกบุกรุกทำลาย เพื่อปลูกสร้างที่พักอาศัย น่าเสียดายนะครับ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ต๋าเหิน
2546-01-20 / 07:15:41

เยี่ยมยอดเลยน้องต๋าเหิน เก่งแต้ๆ....ขอยกนิ้วฮื้อเลย...ในเรื่องก๋านค้นคว้าเซาะห๋าฮูปบะเก่า กับ
เรื่องราวในอดีตมาฮื้อจาวหมู่จาวจุมได้ฮู้ได้หัน ได้อ่านกั๋น เพื่อเป๋นความฮู้เรื่องราวความเป๋นมา
ในสมัยอดีตกาล หยั๋งมาเก่งแต้ๆ นี่น่าจะเป๋นนักโบราณคดีนา บะน่ามายะก๋านบริษัทฯขาย
คอมฯเล๊ย...... ถ้าเป๋นนักโบราณคดี นักค้นคว้าเรื่องราวความเป๋นมาห๋องวัฒนธรรมความเป๋นอยู่
ห๋องผู้คนในสมัยอดีตเมื่อเป๋นพันๆปี๋มาแล้ว น่าจะเหมาะดีแต้ ปี๋นี้....ถ้ามีก๋านโหวต ฮื้อว่า
ใผ๋ หรือ คนใด เป๋นคนตี้ค้นคว้าและได้นำเอาฮูปบะเก่า และเรื่องราวในอดีตมาอู้เล่าเผยแผ่ ฮื้อ
ปี้น้องจาวโลกล้านนา ได้อ่าน ได้ฮับฮู้น และเป๋นประโยชน์ต่อสาธรณะชนนักตี้สุด อ้ายขอโหวต
ฮื้อ น้อง ต๋าเหิน(น้องเคน) คนนี้ เป๋นขวัญใจ๋ห๋องเวปโลกล้านนานี้เลยเน้อ เพราะน้องได้ทุ่ม
เทแต้ๆ ตึงเวลา ตึงซะตางค์ส่วนตั๋ว (จ๋นปอบะหมี๋เวลาเซาะแม่บ้านซักคน....ฮ่ะผ่อเล๊าะ) เพื่อมา
เผยแผ่ฮื้อจาวหมู่ได้ฮู้ได้หัน ได้อ่านเรื่องราวในอดีตจะอี้ ขอขอบคุณแตนจาวหมู่ตังหลายนักๆ
ตวยเน้อน้องเหินเน้อ/

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : กะปุ๊งคำ..ลุ่มน้ำปิง Mangmumthong@thaimail.com
2546-01-21 / 08:51:58

เยี่ยมยอดเลยน้องต๋าเหิน เก่งแต้ๆ....ขอยกนิ้วฮื้อเลย...ในเรื่องก๋านค้นคว้าเซาะห๋าฮูปบะเก่า กับ
เรื่องราวในอดีตมาฮื้อจาวหมู่จาวจุมได้ฮู้ได้หัน ได้อ่านกั๋น เพื่อเป๋นความฮู้เรื่องราวความเป๋นมา
ในสมัยอดีตกาล หยั๋งมาเก่งแต้ๆ นี่น่าจะเป๋นนักโบราณคดีนา บะน่ามายะก๋านบริษัทฯขาย
คอมฯเล๊ย...... ถ้าเป๋นนักโบราณคดี นักค้นคว้าเรื่องราวความเป๋นมาห๋องวัฒนธรรมความเป๋นอยู่
ห๋องผู้คนในสมัยอดีตเมื่อเป๋นพันๆปี๋มาแล้ว น่าจะเหมาะดีแต้ ปี๋นี้....ถ้ามีก๋านโหวต ฮื้อว่า
ใผ๋ หรือ คนใด เป๋นคนตี้ค้นคว้าและได้นำเอาฮูปบะเก่า และเรื่องราวในอดีตมาอู้เล่าเผยแผ่ ฮื้อ
ปี้น้องจาวโลกล้านนา ได้อ่าน ได้ฮับฮู้น และเป๋นประโยชน์ต่อสาธรณะชนนักตี้สุด อ้ายขอโหวต
ฮื้อ น้อง ต๋าเหิน(น้องเคน) คนนี้ เป๋นขวัญใจ๋ห๋องเวปโลกล้านนานี้เลยเน้อ เพราะน้องได้ทุ่ม
เทแต้ๆ ตึงเวลา ตึงซะตางค์ส่วนตั๋ว (จ๋นปอบะหมี๋เวลาเซาะแม่บ้านซักคน....ฮ่ะผ่อเล๊าะ) เพื่อมา
เผยแผ่ฮื้อจาวหมู่ได้ฮู้ได้หัน ได้อ่านเรื่องราวในอดีตจะอี้ ขอขอบคุณแตนจาวหมู่ตังหลายนักๆ
ตวยเน้อน้องเหินเน้อ/

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : กะปุ๊งคำ..ลุ่มน้ำปิง Mangmumthong@thaimail.com
2546-01-21 / 08:51:58

ภาพกำแพงเมืองของเมืองเชียงใหม่ตรงแจ่งหัวลินนั้นสังเกตุว่ามีความสูงมาก(ให้เปรียบเทียบกับภาพคนที่เห็นลางๆทางด้านขวามือของภาพ)....แล้วลองจินตนาการจำลองตรงบริเวณแจ่งสรีภุม แจ่งกระต้ำและแจ่งกู่เรือง แล้ว zoom จากด้านข้างในแนวระดับสายตาทั้งสี่ด้านดูแล้วท่านจะพบว่าตัวเมืองเชียงใหม่ด้านใน(ที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมที่เราเห็นในปัจจุบัน)สมัยนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด....หากท่านใดยังจำตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ตอนที่ม่านมาแวดขังเมืองผู้คนอดอยากอาหารวันหนึ่งทหารม่านแอบปีนกำแพงเข้ามาชาวเชียงใหม่เลยกินเนื้อม่านเป็นอาหารแทน.....ก็จะเห็นภาพประกอบที่ชัดเจนขึ้นว่ากำแพงนี้สูงมากทีเดียว......ส่วนแนวกำแพงชั้นนอกหรือที่เรียกว่ากำแพงดินนั้นหากท่านเข้าไปทางสุสานประตูหายยาเดินมาเรื่อยๆทางเหนือ(บริเวณชุมชนทิพเนตร)จะเห็นแนวกำแพงที่สูงมากอยู่ตรงหน้าแม้ว่าบางส่วนจะทะลายลงไปบ้างแต่ที่เหลือยังสูงมากกว่าตึกสองชั้น....หากจำตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ตอนปีพ.ศ. ๒๒๐๔ ได้สมเด็จพระนารายณ์แห่งกรุงศรีอยุธยาโดยการช่วยเหลือของชาติฝรั่งเศสยกทัพมาตีเมืองเชียงใหม่....ณ ตรงบริเวณนี้นี่เองที่ชาวใต้จะบุกแนวกำแพงขึ้นมาแต่ด้วยความสูงของกำแพงทำให้ไม่สามารถเข้าเมืองได้ล้อมอยู่นานจนหนีไปตีเมืองเชียงแสนแตกในปีเดียวกันต่อมาในปีพ.ศ.๒๒๐๕ ก็กลับมาตีเมืองเชียงใหม่อีกแต่เปลี่ยนเป็นการโจมตีที่ประตูเมืองจึงเข้าเมืองได้....จึงเป็นที่มาของประโยคที่ว่าจะตีเมืองเชียงใหม่ได้ต้องมาตีสองครั้งความเชื่อนี้สืบมาจนถึงสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมาตีเชียงใหม่ในปีพ.ศ.๒๓๑๓ทหารชาวใต้จะปีนกำแพงเข้ามาอีกแต่ก็พ่ายกลับไปชาวเชียงใหม่ตามตีไล่ต้อนไปจนถึงเมืองลำพูน....ครั้งที่สองที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมาตีเชียงใหม่คือปีพ.ศ.๒๓๑๗เหตุเพราะพญาจ่าบ้าน(พระยาวิเชียรปราการ พระยาเชียงใหม่)เป็นใจด้วยทัพชาวใต้จึงเข้าทางประตูเหมือนกันและตีเมืองได้ในปีเดียวกัน.....
ถึงพ.ศ.๒๓๓๐ พระยากาวิละ(ยศขณะนั้น)ได้รับพระบรมราชโองการให้ขึ้นมาตั้งเมืองเชียงใหม่ซึ่งขณะนั้นร้างอยู่....พระยากาวิละยังไม่กล้าอพยพผู้คนเข้ามาคงตั้งอยู่ที่เวียงป่าซางหลวง...หากจำประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยาได้ตอนกู้อิสระภาพคืนจากพม่าพระยาตากมาสร้างกรุงใหม่เพราะกรุงศรีฯถูกทำลายเกินที่จะทำนุให้ดีดังเดิม....เวียงเชียงใหม่ขณะนั้นก็เป็นป่าที่อาศัยของสิงสาราสัตว์ทั้งหลาย....หากย้อนกลับไปดูข้อความทั้งหมดข้างบนดังที่กล่าวมาว่าเมืองเชียงใหม่ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กรุงศรีฯแล้ว...ท่านลองนคิดดูให้ถ้วนถี่นะครับว่าแม้เมืองร้างเมืองหนึ่งพระยากาวิละสามารถทำให้มันฟื้นคืนมาให้ดีได้....แม้ไม่มีคนอยู่ในเวียงนั้นสักคนเดียวแต่พระยากาวิละก็ยังสามารถหาคนมาอยู่ได้เป็นเมืองใหญ่จวบถึงปัจจุบันโดยไม่คิดที่จะย้ายเมืองหนีไปไหน...ดังนั้น ๗๐๐ กว่าปีที่มีเมืองเชียงใหม่ปรากฎอยู่จนถึงปัจจุบันโดยที่ไม่ได้กลายเป็นโบราณสถานไปเสียนี้ชาวล้านนาควรถนอมรักษาเมืองไว้ให้มั่นคงยืนยาวที่สุดเพราะพระยากาวิละองค์ที่สองคงจะไม่มีกำเนิดขึ้นมาอีกแล้ว...หากวันหนึ่งลูกหลานท่านต้องเสียเงินมาเข้าชมโบราณสถานและซื้อของแพงเป็นของฝากยี่ห้อจากเวียงเชียงใหม่แล้วเดินฟัง guide พูดพร่ำเรื่องในอดีตให้ฟังมันคือความภูมิใจแห่งความเก่าแก่หรือความอดสูที่ไม่ได้ปกป้องความงดงามนั้นให้คงอยู่กันแน่...ลองกลับไปคิดกันดูนะครับ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : บ้านายคำเก่ง
2546-01-21 / 09:06:36

ภาพกำแพงเมืองของเมืองเชียงใหม่ตรงแจ่งหัวลินนั้นสังเกตุว่ามีความสูงมาก(ให้เปรียบเทียบกับภาพคนที่เห็นลางๆทางด้านขวามือของภาพ)....แล้วลองจินตนาการจำลองตรงบริเวณแจ่งสรีภุม แจ่งกระต้ำและแจ่งกู่เรือง แล้ว zoom จากด้านข้างในแนวระดับสายตาทั้งสี่ด้านดูแล้วท่านจะพบว่าตัวเมืองเชียงใหม่ด้านใน(ที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมที่เราเห็นในปัจจุบัน)สมัยนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด....หากท่านใดยังจำตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ตอนที่ม่านมาแวดขังเมืองผู้คนอดอยากอาหารวันหนึ่งทหารม่านแอบปีนกำแพงเข้ามาชาวเชียงใหม่เลยกินเนื้อม่านเป็นอาหารแทน.....ก็จะเห็นภาพประกอบที่ชัดเจนขึ้นว่ากำแพงนี้สูงมากทีเดียว......ส่วนแนวกำแพงชั้นนอกหรือที่เรียกว่ากำแพงดินนั้นหากท่านเข้าไปทางสุสานประตูหายยาเดินมาเรื่อยๆทางเหนือ(บริเวณชุมชนทิพเนตร)จะเห็นแนวกำแพงที่สูงมากอยู่ตรงหน้าแม้ว่าบางส่วนจะทะลายลงไปบ้างแต่ที่เหลือยังสูงมากกว่าตึกสองชั้น....หากจำตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ตอนปีพ.ศ. ๒๒๐๔ ได้สมเด็จพระนารายณ์แห่งกรุงศรีอยุธยาโดยการช่วยเหลือของชาติฝรั่งเศสยกทัพมาตีเมืองเชียงใหม่....ณ ตรงบริเวณนี้นี่เองที่ชาวใต้จะบุกแนวกำแพงขึ้นมาแต่ด้วยความสูงของกำแพงทำให้ไม่สามารถเข้าเมืองได้ล้อมอยู่นานจนหนีไปตีเมืองเชียงแสนแตกในปีเดียวกันต่อมาในปีพ.ศ.๒๒๐๕ ก็กลับมาตีเมืองเชียงใหม่อีกแต่เปลี่ยนเป็นการโจมตีที่ประตูเมืองจึงเข้าเมืองได้....จึงเป็นที่มาของประโยคที่ว่าจะตีเมืองเชียงใหม่ได้ต้องมาตีสองครั้งความเชื่อนี้สืบมาจนถึงสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมาตีเชียงใหม่ในปีพ.ศ.๒๓๑๓ทหารชาวใต้จะปีนกำแพงเข้ามาอีกแต่ก็พ่ายกลับไปชาวเชียงใหม่ตามตีไล่ต้อนไปจนถึงเมืองลำพูน....ครั้งที่สองที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมาตีเชียงใหม่คือปีพ.ศ.๒๓๑๗เหตุเพราะพญาจ่าบ้าน(พระยาวิเชียรปราการ พระยาเชียงใหม่)เป็นใจด้วยทัพชาวใต้จึงเข้าทางประตูเหมือนกันและตีเมืองได้ในปีเดียวกัน.....
ถึงพ.ศ.๒๓๓๐ พระยากาวิละ(ยศขณะนั้น)ได้รับพระบรมราชโองการให้ขึ้นมาตั้งเมืองเชียงใหม่ซึ่งขณะนั้นร้างอยู่....พระยากาวิละยังไม่กล้าอพยพผู้คนเข้ามาคงตั้งอยู่ที่เวียงป่าซางหลวง...หากจำประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยาได้ตอนกู้อิสระภาพคืนจากพม่าพระยาตากมาสร้างกรุงใหม่เพราะกรุงศรีฯถูกทำลายเกินที่จะทำนุให้ดีดังเดิม....เวียงเชียงใหม่ขณะนั้นก็เป็นป่าที่อาศัยของสิงสาราสัตว์ทั้งหลาย....หากย้อนกลับไปดูข้อความทั้งหมดข้างบนดังที่กล่าวมาว่าเมืองเชียงใหม่ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กรุงศรีฯแล้ว...ท่านลองนคิดดูให้ถ้วนถี่นะครับว่าแม้เมืองร้างเมืองหนึ่งพระยากาวิละสามารถทำให้มันฟื้นคืนมาให้ดีได้....แม้ไม่มีคนอยู่ในเวียงนั้นสักคนเดียวแต่พระยากาวิละก็ยังสามารถหาคนมาอยู่ได้เป็นเมืองใหญ่จวบถึงปัจจุบันโดยไม่คิดที่จะย้ายเมืองหนีไปไหน...ดังนั้น ๗๐๐ กว่าปีที่มีเมืองเชียงใหม่ปรากฎอยู่จนถึงปัจจุบันโดยที่ไม่ได้กลายเป็นโบราณสถานไปเสียนี้ชาวล้านนาควรถนอมรักษาเมืองไว้ให้มั่นคงยืนยาวที่สุดเพราะพระยากาวิละองค์ที่สองคงจะไม่มีกำเนิดขึ้นมาอีกแล้ว...หากวันหนึ่งลูกหลานท่านต้องเสียเงินมาเข้าชมโบราณสถานและซื้อของแพงเป็นของฝากยี่ห้อจากเวียงเชียงใหม่แล้วเดินฟัง guide พูดพร่ำเรื่องในอดีตให้ฟังมันคือความภูมิใจแห่งความเก่าแก่หรือความอดสูที่ไม่ได้ปกป้องความงดงามนั้นให้คงอยู่กันแน่...ลองกลับไปคิดกันดูนะครับ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : บ้านายคำเก่ง
2546-01-21 / 09:06:36

ขอซูฮกยกนิ้วหื้อคุณต๋าเหินเลย ในการค้นคว้าเรื่องและรูปในอดีตน่อครับ นับถือ นับถือ..

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : พูนอุดม " คนปงยางคก "
2546-01-21 / 09:20:43

ขอซูฮกยกนิ้วหื้อคุณต๋าเหินเลย ในการค้นคว้าเรื่องและรูปในอดีตน่อครับ นับถือ นับถือ..

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : พูนอุดม " คนปงยางคก "
2546-01-21 / 09:20:43

อยากไค้ฮู้แต้ว่า........ว่า สมัยตะก่อน ถ้ามีก๋านสู้รบกั๋น เพื่อแย่งชิงเมืองห๋องกั๋นและกั๋นนั้น มันจะต้องมีคนล้มต๋ายกั๋น
น่าจะนักขหนาด หยั่งตี้เปิ้นบอกว่า หลั่งเลือดทาแผ่นดิน นั้น อยากไค้ฮู้ว่า แล้วศพ ห๋องคนตี้ต๋ายนักๆนั้น (ดูจากหนัง
ย้อนยุกต์ตี้มีฮื้อดูบะเด่ว) เปิ้นจัดก๋านกั๋นอย่างใดพ่อง ฝ่ายศัตรูเป๋นคนเก็บ กาว่าฝ่ายเดวกั๋นเป๋นคนเก็บ เก็บแล้วเอาไปไว้
ตี้ไหน ? แล้วเอาไปฝัง กาว่าเอาไปเผา แล้วจะมีคนคอยเก็บ(เหมือนมูลนิธิปอเต๊กตึ้ง กาว่าร่วมกะตัญญู จะอี้ก่อ)อย่างใด

ถ้าเก็บ จะมีเวลาเก็บกั๋นตันก่อ ถ้าล่ะไว้หลายวัน มันบะดีเน่าเหม็นกั๋นตึงเมืองเลยกา เพราะมันบ่ไจ้น้อยๆตี้ต๋าย แล้วถ้า
ฝังล่ะ มีฝังกั๋นตี้ไหนพ่อง จะอี้นา ใผ๋มีข้อมูลพ่องครับ ไค้ฮู้ล้ำ/

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : กะปุ๊งคำ..ลุ่มน้ำปิง Mangmumthong@thaimail.com
2546-01-21 / 10:36:02

อยากไค้ฮู้แต้ว่า........ว่า สมัยตะก่อน ถ้ามีก๋านสู้รบกั๋น เพื่อแย่งชิงเมืองห๋องกั๋นและกั๋นนั้น มันจะต้องมีคนล้มต๋ายกั๋น
น่าจะนักขหนาด หยั่งตี้เปิ้นบอกว่า หลั่งเลือดทาแผ่นดิน นั้น อยากไค้ฮู้ว่า แล้วศพ ห๋องคนตี้ต๋ายนักๆนั้น (ดูจากหนัง
ย้อนยุกต์ตี้มีฮื้อดูบะเด่ว) เปิ้นจัดก๋านกั๋นอย่างใดพ่อง ฝ่ายศัตรูเป๋นคนเก็บ กาว่าฝ่ายเดวกั๋นเป๋นคนเก็บ เก็บแล้วเอาไปไว้
ตี้ไหน ? แล้วเอาไปฝัง กาว่าเอาไปเผา แล้วจะมีคนคอยเก็บ(เหมือนมูลนิธิปอเต๊กตึ้ง กาว่าร่วมกะตัญญู จะอี้ก่อ)อย่างใด

ถ้าเก็บ จะมีเวลาเก็บกั๋นตันก่อ ถ้าล่ะไว้หลายวัน มันบะดีเน่าเหม็นกั๋นตึงเมืองเลยกา เพราะมันบ่ไจ้น้อยๆตี้ต๋าย แล้วถ้า
ฝังล่ะ มีฝังกั๋นตี้ไหนพ่อง จะอี้นา ใผ๋มีข้อมูลพ่องครับ ไค้ฮู้ล้ำ/

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : กะปุ๊งคำ..ลุ่มน้ำปิง Mangmumthong@thaimail.com
2546-01-21 / 10:36:02

วจนังเกบคำมาไข จักบันระยายยามเพิ่นรบ ที่อ่านพะพบในตำรา ทังตนครูบาจารใส่ ทังขุนทัพไหย่จารแปลง เจ้าสายรอมแพงจุ่งฟัง ยามเมื่อบ้านเมืองยังสุกอยู่ ฅนทึงหมู่สุกใจ เขาก็อาสรัยเจียรจา บ่ว่าบ้านนาแลบ้านนอก บ่ว่าชาวขอกแลชาวเวียง เถิงเดือนเจียงรอดเดือนสิบสอง เขาค่ท่องกทำบุญ หื้อเปนคุณสืบชาด หมดพยาธิกังวน ขึ้นเทียวล่นล่องไหน ตามเพิงใจอันมัก ค้าทังผักทังชิ้น ขายทังผ้าซิ่นผ้าถง ทังหน่อไม้บงของป่า ทังพร้ากล้ามุยดี แอ่วกาดลีล่าเหล้ร ติดเปนเส้นเปนสาย ทึงยิงชายหนุ่มเถ้า ปูนดีม่วนแท้เจ้า ชีวิดคนมะเกล่า มีแล
คันเขาสอดจับเสิก เลาะเดินเลิกเทียวทาง ริพลย่างมาใกล้ เขาค่ใช้ฅนบอก แต่ติดขอกริมดง ลัดกลางพงกลางป่า ลัดกลางนากลางดอน บ่ยั้งนอนไหนสักคราบ ลวดไหว้กราบภิทูร เจ้าตนบุญเอกกระสัตร ขอได้จัดแต่งดา เสนาเสิกคู่เหล่า ออกไพเฝ้ารับต้อนสัตรู อันลูกกูอยู่นอก จุ่งจักบอกสานชี้ หื้อหลบหลี้มาทัดใน ประตูหับไว้คู่แจ่ง ขุนหาญแบ่งรักสา ขุนพลกล้าเดินทัพ เถิงฤกษ์จับถูกตัว เคลื่อนออกรั้วกำแพง ธงเขียวแดงนำหน้า ห่างเวียงไพบ่ช้า ยอบยั้งที่ท่า นั้นแล
........................................

ยังไม่จบนะครับ...วันพรุ่งนี้จะมาไขต่อว่าแท้จริงแล้วตายแล้วซากไพอยู่ทัดได ....วันนี้ได้เท่านี้จริงๆ.........

กานเพิ่นเปนดีเจบหัว กานตัวค่ยะยังบ่แล้ว อดเอาเทอะน้องแก้ว วันพรุ่งค่อยปะกันใหม่

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : บ้านายคำเก่ง
2546-01-21 / 03:23:18

วจนังเกบคำมาไข จักบันระยายยามเพิ่นรบ ที่อ่านพะพบในตำรา ทังตนครูบาจารใส่ ทังขุนทัพไหย่จารแปลง เจ้าสายรอมแพงจุ่งฟัง ยามเมื่อบ้านเมืองยังสุกอยู่ ฅนทึงหมู่สุกใจ เขาก็อาสรัยเจียรจา บ่ว่าบ้านนาแลบ้านนอก บ่ว่าชาวขอกแลชาวเวียง เถิงเดือนเจียงรอดเดือนสิบสอง เขาค่ท่องกทำบุญ หื้อเปนคุณสืบชาด หมดพยาธิกังวน ขึ้นเทียวล่นล่องไหน ตามเพิงใจอันมัก ค้าทังผักทังชิ้น ขายทังผ้าซิ่นผ้าถง ทังหน่อไม้บงของป่า ทังพร้ากล้ามุยดี แอ่วกาดลีล่าเหล้ร ติดเปนเส้นเปนสาย ทึงยิงชายหนุ่มเถ้า ปูนดีม่วนแท้เจ้า ชีวิดคนมะเกล่า มีแล
คันเขาสอดจับเสิก เลาะเดินเลิกเทียวทาง ริพลย่างมาใกล้ เขาค่ใช้ฅนบอก แต่ติดขอกริมดง ลัดกลางพงกลางป่า ลัดกลางนากลางดอน บ่ยั้งนอนไหนสักคราบ ลวดไหว้กราบภิทูร เจ้าตนบุญเอกกระสัตร ขอได้จัดแต่งดา เสนาเสิกคู่เหล่า ออกไพเฝ้ารับต้อนสัตรู อันลูกกูอยู่นอก จุ่งจักบอกสานชี้ หื้อหลบหลี้มาทัดใน ประตูหับไว้คู่แจ่ง ขุนหาญแบ่งรักสา ขุนพลกล้าเดินทัพ เถิงฤกษ์จับถูกตัว เคลื่อนออกรั้วกำแพง ธงเขียวแดงนำหน้า ห่างเวียงไพบ่ช้า ยอบยั้งที่ท่า นั้นแล
........................................

ยังไม่จบนะครับ...วันพรุ่งนี้จะมาไขต่อว่าแท้จริงแล้วตายแล้วซากไพอยู่ทัดได ....วันนี้ได้เท่านี้จริงๆ.........

กานเพิ่นเปนดีเจบหัว กานตัวค่ยะยังบ่แล้ว อดเอาเทอะน้องแก้ว วันพรุ่งค่อยปะกันใหม่

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : บ้านายคำเก่ง
2546-01-21 / 03:23:18

ทัพช้างลวดขึ้นเหนือ ทัพเสือล่องลงใต้ ไฟปะไฟมะมาบม้าง ช้างส่อช้างหากัน เสือหวันเสือเปนคู่ ดาบง้าวลู่ทวยออก หอกซัดหอกทวยตาม มีดร้อยด้ามพันเถี่ยร บกมุยเปลี่ยรฟันแทง แผ่นดินแดงเลือดไหลหลาก ผู้คนหากล้มตาย นอนกองก่ายกันเป็นแพ มากนักแคนับบ่เสี้ยง ปูนดีหมองหม่นเหมี้ยง ชีวิตบ่เที่ยง แท้แล
เมื่อยามไฟม้วยมอดดับ ทัพแตกทัพหนีหาย ลางพร่องตายพร่องยัง บ่ได้ฝังได้เผา ป่อยหื้อเน่าเหม็นสาง หนองเลือดยางหยะหย้อย ตัวไพร่น้อยเทียวดิน รุ้งกากินทึ้งหลู่ ลงเปนหมู่เปนสาย สุโนลายด่างภ้อย ย่างหยะหย่อยเทียวทาง ตึดกินชิ้นร่างทวยกา ปูนน่าดีสังเวด บ่ได้จี่เปรตเผาผี เปนดั่งนี้เดนาย ตามตัวชายวาดไว้ บัดเดียวม่อนไท้ ขอลวดลาล่องไพ ก่อนแลนายเหย

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : บ้านายคำเก่ง
2546-01-22 / 07:45:42

ทัพช้างลวดขึ้นเหนือ ทัพเสือล่องลงใต้ ไฟปะไฟมะมาบม้าง ช้างส่อช้างหากัน เสือหวันเสือเปนคู่ ดาบง้าวลู่ทวยออก หอกซัดหอกทวยตาม มีดร้อยด้ามพันเถี่ยร บกมุยเปลี่ยรฟันแทง แผ่นดินแดงเลือดไหลหลาก ผู้คนหากล้มตาย นอนกองก่ายกันเป็นแพ มากนักแคนับบ่เสี้ยง ปูนดีหมองหม่นเหมี้ยง ชีวิตบ่เที่ยง แท้แล
เมื่อยามไฟม้วยมอดดับ ทัพแตกทัพหนีหาย ลางพร่องตายพร่องยัง บ่ได้ฝังได้เผา ป่อยหื้อเน่าเหม็นสาง หนองเลือดยางหยะหย้อย ตัวไพร่น้อยเทียวดิน รุ้งกากินทึ้งหลู่ ลงเปนหมู่เปนสาย สุโนลายด่างภ้อย ย่างหยะหย่อยเทียวทาง ตึดกินชิ้นร่างทวยกา ปูนน่าดีสังเวด บ่ได้จี่เปรตเผาผี เปนดั่งนี้เดนาย ตามตัวชายวาดไว้ บัดเดียวม่อนไท้ ขอลวดลาล่องไพ ก่อนแลนายเหย

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : บ้านายคำเก่ง
2546-01-22 / 07:45:42

กะขอขอบคุณบ้านอ้ายคำเก่ง ตวยเน้อครับ ตี้ได้เอาเรื่องเล่าเป๋นค่าวเป๋นสร้อยบะเก่า มาฮื้อกั๋น
ได้อ่าน ได้ฮู้เรื่อง และสิ่งตี้ผมไค้ฮู้นั้น ก่อได้คำตอบแล้ว เฮ้อ......เป๋นดีเอ็นดูคนตี้ต๋ายไปเน๊าะ
สู้เพื่อชาติเพื่อปกป้องแผ่นดิน จ๋นต้องสระชีพตั๋วเก่าฮื้อแห้งก๋ากิ๋น แม้แต่ศพ ก่อยังบ่อได้ฝัง
ลางคนมีครอบครัวแล้ว ป้อออกไปฮบกับข้าศึก จ๋นแล้วจ๋นรอด บ่หมี๋วันได้ปิ๊กมาห๋าลูกเมียก่อมี
ชีวิต.....มีแต่ก๋านพลัดพลาก อยู่อย่างบ่หมี๋ความสุขสงบ

ขอขอบคุณบรรพบุรุษตี้ได้สระเลือดเนื้อทาแผ่นดิน เพื่อแลกกับอิสระฮื้อลูกหลานได้อยู่ได้กิ๋นเน้อ

แมงก๋ำปุ๊ง...ตั๋วหน้อยๆ/

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : กะปุ๊งคำ..ลุ่มน้ำปิง Mangmumthong@thaimail.com
2546-01-22 / 11:32:43

กะขอขอบคุณบ้านอ้ายคำเก่ง ตวยเน้อครับ ตี้ได้เอาเรื่องเล่าเป๋นค่าวเป๋นสร้อยบะเก่า มาฮื้อกั๋น
ได้อ่าน ได้ฮู้เรื่อง และสิ่งตี้ผมไค้ฮู้นั้น ก่อได้คำตอบแล้ว เฮ้อ......เป๋นดีเอ็นดูคนตี้ต๋ายไปเน๊าะ
สู้เพื่อชาติเพื่อปกป้องแผ่นดิน จ๋นต้องสระชีพตั๋วเก่าฮื้อแห้งก๋ากิ๋น แม้แต่ศพ ก่อยังบ่อได้ฝัง
ลางคนมีครอบครัวแล้ว ป้อออกไปฮบกับข้าศึก จ๋นแล้วจ๋นรอด บ่หมี๋วันได้ปิ๊กมาห๋าลูกเมียก่อมี
ชีวิต.....มีแต่ก๋านพลัดพลาก อยู่อย่างบ่หมี๋ความสุขสงบ

ขอขอบคุณบรรพบุรุษตี้ได้สระเลือดเนื้อทาแผ่นดิน เพื่อแลกกับอิสระฮื้อลูกหลานได้อยู่ได้กิ๋นเน้อ

แมงก๋ำปุ๊ง...ตั๋วหน้อยๆ/

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : กะปุ๊งคำ..ลุ่มน้ำปิง Mangmumthong@thaimail.com
2546-01-22 / 11:32:43

ยินดีครับ...ส่วนที่ผมแต่งนี้เรียกว่า ร่าย ไม่ใช่ค่าวหรอกครับเพราะผมแต่งค่าวไม่เป็น.....ร่ายนี้ไม่ค่อยนิยมในล้านนายุคหลังๆเพราะมันหาคำที่สอดรับกันยาก...ให้นึกถึงลายซิ่นลายน้ำไหลของเมืองน่าน...ร่ายก็จะต้องมีคำคำเดียวที่ไหลไปไหลมาเวลาอ่านจะขึ้นๆลงๆแต่ได้ความหมายเช่น.......ลัดกลางพงกลางป่า ลัดกลางนากลางดอน ....มีคำว่าลัดและคำว่ากลางที่คอยไหลไปไหลมาและมีคำว่า...พง...ป่า...ดง..ดอน..ที่มีความหมายใกล้กันอยู่ในบาทเดียวกันหรือใกล้กัน.....ทำให้ผู้อ่านเห็นว่าไม่ได้เดินไปเสียทีเดียวแต่เดินไปเรื่อยในป่ากว้างเหมือนเราเดินในป่าจริงๆจะต้องใช้เวลานานขึ้นนั่นลงนี้....หากเปนค่าวแล้วใช้คำสองคำก็ได้ใจความแล้ว....สำหรับร่ายนี้ชาวล้านนาโบราณนิยมเขียนแต่งเป็นร่ายยาวคือข้อความที่อยู่ในธรรมนั่นเองแต่ก็ไม่ค่อยได้ใช้คำลื่นไหลแบบร่ายสั้นหรือภาษาไทยจะใช้ว่าร่ายสุภาพตามที่ผมลองแต่งดูข้างบน......หากชาวล้านนาเรารุ่นหลังสนใจก็เป็นสิ่งที่ดีไม่น้อยเลยนะครับอยากให้มีผู้สืบสานตรงส่วนนี้ด้วยเพราะร่ายสั้นนี้ในสมัยก่อนชาวล้านนาเราใช้แบ่งประเภทของเรื่องในใบลานได้ด้วยลองสังเกตุดูในตำนานต่างๆซึ่งเปนเรื่องทางโลกนั้นจะใช้ข้อความสั้นๆที่คล้องจองกันซึ่งบางแห่งใช้ร่ายสั้นหรือร่ายโบราณแต่ง...ตำรายาต่างๆก็จะเปนร่ายสั้นมีคำคล้องจองกันไปมาหรือการบรรยายถึงธรรมชาติสถานที่ก็เช่นกัน....แต่ถ้าเปนคำสอนหรือเรื่องธรรมะจะใช้เปนร่ายยาว....ตอนหลังๆมานี้ค่าวได้รับความนิยมเพราะใช้ในชีวิตปะจำวันมากโดยเฉพาะการแอ่วสาวที่เรียกว่าค่าวใช้...ร่ายจึงมีแต่ในตำรา...หากท่านใดสนใจก็ลองแต่งดูนะครับ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : บ้านายคำเก่ง
2546-01-22 / 02:01:12

ยินดีครับ...ส่วนที่ผมแต่งนี้เรียกว่า ร่าย ไม่ใช่ค่าวหรอกครับเพราะผมแต่งค่าวไม่เป็น.....ร่ายนี้ไม่ค่อยนิยมในล้านนายุคหลังๆเพราะมันหาคำที่สอดรับกันยาก...ให้นึกถึงลายซิ่นลายน้ำไหลของเมืองน่าน...ร่ายก็จะต้องมีคำคำเดียวที่ไหลไปไหลมาเวลาอ่านจะขึ้นๆลงๆแต่ได้ความหมายเช่น.......ลัดกลางพงกลางป่า ลัดกลางนากลางดอน ....มีคำว่าลัดและคำว่ากลางที่คอยไหลไปไหลมาและมีคำว่า...พง...ป่า...ดง..ดอน..ที่มีความหมายใกล้กันอยู่ในบาทเดียวกันหรือใกล้กัน.....ทำให้ผู้อ่านเห็นว่าไม่ได้เดินไปเสียทีเดียวแต่เดินไปเรื่อยในป่ากว้างเหมือนเราเดินในป่าจริงๆจะต้องใช้เวลานานขึ้นนั่นลงนี้....หากเปนค่าวแล้วใช้คำสองคำก็ได้ใจความแล้ว....สำหรับร่ายนี้ชาวล้านนาโบราณนิยมเขียนแต่งเป็นร่ายยาวคือข้อความที่อยู่ในธรรมนั่นเองแต่ก็ไม่ค่อยได้ใช้คำลื่นไหลแบบร่ายสั้นหรือภาษาไทยจะใช้ว่าร่ายสุภาพตามที่ผมลองแต่งดูข้างบน......หากชาวล้านนาเรารุ่นหลังสนใจก็เป็นสิ่งที่ดีไม่น้อยเลยนะครับอยากให้มีผู้สืบสานตรงส่วนนี้ด้วยเพราะร่ายสั้นนี้ในสมัยก่อนชาวล้านนาเราใช้แบ่งประเภทของเรื่องในใบลานได้ด้วยลองสังเกตุดูในตำนานต่างๆซึ่งเปนเรื่องทางโลกนั้นจะใช้ข้อความสั้นๆที่คล้องจองกันซึ่งบางแห่งใช้ร่ายสั้นหรือร่ายโบราณแต่ง...ตำรายาต่างๆก็จะเปนร่ายสั้นมีคำคล้องจองกันไปมาหรือการบรรยายถึงธรรมชาติสถานที่ก็เช่นกัน....แต่ถ้าเปนคำสอนหรือเรื่องธรรมะจะใช้เปนร่ายยาว....ตอนหลังๆมานี้ค่าวได้รับความนิยมเพราะใช้ในชีวิตปะจำวันมากโดยเฉพาะการแอ่วสาวที่เรียกว่าค่าวใช้...ร่ายจึงมีแต่ในตำรา...หากท่านใดสนใจก็ลองแต่งดูนะครับ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : บ้านายคำเก่ง
2546-01-22 / 02:01:12

โยกเอยโยกเยก น้ำท่วมเมก กระต่ายลอยคอ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : นันทวาสี
2546-01-22 / 03:16:21

โยกเอยโยกเยก น้ำท่วมเมก กระต่ายลอยคอ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : นันทวาสี
2546-01-22 / 03:16:21

แมวห๋างงอ กอดคอโยกเยก....เอ๊ย.....บะไจ้.... เอ๊อเฮ๊ย...ว่าจะเขียนมาขอบคุณ คุณบ้านนายคำเก่งอี้นา พอดีแมนต๋า
ไปหั๋นใส่คุณ นันทวาสี เขียนเพลง โยกเยก มา แต่มันบ่จบซักกำ เฮาอ่านแล้ว ก๋ำลังได้อารมณ์พอดี ก่อเลยเขียนต่อฮื้อมัน
จบไปเหี๋ยเน่อ.... ผ๋มบะซอบอะหยั๋งตี้มันค้างคา....ฮิๆๆๆๆๆ

ขอบคุณจ๊าดนักครับ บ้านนายคำเก่ง เก่งสมจื้อดีแท้...... อันตี้เขียนมาฮื้ออ่านตังบนนั้น เขียนเอาคนเดวกาครับ โห๋....
หยั๋งมาเก่งแท้สมจื้อ........กำเดวก่อนึกว่าไปลอกเอามาจากหนังสืออะหยั๋งอี้หว่ะ เออ....กาครับ อันนั้นเปิ้นฮ้องว่า ร่าย
อี้กา ก๊ะห๋ามาฮู้จักนิก๊อย แต่ก่อเกยได้งินเปิ้นซอบอู้กั๋นมาพ่องนา ว่า เวลาตี้จะเล่าเรื่องอะหยั๋งยาวๆ เปิ้นจะบอกว่า
โฮ๊ะ....อันนี้มันต้องร่ายยาวแล้ว อี้ล่อ แต่ ร่าย ห๋องบ้านนายคำเก่งนี้ อ่านม่วนดี มันมีสัมผัสกันไปหลุ๊ดๆ กล่องคอดี
ล่ะก่อจ้างสรรห๋ากำเขียน มาเขียนฮื้อมันได้อรรธรถ(เขียนจะอี้แม่นก่อห๋า)ดี เป๋นก๋านเขียนกำฮื้อซ้ำๆกั๋น เพื่อเป๋นก๋าน ย้ำ
ย้ำฮื้อนึกถึงความฮู้สึกร่วม.....แต้ๆ/

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : กะปุ๊งคำ..ลุ่มน้ำปิง Mangmumthong@thaimail.com
2546-01-22 / 04:31:53

แมวห๋างงอ กอดคอโยกเยก....เอ๊ย.....บะไจ้.... เอ๊อเฮ๊ย...ว่าจะเขียนมาขอบคุณ คุณบ้านนายคำเก่งอี้นา พอดีแมนต๋า
ไปหั๋นใส่คุณ นันทวาสี เขียนเพลง โยกเยก มา แต่มันบ่จบซักกำ เฮาอ่านแล้ว ก๋ำลังได้อารมณ์พอดี ก่อเลยเขียนต่อฮื้อมัน
จบไปเหี๋ยเน่อ.... ผ๋มบะซอบอะหยั๋งตี้มันค้างคา....ฮิๆๆๆๆๆ

ขอบคุณจ๊าดนักครับ บ้านนายคำเก่ง เก่งสมจื้อดีแท้...... อันตี้เขียนมาฮื้ออ่านตังบนนั้น เขียนเอาคนเดวกาครับ โห๋....
หยั๋งมาเก่งแท้สมจื้อ........กำเดวก่อนึกว่าไปลอกเอามาจากหนังสืออะหยั๋งอี้หว่ะ เออ....กาครับ อันนั้นเปิ้นฮ้องว่า ร่าย
อี้กา ก๊ะห๋ามาฮู้จักนิก๊อย แต่ก่อเกยได้งินเปิ้นซอบอู้กั๋นมาพ่องนา ว่า เวลาตี้จะเล่าเรื่องอะหยั๋งยาวๆ เปิ้นจะบอกว่า
โฮ๊ะ....อันนี้มันต้องร่ายยาวแล้ว อี้ล่อ แต่ ร่าย ห๋องบ้านนายคำเก่งนี้ อ่านม่วนดี มันมีสัมผัสกันไปหลุ๊ดๆ กล่องคอดี
ล่ะก่อจ้างสรรห๋ากำเขียน มาเขียนฮื้อมันได้อรรธรถ(เขียนจะอี้แม่นก่อห๋า)ดี เป๋นก๋านเขียนกำฮื้อซ้ำๆกั๋น เพื่อเป๋นก๋าน ย้ำ
ย้ำฮื้อนึกถึงความฮู้สึกร่วม.....แต้ๆ/

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : กะปุ๊งคำ..ลุ่มน้ำปิง Mangmumthong@thaimail.com
2546-01-22 / 04:31:53

ก่อเป๋นตี้น่าเสียดาย ตี้กำแปงเมืองตี้เกยเป๋นป้อมตี้แข็งแกร่งในอดีต จะถูกความเจริญเข้าสวมทับ ยิ่งกำแปงเมืองเจียงใหม่ ตี้จื่อว่า กำแปงดิน ซ้ำฮ้ายเลยเจ้า ในสมัยตะก่อน ข้าเจ้าเข้าใจ๋ว่าเปิ้นสร้างขึ้นมาเพื่อไจ้ปกป้องข้าศึกแลศัตรูกั๋น จาวบ้านจาวช่องตังหลายก่อได้อุ่นใจ๋กับกำแปงนี้กั๋นถ้วนหน้า แต่มาบะเดี่ยวนี้ ถ้าหากเอ่ยจื่อ กำแปงดิน ขึ้นมา เมื่อใด ก่อเป๋นตี้น่าเสียใจ๋ เพราะคนในสมัยบะเดี่ยวทำหื้อ จื่อกำแปงนี้ เป๋นจื่อแห่งก๋านก้าขาย(คน) ไปเหียแล้ว อันนี้ข้าเจ้าก่อมาลักกึดเอาคนเดียวว่า ถ้าหากกำแปงอู้ได้ เปิ้นก่อคงจะ ไห้ ออกมาดัง ๆ เป๋นแน่เลยเจ้า

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : เจ๋วะรัฐถะ
2546-01-23 / 10:58:23

ก่อเป๋นตี้น่าเสียดาย ตี้กำแปงเมืองตี้เกยเป๋นป้อมตี้แข็งแกร่งในอดีต จะถูกความเจริญเข้าสวมทับ ยิ่งกำแปงเมืองเจียงใหม่ ตี้จื่อว่า กำแปงดิน ซ้ำฮ้ายเลยเจ้า ในสมัยตะก่อน ข้าเจ้าเข้าใจ๋ว่าเปิ้นสร้างขึ้นมาเพื่อไจ้ปกป้องข้าศึกแลศัตรูกั๋น จาวบ้านจาวช่องตังหลายก่อได้อุ่นใจ๋กับกำแปงนี้กั๋นถ้วนหน้า แต่มาบะเดี่ยวนี้ ถ้าหากเอ่ยจื่อ กำแปงดิน ขึ้นมา เมื่อใด ก่อเป๋นตี้น่าเสียใจ๋ เพราะคนในสมัยบะเดี่ยวทำหื้อ จื่อกำแปงนี้ เป๋นจื่อแห่งก๋านก้าขาย(คน) ไปเหียแล้ว อันนี้ข้าเจ้าก่อมาลักกึดเอาคนเดียวว่า ถ้าหากกำแปงอู้ได้ เปิ้นก่อคงจะ ไห้ ออกมาดัง ๆ เป๋นแน่เลยเจ้า

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : เจ๋วะรัฐถะ
2546-01-23 / 10:58:23

แม่นล่ะเน๊าะน้อง เจ๋วะฯ ตั๋วก๋ำแปงดิน ตี้เจียงใหม่ฮั้น ตะก่อนอ้ายก่อเกยไป....เอ่อ....ไป......แห่ะๆๆๆๆ...ไปแอ่วครับ
แต่.....อ้ายก่อบ่ได้กึ๊ด และก่อบ่ฮู้ว่า ก๋ำแปงดินตี้จาวบ้านไปบุกรุก ไปขุดฮู หวากเว๊อะหวากเหว๊อะไปเหี๋ยหมดนั้น มันเป๋น
ก๋ำแปงเก่าแก่ เป๋นก๋ำแปงประวัติศาสตร์ ของเมืองเจียงใหม่ ตี้มีก้า ควรจะอนุรักษ์ไว้ ฮื้อเยวชนรุ่นหลังๆได้ดู ได้ศึกษา

ถ้าจะโตษ ก่อน่าจะโตษคนตี้มีหน้าที่ก๋านงาน ดูแลฮับผิดซอบเมืองเจียงใหม่นั้นเหนาะ ตี้บ่ได้ดูแลฮื้อมันดีๆ ปล่อยปะละ
เลย ฮื้อจาวบ้านไปขุด ไปพังเหี๋ยหมดเสี้ยง แถมบะปอ ยังไปตั้งบ้าน ก๊าสาว ขึ้นแห๋ม เป๋นแหล่งตี้ขึ้นจื้อ ลือชาเมื่อ
สามสิบถึงสี่สิบปี๋มาแล้ว ใผ๋ไปแอ่วเจียงใหม่ ถ้าบ่ได้ไปก๋ำแปงดิน เปิ้นว่า ไปบ่ถึง พอดี....อ้ายก่อเป๋นคนสันป่าตอง
เข้ามาแอ่วในเจียงใหม่ ก่อเลย.....ก่อเลย.....ไปถึง....กับเปิ้นเหมือนกั๋นครับ....สารภาพครับ/ อิ๊ๆๆ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : กะปุ๊งคำ..ลุ่มน้ำปิง Mangmumthong@thaimail.com
2546-01-23 / 05:23:06

แม่นล่ะเน๊าะน้อง เจ๋วะฯ ตั๋วก๋ำแปงดิน ตี้เจียงใหม่ฮั้น ตะก่อนอ้ายก่อเกยไป....เอ่อ....ไป......แห่ะๆๆๆๆ...ไปแอ่วครับ
แต่.....อ้ายก่อบ่ได้กึ๊ด และก่อบ่ฮู้ว่า ก๋ำแปงดินตี้จาวบ้านไปบุกรุก ไปขุดฮู หวากเว๊อะหวากเหว๊อะไปเหี๋ยหมดนั้น มันเป๋น
ก๋ำแปงเก่าแก่ เป๋นก๋ำแปงประวัติศาสตร์ ของเมืองเจียงใหม่ ตี้มีก้า ควรจะอนุรักษ์ไว้ ฮื้อเยวชนรุ่นหลังๆได้ดู ได้ศึกษา

ถ้าจะโตษ ก่อน่าจะโตษคนตี้มีหน้าที่ก๋านงาน ดูแลฮับผิดซอบเมืองเจียงใหม่นั้นเหนาะ ตี้บ่ได้ดูแลฮื้อมันดีๆ ปล่อยปะละ
เลย ฮื้อจาวบ้านไปขุด ไปพังเหี๋ยหมดเสี้ยง แถมบะปอ ยังไปตั้งบ้าน ก๊าสาว ขึ้นแห๋ม เป๋นแหล่งตี้ขึ้นจื้อ ลือชาเมื่อ
สามสิบถึงสี่สิบปี๋มาแล้ว ใผ๋ไปแอ่วเจียงใหม่ ถ้าบ่ได้ไปก๋ำแปงดิน เปิ้นว่า ไปบ่ถึง พอดี....อ้ายก่อเป๋นคนสันป่าตอง
เข้ามาแอ่วในเจียงใหม่ ก่อเลย.....ก่อเลย.....ไปถึง....กับเปิ้นเหมือนกั๋นครับ....สารภาพครับ/ อิ๊ๆๆ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : กะปุ๊งคำ..ลุ่มน้ำปิง Mangmumthong@thaimail.com
2546-01-23 / 05:23:06

อันนี้มันก่อต๋ามก๋าลเวลาหนะเจ้า น้ากะปุ๊งคำ แต่ว่าก่ออย่างตี้น้าว่ามาอั้นหนะเจ้าคือจะไปโตดจาวบ้านฝ่ายเดียวมันก่อบ่อถูก ขนาดตังราชก๋านเปิ้นยังยะหยังบ่อได้ แล้วจาวบ้านต๋าดำ ๆ เปิ้นจะไปยะจะไดได้หละน้อเจ้า เอ้อ......เป๋นดีอินดูล้ำ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : เจ๋วะรัฐถะ
2546-01-24 / 04:57:48

อันนี้มันก่อต๋ามก๋าลเวลาหนะเจ้า น้ากะปุ๊งคำ แต่ว่าก่ออย่างตี้น้าว่ามาอั้นหนะเจ้าคือจะไปโตดจาวบ้านฝ่ายเดียวมันก่อบ่อถูก ขนาดตังราชก๋านเปิ้นยังยะหยังบ่อได้ แล้วจาวบ้านต๋าดำ ๆ เปิ้นจะไปยะจะไดได้หละน้อเจ้า เอ้อ......เป๋นดีอินดูล้ำ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : เจ๋วะรัฐถะ
2546-01-24 / 04:57:48

ขอเปิ่งบุญหน้อยได้ก่อเจ้า ตอนนี้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่านกำลังจะทำหนังสือกำแปงเมืองน่าน จะขออนุญาตเอาฮูปของคุณต๋าเหินลงในหนังสือโตยได้ก่อเจ้า แล้วถ้ามีข้อมูลเชิงลึกจะขอรบกวนคุณต๋าเหินโตยเน้อเจ้า วันที่ 21 -22 ต.ค.นี้มีแข่งเฮือ กับเปิดปีท่องเที่ยวน่านมาแอ่วเน้อเจ้า
รบกวนตอบคำถามโตย
ขอบคุณเจ้า
อ้อย

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : อภิญญตา ทนะขว้าง apinyata@hotmail.com
2549-10-19 / 01:51:10

จะขออนุญาตคุณ ต๋าเหิน นำภาพ แจ่งหัวลินไปประกอบข้อมูลในการนำเสนอคอลัมน์ เรื่อง สถานที่สำคัญในอดีของเชียงใหม่ รบกวนช่วยตอบหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ดนยา อายุรพงศ์ kangaom@hotmail.com
2550-06-13 / 01:26:16

ภาพนี้เป็นภาพกำแพงเมืองสุรินทร์ในยุคที่ ชาวกูย(ส่วย) ปกครองอยู่โดยมี เจ้าเชียงปุมปกครองไพรฟ้าในเมืองสุรินทร์

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ล้านช้าง
2551-08-25 / 09:40:19

มาเยี่ยมชมเรามีภาพเก่าๆเหมือนกันว่างๆเราจะร่วมเสนอด้วยอีกคน

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : มหาจำเริญ 26free.style@gmail.com
2551-10-13 / 06:52:18




มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
*
อีเมล์ :
ใส่ภาพ :

(.jpg / .gif ) ไม่ เกิน 80Kb
รายละเอียด : *
กรอก รหัสตามข้อมูลที่เห็น     




Web site ดี ๆ ของคนล้านนา Lannaworld.com