กระทู้ถาม-ตอบ ล้านนา
ตั้งกระทู้ใหม่

เว็บไซต์แนะนำ : Thailand Travel | Thailand Hotels | Thailand Golf Holidays


ไผ๋เป๋นคนเมืองงอบ(ทุ่งช้าง)พ่อง


อยากทราบว่ามีคนเมืองงอบมาแอ่วเว็บนี้พ่องก่อ ถ้ามีก็โหวดชื่อเสียงมาเนอ เฮามาแลกเปลี่ยนความฮู้กั๋น อาทิ เช่น เมืองงอบเมืองลื้อ จะได้ฮู้ว่าลื้อเหมินกั๋น ฮิฮิ!!! เจริญพร .. พระดำรงเกียรติ คำรังษี ( ตุ๊บู๊) วัดศรีดอนชัย ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน 55130

   ตั้งกระทู้โดย : ตุ๊เจ้าบู๊ , 2547-08-03 / 03:01:00    IP : 202.129.35.19


สะหลีสวัสดีตุ๊เจ้าพระนาย ปี่น้องจาวหมู่ อันจะหาหมู่ลื้อนั้นบ่ยาก แต่กันว่าจะหาลื้อเมืองงอบตี่เข้ามากอยในโลกล้านนาท่าจะมีน้อย ตั๋วข้าม่อนน้อยนี้ก็มีเลือดลื้อเจียงคำ(เมืองหย่วน)อยู่กึ่งตั๋ว เมืองน่านแถมเสี้ยว เจ๊กแถมน้อย แต่หัวใจ๋เป๋นลื้อสุดเจ่น อันตั๋วผู้ข้ากราบขอถามตุ๊เจ้าเรื่องประวัติลื้อเมืองงอบจิ่มได้ก่อ ใคร่ฮู้ เผื่อว่าวันหน้ามีงานสืบสานต๋ำนานไตลื้อแหม จะได้ปะกั๋นได้ถูกฮีตฮอย ขอต่านจ่วยเติ่มผญาหื้อแด่เต๊อะ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : น้อยสรี     IP: 203.170.157.49
2547-08-03 / 08:56:29

ยินดี้คับ ตุ๊เจ้าปี้ อันว่าตั๋ว ผม บะได้อยู่เมืองงอบ แต่อยู่เมืองยม เป็นลื้อเต๋มตั๋ว ประวัติยาวนาน เล่าขาน จากเมืองเจียงลาบ ขอบสิบสองปันนาตะวันตก อพยพมาอยู่เมืองยม ท่าวังผา



หลวงจีนเสี่ยวัฒน์

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : หลวงจีนน้อย tsh_bkk@hotmail.com    IP: 203.146.251.150
2547-08-04 / 12:44:32

ผมเป็นลื้อมาจากเมืองล้า(บรรพบุรุษ) แม่อยู่บ้านต้นฮ่าง อ.ท่าวังผา ซึ่งแยกออกมาจากบ้านหนองบัว แต่ออกจากบ้านมาตั้งแต่ปี 2534 จนป่านนี้เพิ่งได้กลับไปอยู่น่านอีกครั้ง ได้ผ่านไปทุ่งช้างบ่อยครับ แต่ยังไม่มีโอกาสตระเวณเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : FoxDev     IP: 203.150.217.27
2547-08-06 / 04:44:17

มีคนถามก็จะบอกพอสังเขป เมืองงอบนั้นอยู่ห่างจากเมืองน่าน 90 ก.ม. มีประชากร 5 พันกว่าคน เป็นคนลื้อ 99 เปอร์เซ็นต์ คนเฒ่าคนแก่เปิ้นว่ามาจากเมืองยู้ แต่ตามตี้ตุ๊ได้ศึกษามาก็อพยพมาเมื่อประมาณ พ.ศ. 2356 โดยมีครูบาอินต๊ะวิไชยเป็นผู้นำ มีวัดชื่อว่าวัดศรีดอนชัย(งอบ ) มีเก๊าสรี๋โหล๋งอยู่หน้าวัด ไผ๋ก๋ายผ่านก้อเจิญแวะผ่อเหียกำเนอ สาวเมืองงอบงามอะหละหน่า...( ผิดศีลเหียละ) ช่วงวันที่13-15 เมษายน ของทุกปีจะมีงานสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทลื้อจัดตี้วัดเนอ.....ขอเจริญพรเต่าอี้ก่อน วันหน้าวันต๋าจะเอาข้อมูลมาเปาะแห๋ม เพราะตู๊เจ้าหัววัดฮ้องไปเยี๊ยะก๋านกวาดใบสรี๋ก๋างโข่งวัด

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ตุ๊เจ้าบู๊     IP: 202.129.35.19
2547-08-09 / 10:05:07

ประวัติแถมท้าย.....

ประวัติตำบลงอบ

ประวัติความเป็นมา :ตำบลงอบ ชนเผ่าไทลื้อ ย้ายถิ่นฐานมาจากแคว้นสิบสองปันนา มณฑลยูนาน ประเทศจีน ได้มาตั้งรกรากอยู่ที่ลำน้ำงอบ จึงได้ชื่อว่าบ้านงอบ ตำบลงอบ มีชนเผ่า จำนวน 3 เผ่า ไทลื้อ ขมุ ม้ง ในเดือนเมษายน ของทุกปี เผ่าไทลื้อจะดำเนินการสืบสานวัฒนธรรมไทลื้อและการเลี้ยงผีเมือง
สภาพทั่วไปของตำบล :ตำบลงอบ สภาพหมู่บ้านอยู่บนพื้นราบระหว่างหุบเขามีแม่น้ำไหลผ่าน ราษฎรอาศัยหุบเขาปลูกส้มเขียวหวาน เงาะ มะม่วง ข้าวโพด ฯลฯ
อาณาเขตตำบล :ทิศเหนือ ติดต่อกับ ต. ปอน อ. ทุ่งช้าง จ. น่าน ทิศใต้ ติดต่อกับ ต. และ อ. ทุ่งช้าง จ. น่าน ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ต. ขุนน่าน อ. บ่อเกลือ จ. น่าน ทิศตะวันตก ติดต่อกับแขวงไชยบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
จำนวนประชากรของตำบล :จำนวนประชากรทั้งสิ้น 5,341 คน เป็นชาย 2,713 คน เป็นหญิง 2,628 คน( ข้อมูล ปี 2546 )
ข้อมูลอาชีพของตำบล :อาชีพหลัก ทำสวน/ ทำไร่ อาชีพเสริม ทอผ้าลายน้ำไหล
ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล :1) สุสานหอยดอยภูแว 2) ถ้ำผาผึ้ง 3) ประเพณีสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทลื้อ 4) องค์การบริหารส่วนตำบลงอบ 5) ต้นชมพูภูคาบ้านมณีพฤกษ์ 2 6) ถ้ำผาแดงประวัติศาสตร์ 7) สถานีตำรวจภูธรงอบ 8) ทุ่งดอกท้อ 9) ถ้ำค้างคาว 10) ถ้ำหอหญิงหอชาย 11)หน่วยจัดการต้นน้ำงอบ 12) วัดศรีดอนชัย(งอบ) พระอธิการอุดม อาสโภ จร.,วัดทุ่งสุน พระคำปัน ปิยธมฺโม จร.
เส้นทางการคมนาคม การเดินทางเข้าสู่ตำบล :การเดินทางสู่ตำบลงอบ มีถนนลาดยางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1080 สายน่าน - ทุ่งช้าง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดน่าน ประมาณ 100 กิโลเมตร มีรถยนต์ประจำทางวิ่งผ่านตลอดฤดูกาล
สภาพพื้นที่และระบบสาธารณูปโภค- มีไฟฟ้าใช้ครบทุกหมู่บ้าน จำนวน 11 หมู่บ้าน – มีน้ำประปาภูเขาใช้ทุกหมู่บ้านโทรศัพท์ตู้สาธารณะจำนวน7 แห่ง
รายละเอียดสมาชิกองค์การ
ข้อมูลชุมชนและกลุ่มประชาชนของตำบล
กลุ่มสตรีทอผ้าบ้านทุ่งสุน สถานที่ตั้ง : 27 หมู่ 4 บ้านทุ่งสุน ตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน 55130 ผู้นำชุมชนและกลุ่ม : นางสาวศรีวลัย คำรังษี (ครูภูมิปัญญาท้องถิ่น ) โทร :01 9380061, 09 5215029 e-mail : cddnan@thaimail.com <mailto:cddnan@thaimail.com> รายการผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจผ้าทอลายน้ำไหล
ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวของตำบลแหล่งท่องเที่ยวของตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน
ธรรมชาติ
ถ้ำประวัติศาสตร์ผาแดง เป็นถ้ำที่อาศัยและหลบภัยของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยสมัยเมื่อครั้งอยู่ในป่า
ต้นชมพูภูคา มีต้นชมพูภูคาอยู่ที่บ้านมณีพฤกษ์ 2 เป็นขนาดใหญ่ จำนวน 3 ต้น
สุสานหอยดอยภูแว อยู่บ้านมณีพฤกษ์ มีหอยถับถมอยู่นานเป็นจำนวนมาก และชมทิวทัศน์ ยอดดอยภูแวที่สวยงาม
ด้านวัฒนธรรม ประเพณี
งานสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทลื้อ มีการจัดงานในวันพญาวันของทุกปี( 15 เมษายน )
ข้อมูลมาจาก www.thaitambol.com
ต่อจากนี้ไปจะเป็นข้อมูลของไทลื้อ กรณีศึกษาเฉพาะเมืองงอบตามเอกสารหลักฐานที่ได้ค้นคว้าจากคัมภีร์ใบลาน รวมทั้งสอบถามจากผู้สูงอายุในชุมชนบ้านงอบ
คำว่า งอบ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ๒๕๒๕ ได้ให้ความหมายไว้ว่า “ เครื่องสวมศรีษะกันแดดกันฝน สานด้วยไม้ไผ่ กรุด้วยใบลาน รูปคล้ายกระจาดคว่ำ มีรังสำหรับสวมศรีษะใช้อย่างหมวก..” ส่วนคำว่าบ้านงอบมิทราบว่าผู้ใดตั้ง ( แต่ได้ปรากฏในคัมภีร์ใบลานที่เก่าแก่ว่า “ จุลศักราช ๑๑๘๕ ตั๋วปีก่าเม็ด ได้สร้างธรรมมิลินทปัญหา ค้ำจูศาสนาพระโคดมเจ้า ถราบ ๕,๐๐๐พระวสา อินต๊ะวิไชยรัสสะภิกขุ ลิขิตปางเมื่ออยู่เมตตาวัดศรีดอนไชยนาล้อมแก้วกว้าง….” ตรงกับปีพุทธศักราช ๒๓๖๖ หรือในธรรมเรื่องสมณจิตตสูตร ผูก ๖ ก็ปรากฏคำว่าเมืองงอบแล้ว“ ศักราชได้ ๑๑๙๘ ( พ.ศ. ๒๓๗๙,ผู้รวบรวม ) ตั๋วปีรวายสัน เดือน ๑๐ แรม ๑๑ ค่ำ พร่ำว่าได้วัน ๔ ไทเปิกสัน ยามตูดซ้ายกี้แล อภิยภิกขุ ลิขิตตสร้างไว้โชฐก วรพุทธศาสนาพระโคดมเจ้าว่าถราบ ๕๐๐๐ พระวสาแต๊ดีหลี ด้วยเตจ๊ะผลานิสงส์อันข้าได้เขียนธัมม์สูตรตัง ๖ ผูกนี้ ขอจุ่งเปนผะจั๋ยค้ำจูหื้อปันได้หว่ายรอดจอดเถิงเนรปานแต๊ดีหลีแด่เต๊อะ : ลิขิตตะป๋างเมื่ออยู่ปฏิบัติกับด้วยอาจาริยะตนจื่อว่า อินต๊ะวิไชย อยู่เมตตาวัดศรีดอนชัยนาล้อมกลางท่ง เมิงงอบในวันนั้นแล….ฯ ฉะนั้น ถ้าเราจะนับเวลาจากหลักฐาน จนกระทั่งถึงปัจจุบันก็ได้ ๑๘๑ ปี นานมิใช่น้อย ทำให้สันนิษฐานว่าคงมีมาก่อนไทลื้อจะอพยพมาแล้วหรือจะเอามาแต่เมืองเก่าในสิบสองปันนา ผู้สูงอายุในชุมชนบ้านงอบได้ให้ความเห็นว่าอาจแผลงมาจาก คำว่า “ ง่อม .” ที่หมายถึง เงียบเหงาเพราะสมัยก่อนคนยังอาศัยอยู่น้อย ต่อมาเริ่มมีคนมากขึ้นเลยไม่เหมือนในอดีต จึงเปลี่ยนเป็นบ้านงอบ อีกประเด็นหนึ่งอาจเกิดจากการวิวัฒนาการของภาษา ดูง่ายๆคือภาษาอังกฤษว่า Ngop ฝรั่งจะออกเสียงว่า “ งอพ “ ที่ถูกต้องจะเขียนว่า Ngob
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านงอบให้ความนับถือนอกจากพระพุทธศาสนาแล้ว ก็มี ท้าวผจ๋า พญาจุมปู, เจ้าหมื่นจิ้น( เจ้าพ่อบ้านอิง ) ศาลตั้งอยู่ด้านล่าง สภต.งอบ สาเหตุที่มีชื่อนี้เพราะมีคนเอาหัวหมูไปถวายบ่อย , เจ้าเมืองยู้ ,เจ้าพ่อข้อมือเหล็ก โดยจะมีศาลผีเมืองที่อ่างเก็บน้ำงอบจะมีการเลี้ยงทุกปี
ด้านการปกครอง
๑. พระยาพรมสาร ดำรงตำแหน่ง ปี ๒๔๒๐ - ๒๔๓๙
๒. แสนหลวงไชยมงคล ดำรงตำแหน่ง ปี ๒๔๓๙ -๒๔๕๕
๓. แสนยาวิราช ดำรงตำแหน่ง ปี ๒๔๕๕ - ๒๔๗๕ ( ขุนงอบ อินทะรังษี )
๔. กำนันวงศ์ คำรังษี ดำรงตำแหน่ง ปี ๒๔๗๕ - ๒๔๘๘
๕. กำนันศรีมูล พะยอม ดำรงตำแหน่ง ปี ๒๔๘๘ - ๒๔๘๙, ช่วงนี้รวมกับ ตำบลปอน
๖. กำนันวงศ์ คำรังษี ดำรงตำแหน่ง ปี ๒๔๘๙ - ๒๕๐๐
๗. กำนันวงศ์ งามธุระ ดำรงตำแหน่ง ปี ๒๕๐๐- ๒๕๐๑
๘. กำนันจันทร์ติ๊บ ร่อนทอง ดำรงตำแหน่ง ปี ๒๕๐๑ - ๒๕๑๔
๙. กำนันธรรมสอน อินยา ดำรงตำแหน่ง ปี ๒๕๑๔ - ๒๕๑๕
๑๐. กำนันบุญสวย อินทะรังษี ดำรงตำแหน่ง ปี ๒๕๑๕ - ๒๕๒๔
๑๑. กำนันประเสริฐ อินทะรังษี ดำรงตำแหน่ง ปี ๒๕๒๔ - ๒๕๒๕
๑๒. กำนันสัมพันธ์ ร่อนทอง ดำรงตำแหน่ง ปี ๒๕๒๕ - ๒๕๒๖
๑๓. กำนันสม เทพจันตา ดำรงตำแหน่ง ปี ๒๕๒๖ - ปัจจุบัน
คำขวัญ
ผ้าลายน้ำไหลเลื่องชื่อ วัฒนธรรมไทลื้อจากยูนนาน
รสแสนหวานส้มสีทอง สวยผุดผ่องสาวเมืองงอบ

ประวัติวัดศรีดอนชัย ( งอบ )
รวบรวมโดย…ธีรวํโสภิกขุ...ตุ๊เจ้าบู๊( ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ )
ตั้งอยู่เลขที่ ๑๐๙ บ้านงอบใต้ร่มโพธิ์ทอง หมู่ที่ ๑ ตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๔ ไร่ ๑ งาน ๘๕ ตารางวา น.ส. ๓ เลขที่ ๖๓๗ ต่อมามีการขยายเนื้อที่เพิ่มเติม ทางทิศเหนือ
อาณาเขต
ทิศเหนือ ๒ เส้น ๑๑ วา ๓ ศอก ติดที่ดินนายอิน,นางบัวตอง,นายบรวงษ์
ทิศใต้ ๒ เส้น ๑๐ วา ติดที่ดินนายอิน , ลำน้ำงอบ
ทิศตะวันออก ๒ เส้น ๑๖ วา ๑ ศอก ติดลำน้ำเหมือง , ที่ดินนายยารังษี อินทะรังษี
ทิศตะวันตก ๑ เส้น ๘ วา ๒ ศอก ติดที่ดินนายสัมพันธ์ ร่อนทอง
อาคารเสนาสนะ
- พระอุโบสถ กว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๒ เมตร เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ ทำการฉลองเมื่อ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘ โดยเสี่ยปัญญาและศรัทธาชาวตำบลงอบ ในขณะนั้นท่านพระครูสุวรรณธุตคุณ ( เขียนทอง ติสฺสปัญฺโญ ) ก็ได้มรณภาพในวันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงจนต้องตัดขาทั้ง ๒ ข้าง
ภายในมีพระประธาน โลหะสำริด หล่อแบบทั้งองค์ไม่มีการต่อ ปางสมาธิ นามว่า “ พระพุทธวิถีนายก “ หน้าตักกว้าง ๓๑ นิ้ว สูง ๕๔ นิ้ว กว้าง ๔๑.๕ นิ้วและพระสาวก ๒ รูป ถวายโดยศรัทธาวัดกลางบางแก้ว อำเภอนครไชยศรี จังหวัดนครปฐม วัดนี้มีอดีตเจ้าอาวาสเป็นพระเกจิ คือ หลวงปู่บุญ ถวายเมื่อคราวฉลองพระอุโบสถ์ ภายในมีพระพุทธรูปที่ขึ้นทะเบียนไว้อีกหลายองค์
- พระวิหาร กว้าง ๙ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ สมัยพ่อกำนันบุญสวย อินทะรังษีเป็นกำนัน พระประธานในวิหารเป็นปางมารวิชัย แบบปูนปั้นมาแต่โบราณ หน้าตักกว้าง ๙๑ นิ้ว สูง ๑๗๙ นิ้ว ฐาน ๑๑๔ นิ้ว สร้างเมื่อใดไม่ปรากฏ มีการลงลักปิดทองมาแต่โบราณ บูรณะซ่อมแซมสมัยท่านพระครูเขียนทองโดยนายช่างอาคม อินทะรังษี เพราะแขน( พระเพลา )ชำรุด ดังนั้นเมื่อพิจารณาแล้วจะพบว่ารูปลักษณะเปลี่ยนไปจากองค์เดิมแต่ก็สวยงามไปอีกแบบ เดิมใบหูเป็นไม้ซ้อ ศิลปะวิหารเป็นแบบล้านนาไทย ด้านข้างมีเครื่องสูงมีมาแต่โบราณตามประเพณีไทลื้อ ธรรมมาสสร้างโดยพ่อหลวงบรวงษ์ อินทะรังษีและพ่อเจริญ งามธุระ
วัดศรีดอนชัย งอบ สร้างเมื่อปีพุทธศักราช ๒๒๔๙ ผู้สร้างไม่ทราบแน่ชัด รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันพุธที่ ๑๓ เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๗๘ ปีกุน สัปตศก ประกอบพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๒ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐ ( เอกสารของท่านพระครูเขียนทองกล่าวว่า สร้างวัดเมื่อ ๑๖ มกราคม ๒๒๔๕ เป็นวัดโดยสมบูรณ์เมื่อ ๑๕ มีนาคม ๒๒๔๙ )
ภายในวัดมีต้นศรีมหาโพธิ์ อันเปรียบเสมือนเสาใจบ้านของชาวไทลื้อบ้านงอบ ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้านสังเกตโดยอยู่บนที่สูงมองลงมาจะเห็นได้ชัดเจน เป็นสิ่งที่บ่งบอกอายุของวัดได้เป็นอย่างดี เพราะเสนาสนะอื่นมักเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา อนึ่งในการตั้งหมู่บ้านในสมัยก่อนจะมีการตั้งเสาใจบ้านไว้กลางหมู่บ้าน โดยจะนำหลักไม้มาปักไว้พร้อมทั้งปลูกต้นโพธิ์ให้เติบโตคลุมเสานั้นไว้
กุฏิสงฆ์ ๒ หลัง คือ กุฏิศรีสุวรรณราษฎร์ ฉลองเมื่อ ๓๑ ธ.ค. ๒๕๔๓ - ๒ มกราคม ๒๕๔๔และกุฏิข้างอุโบสถ ห้องน้ำ ๑ หลัง
หอระฆังสร้างเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๗ และหอประชุม อปต.,กำแพง
ในสมัยที่ผู้รวบรวมยังเป็นเด็กวัดนั้นได้เกิดอัคคีภัยไหม้กุฏิใหญ่เมื่อ วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๓๙ เวลาตี ๒ กับอีก ๔๕ นาที ไฟเกือบจะไหม้วิหารกับกุฏิเจ้าอาวาสแต่ดับไว้ทันแต่อุโบสถไม่เป็นไรน่าอัศจรรย์
ที่มาของนามวัดศรีดอนชัย (งอบ )
นามวัดศรีดอนชัยนี้ปรากฏในธรรมใบลานเก่าแก่ต่าง ๆ ดังมีหลักฐานในคัมภีร์
ธรรมมิลินทปัญหา ผูก ว่า “ ( จุล )ศักราช ๑๑๘๕ ( พ.ศ. ๒๓๖๖ ,ผู้รวบรวม) ปีก่าเม็ดได้สร้างธรรมมิลินทปัญหา ค้ำจูพุทธศาสนาพระโคดมเจ้า ถราบ ๕,๐๐ พระวสา อินต๊ะวิชัยรัสสะภิกขุลิขิต หตฺถกมฺมกรณ อตโน โชฐก วรจินะพุทธศาสนา นิพฺพานํ ปจฺจโย โหตุ เม นิจฺจํ ธุวํ ดังนี้ฯ แล้วยามกองงาย “ และในธรรมหิมพานต์ ฉบับป่าเจ้าศรีวิชัย “ จุลศักราชได้ ๑๒๑๕ ตัวปีก่าเป้า เดือนก็เดือน ๔ ออก ๑๓ ค่ำ พร่ำว่าได้วัน ๒ ไทรวายเส็ด ยามกองงายแก่จะดาไกแถมแล้ว บริบูรณ์แล้วยามวันนั้นแล นิพฺพานํ ปจฺจโย โหตุ เม นิจฺจํ ธุวํ จิ่งแล จื่อว่าไว้ตังตัวบ่ดีบ่งามก่อนเนอ นามปัญญัติแห่งข้าชื่อว่า อภิยภิกขุ ลิขิตด้วยตนเองเดียวบ่มีไผ๋สุนสักตัวแล มันหากบ่เสมอ ย้อนว่าใจบ่ตั้งสักคาบแล , อภิยอันลุกเมิงเลมมาอยู่วัดเหนือแล้วแลคล้าย(เปลี่ยน ) มาอยู่เมตตาวัดศรีดอนไจ ( ชัย ) กลางวงท่งหลวงเมิงงอบวันนั้นแลฯ ( ตรงกับปี พ.ศ. ๒๓๙๖ ผู้รวบรวม )
ในธรรมสมณจิตตสูตร ผูก ๖ “ ศักราชได้ ๑๑๙๘ ( พ.ศ. ๒๓๗๙,ผู้รวบรวม ) ตั๋วปีรวายสัน เดือน ๑๐ แรม ๑๑ ค่ำ พร่ำว่าได้วัน ๔ ไทเปิกสัน ยามตูดซ้ายกี้แล อภิยภิกขุ ลิขิตตสร้างไว้โชฐก วรพุทธศาสนาพระโคดมเจ้าว่าถราบ ๕๐๐๐ พระวสาแต๊ดีหลี ด้วยเตจ๊ะผลานิสงส์อันข้าได้เขียนธัมม์สูตรตัง ๖ ผูกนี้ ขอจุ่งเปนผะจั๋ยค้ำจูหื้อปันได้หว่ายรอดจอดเถิงเนรปานแต๊ดีหลีแด่เต๊อะ : ลิขิตตะป๋างเมื่ออยู่ปฏิบัติกับด้วยอาจาริยะตนจื่อว่า อินต๊ะวิไชย อยู่เมตตาวัดศรีดอนชัยนาล้อมกลางท่ง เมิงงอบในวันนั้นแล….ฯ
อนึ่ง ศรี มาจาก ต้นศรีมหาโพธิ์ , ดอนชัย มาจาก ลักษณะวัดเป็นที่ดอนมีชัยภูมิที่เป็นมงคล สมัยก่อนวัดงอบจะอยู่กลางทุ่งนาไปมาก็ไม่สะดวกเช่นปัจจุบันตามเอกสารอ้างอิงข้างต้น
นอกจากนี้มีเจดีย์ ศิลปะเวียงโกศัย ครูบามานพ ติกฺขวีโร วัดพระธาตุหนองจันทร์ เมืองลอง จังหวัดแพร่เป็นประธานก่อสร้าง วางศิลาฤกษ์เมื่อ ๑ มีนาคม ๒๕๔๖ และยกฉัตรเมื่อ ๑ เมษายน ๒๕๔๖

รายนามเจ้าอาวาสวัดศรีดอนชัย ( งอบ )
๑. พระครูบาอินต๊ะวิไชย ( ประมาณตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๖๖ ) เล่าว่าท่านหูทิพย์ ตาทิพย์ เมื่อมรณภาพแล้วปลงศพที่บริเวณบ้านนายอิ่น นางเรือนแก้ว ม. ๑๐
๒. พระครูบาทนัญไชย ( ประมาณ พ.ศ. ๒๔๐๗ จารึกฐานพระไม้ในอุโบสถ) เป็นลูกศิษย์ครูบาอินฯ เมื่อมรณภาพปลงศพที่ริมน้ำงอบใต้ บริเวณบ้านนายสม นางคำแปง , นายค๊ะ นางใส ม. ๑๐
๓. พระอินต๊ะ คำรังษี
๔. พระอุปาละ คำรังษี
๕. พระเทพ เทพจันตา
๖. พระศรีนวล อินทะรังษี
๗. พระธรรมขัน อินทะรังษี
๘. พระจันต๊ะ อินทะรังษี ( อดีตพ่ออาจารย์วัด )
๙. พระสมบูรณ์ อินทะรังษี
๑๐. พระอินสวรรค์ อินทะรังษี
๑๑. พระอินต๊ะจักร
๑๒. พระอิทธิ มาจากเมืองปอน พ.ศ. ๒๔๕๕ - ๒๔๖๕
๑๓. พระพรมจักร อินทะรังษี พ.ศ. ๒๔๖๖ - ๒๔๗๖ ( อดีตพ่ออาจารย์วัด )
๑๔. พระคันธวงศ์ คำรังษี พ.ศ. ๒๔๗๗ - ๒๔๘๐
๑๕. พระบุญเหลื่อม จารุวณฺโณ พ.ศ. ๒๔๘๑ - ๒๔๘๓
๑๖. พระอภิยศ สิริวณฺโณ เชียงฮ่อน สปป.ลาว พ.ศ.๒๔๘๔ - ๒๔๘๘
๑๗. พระสนอม อินทวํโส ( อินทะรังษี ) พ.ศ. ๒๔๘๙ - ๒๔๙๐ อดีตพ่ออาจารย์วัด
๑๘. พระครูสุวรรณธุตคุณ ( เขียนทอง ติสฺสปัญฺโญ ) พ.ศ.๒๔๙๑ - ๒๖ ม.ค. ๒๕๓๘
๑๙. พระอธิการอุดม อาสโภ ( แหวนคำ) พ.ศ. ๒๕๔๕ - ปัจจุบัน




 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ตุ๊เจ้าบู๊     IP: 202.129.35.19
2547-08-10 / 01:05:02

สวัสดี ตุ๊เจ้าบู๊ผมอยู่ จ.เชียงใหม่ เรียนที่ มจร.วิทยาเขตเชียงใหม่เน้อ มีอะไรก้อโทรมาเน้อ 06-1160196 หรือ 06-6594946

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ตุ๊เจ้าแจ๊ค ม.3วัดราษฏร์ฯรุ่นปี2543 (ปิยะพงษ์ สุวรรณ์) ok_sakura999@yahoo.com    IP: 58.147.35.76
2548-08-13 / 08:27:56

ตุ๊บู้ ลื้อเหมือนกันบ้านใก้ลเรือนเคียง ถ้าว่างจะไปสนทนาธรรมต๋วยเน้อ
แล้วเตรียมข้าวต้ม ข้าวหนมเหนียบไว้

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : หนานทูล แช่ลื้อ     IP: 203.151.140.117
2548-08-21 / 01:14:44

มีข้อมูลแหมจาดหลาย เรืองอาหารของไทยลื้อ ถ้าขั๋ยได้ก็ติดต่อมาเนอ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : อาจ๋านศรีแพร ลื้อบ้านงอบ jumpee_in@hotmail.com    IP: 203.158.118.15
2548-10-06 / 10:22:07


มีข้อมูลแหมจาดหลาย เรื่องอาหารของไทยลื้อ ถ้าขั๋ยได้ก็ติดต่อมาเนอ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : อาจ๋านศรีแพร ลื้อบ้านงอบ sriprea_in@hotmail.com    IP: 203.151.140.119
2548-10-14 / 08:51:39

ไหว้สา ครูบาอาจารย์ ครูบาท้าว(คัมภีรปัญญา) ครูบาก๋ง ครูบาซ้อ ครูบาสม ครูบาไฮ ครูบาปัญญา ครูบาดอนตัน ครูบาตังหลาย ผมตุ๊เจ้าน้อย กราบไหว้สา ครูบาน่านเจ้า ผมอยู่วัดเฟือยลุง เมิองและ ติสสะหนเหนือวรนครปัว เหนือเมืองนันตะบุรีสะรี๋เวียงน่าน
กิจจะอันใด มีในเมืองและแต้จา ขอไขบอกมาจิ่งฮู้ เจ๊า ขวาย งาย ตอน บ่าย แลง เย็น ค่ำ เดิ๊ก แจ้ง หื้อแถ้งปะวัตติบอกกล่าว วันตก วันออก เหนือ ใต้ ใกล้ไกล สันใด บอกจี้ขียา เจ้าข้าตังหลายแต้เนอ
ปัญญาวรภิกขุ "ตุ๊เจ้าปัญญา"
ลูกศิษย์ลูกหาครูบาเจ้าจันต๊ะรังษี วัดกู่เต้าเวฬุวนาราม เหนือเวียงเจียงใหม่
ครูบาจันต๊ะรังษี ตั้งจื่อใหม่ว่า ตุ๊เจ้าปัญญาเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกยน 2548 (วันจอบแรกครูบาศรีวิชัยเบิกตางตี๋นดอยสุเตพ วัดศรีโสดา)
ตอนนี้อาสะหรัย อยู่วัดเกษแก้วจุฬามณีสะรี๋มหาธาตุเจ้า(วัดเกตการาม) ติสสะปุพพะวันออกแม่น้ำระมิงค์ วันออกเวียงเจียงใหม่

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ตุ๊เจ้าปัญญา (แจ๊ค) วัดเฟือยลุง เมืองและ น่าน j_su999@hotmail.com    IP: 58.147.22.42
2548-11-14 / 07:25:03

ผมกะคนแมองงอบเน้อ หลานกำนันบุญสวย อินทะรังษี

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : เกริกเกียรติ อินทะรังษี     IP: 61.19.114.99
2548-12-24 / 10:45:51


ไหว้สาต่านเจ้ว ตัวของผมกะเป็นลื้อถึงจะอู้บ่เป็นเพราะว่ามาใหญ่เมืองยวน (เวียงสา)ผมกะหมตางของมะเก่าเหมือนกัน(ผมเกยไปแข่งฟ้อนเจิงตี่วัดเมืองงอบ)วันหลังผมจะไปขอความฮู้แด่เน้อ ต่านเจ้วบู๊ หลานของป้อกำนันสวยครับ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : หลานของป้อกำนันสวยครับ     IP: 61.19.114.99
2548-12-24 / 02:43:20

เปิ้นเป็นคนบ้านงอบขนานแต้พ่อก็ลื้อแม่ก็ลื้อเปิ้นลูกแม่ วร พ่อขอดเน้อ หลานโหลงรองนะเปิ้นอยากฮู้ว่าวัดบ้านเฮายามใดอีฉลองธาตุหงอ วัดเฮางามแต้แอ่หนอ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : อี่วิ อี่เวย์ (หลานโหลงรอง) -    IP: 203.172.144.90
2549-01-06 / 02:31:15

วัดเฮางามแต้แอ่หนอ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : อีอ้อมหลานโหลงจัยข้างเฮือน     IP: 203.113.51.164
2549-01-07 / 04:50:01

ประวัติหมู่บ้านงอบ ตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน
ที่ตั้ง
หมู่บ้านงอบ ตั้งอยู่ตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ติดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1080 สายน่าน-ทุ่งช้าง-เฉลิมพระเกียรติ อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอทุ่งช้าง 10 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดน่าน 100 กิโลเมตร
ลักษณะภูมิประเทศ
หมู่บ้านงอบ ตั้งอยู่ในช่องหุบเขา มีภูเขาล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน โดยเฉพาะทางทิศตะวันออกสูงมาก มีแม่น้ำงอบไหลผ่านกลางหมู่บ้าน น้ำงอบนี้จะมีน้ำไหลไม่มากนัก ในฤดูแล้งน้ำจะแห้งขอดเป็นช่วง ๆ
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดกับหมู่ที่ 6,7 (บ้านน้ำลาด) และตำบลปอน
ทิศใต้ ติดกับหมู่ที่ 4 บ้านทุ่งสุน
ทิศตะวันออก ติดกับหมู่ที่ 11 (บ้านมณีพฤษ์)
ทิศตะวันตก ติดกับหมู่ที่ 2 (บ้านห้วยสะแตง) และหมู่ที่ 3 (บ้านภูคำ)
การแบ่งเขตการปกครอง
บ้านงอบ แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 5 หมู่บ้าน โดยใช้ถนนและลำน้ำงอบเป็นเส้นกั้นแบ่ง แต่ละหมู่จะเรียกชื่อ ดังนี้
หมู่ที่ 1 (บ้านงอบศาลา) หมู่ที่ 9 (บ้านงอบกลาง)
หมู่ที่ 5 (บ้านงอบเหนือ) หมู่ที่ 10 (บ้านใต้ร่มโพธิ์ทอง)
หมู่ที่ 8 (บ้านงอบใต้)
ประวัติของหมู่บ้าน
ชื่อหมู่บ้าน มีชื่อว่า บ้านงอบ ซึ่งคำว่า “งอบ” ตาม พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้ความหมายว่า “งอบ” เป็นเครื่องสวมศีรษะสำหรับกันแดดกันฝน สานด้วยตอกและไม้ไผ่ กรุด้วยใบลานรูปร่างคล้ายกระจาดคว่ำ มีรังสำหรับสวมศีรษะ ใช้อย่างหมวก
ชื่อบ้านงอบนี้ ใครตั้งไม่ทราบประวัติ แต่สันนิษฐานว่าไม่ใช่หมายถึงหมวกตามที่พจนานุกรมกล่าวแน่นอน เพราะคำว่า “งอบ” นั้นเป็นภาษาไทยกลาง ชาวบ้านในท้องถิ่นไม่ได้เรียกว่างอบ แต่เรียกหมวกทีมีลักษณะดังกล่าวว่า “กุ๊บ” ผู้มีอายุในหมู่บ้านได้ให้ความเห็นว่า คำว่างอบ อาจเอาชื่อของหมู่บ้านเดิมที่อพยพมา หรืออาจแผลงมาจากคำว่า “ง่อม” ซึ่งแปลว่าเงียบเหงา ก็ได้ เพราะสมัยก่อนมีคนน้อย คงจะเงียบเหงา ก็เลยเรียกว่าหมู่บ้านง่อม เมื่อนานเข้ามีผู้คนมากขึ้นไม่ง่อมเหมือนเมื่อก่อน ๆ แล้ว ก็เลยเปลี่ยนชื่อมาเป็นงอบ ซึ่งคล้ายกับชื่อเดิม หรือไม่ก็เพี้ยนมาเป็นงอบตามวิวัฒนาการทางภาษา

1. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2493 หน้า 263


หมู่บ้านงอบ เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ หมู่บ้านหนึ่ง สมัยก่อนเรียกติดปากกันว่า ”เมืองงอบ” ประชาชนมีเชื้อสายไทลื้อ พูดภาษาไทลื้อกันทั่วทั้งหมู่บ้าน สมัยก่อนเป็นหมู่บ้านเดียวในอำเภอที่พูดภาษาลื้อ ปัจจุบันได้แยกไปอยู่ที่หมู่ที่ 4 (บ้านทุ่งสุน) อีก 1 หมู่บ้าน
ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน อพยพมาจากที่ใดเมื่อไร นั้นไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด ได้แต่เล่าลือสืบต่อกันมาว่ามาจากสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ภาษาพูดคล้ายกับชาวยองในจังหวัดลำพูน ผู้สืบเชื้อสายไทลื้อในหมู่บ้านได้พยายามสืบค้นหาหลักฐาน เอกสาร ตำรา ร่องรอยหลายแห่งก็ไม่สามารถชี้ชัดได้ ซึ่งมีผู้สืบค้นและเขียนประวัติของชนชาติไทลื้อไว้หลายเล่ม เช่น
หนังสือ “ลื้อคนไทยในประเทศจีน” ได้กล่าวถึงตัวอักษรของชาวไทลื้อและวรรณคดีไทลื้อ สุภาษิตที่สำคัญ แบบแปลนบ้าน อาหาร เครื่องดึ่ม ความเป็นอยู่ในครอบครัว การตั้งชื่อเด็กหญิง, ชายตามลำดับขั้น การนับถือศาสนาพุทธ ศาสนาผี ประเพณีลอยกระทง พิธีขึ้นบ้านใหม่ พิธีแต่งงาน การละเล่นในเทศกาลต่าง ๆ การเกี้ยวพาราสีระหว่างคนหนุ่มสาว การล่าสัตว์ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับชาวไทลื้อบ้านงอบ จะตรงกันเป็นส่วนใหญ่
นอกจากนี้ ในหนังสือ ชาติวงศ์วิทยา ว่าด้วยชนชาติเผ่าต่าง ๆ ในประเทศไทย ได้กล่าวถึงชนชาติเผ่าต่าง ๆ มีตอนหนึ่งกล่าวถึงไทลื้อว่า “ถิ่นฐานของพวกไทลื้อส่วนใหญ่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำโขง แต่ก็มีมากที่อพยพมาอยู่ยังฝั่งไทย โดยเฉพาะในจังหวัดลำพูน ลำปาง เชียงราย แพร่และน่าน”
ในหนังสือเรื่อง งานค้นคว้าเรื่องชนชาติไทย ของหลวงวิจิตรวาทการ มีการกล่าวถึงชาวไทลื้อมีใจความสำคัญคือ “ลื้อเป็นคนไทย มิใช่เป็นคนชาวป่าชาวดอย”
พระยาอนุมานราชธน ได้กล่าวถึงชาวไทลื้อ ไว้ในหนังสือ ไทย-จีน ว่า “ชาวไทลื้อ เป็นคนไทยที่รู้จักหนังสือ มีดินแดนดั้งเดิมอยู่ในแคว้นสิบสองปันนา ซึ่งมีอาณาเขตอยู่ระหว่างพม่ากับอ่าวตังเกี๋ย การแบ่งแคว้นสองปันนาออกเป็นเมืองใหญ่ถึง 28 เมือง





1. บุญช่วยศรีสวัสดิ์ ลื้อคนไทยในประเทศจีน 532 หน้า
2. เอคาร์และพันตรี อี. ไซเคนฟาเดน ชาติวงศ์วิทยา หน้า 4
3. หลวงวิจิตรวาทการ งานค้นคว้าเรื่องชนชาติไทย หน้า 81
4. พระยาอนุมารราชธน ไทย-จีน หน้า 31-33



นอกจากนี้ ในปริญญานิพนธ์เรื่อง “วรรณกรรมไทลื้อ” ของชำนาญ รอดเหตุภัย ได้เขียนประวัติการอพยพของชาวไทลื้อว่า “ ชาวไทลื้อมีภูมิลำนาอยู่แคว้นสิบสอบปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน อพยพมาอยู่ในประเทศไทยหลายครั้ง สาเหตุการอพยพก็เพราะบางแห่งในถิ่นเดิมทุรกันดาร ไม่มีพื้นที่ทำมาหากิน ถูกโจรปล้นสดมรบกวน ได้รับการกดขี่ข่มเหงจากชนชาติผู้ปกครองคือจีนฮ่อและพม่า จึงได้อพยพเข้ามาตอนเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดเชียงราย ไทลื้อบางพวกได้ถูกกวาดต้อนลงมาเนื่องจากราชวงศ์คำมั่นเมืองเชียงใหม่ พระยาอุปราชหมูล่าเมืองลำปาง ยกไปตีเมืองเชียงรุ้งของไทลื้อ ซึ่งตกอยู่ในอำนาจของพม่า ได้รบพุ่งกันหลายครั้ง ในที่สุด เจ้าเมืองเชียงรุ้งกับท้าวพระยาสิบสองปันนาก็ยอมอ่อนน้อมขอขึ้นอยู่กับพระราชอาณาจักรไทย เมื่อ พ.ศ. 2399 ( จศ.1218 ) ไทยได้กวาดต้อนเอาครอบครัวไทลื้อจาก เมืองพง เมืองหย่วน เมืองล่า แห่งแคว้น สิบสองปันนา มาไว้ในเขตนครน่านประมาณ พันคนเศษ “
สุจิตต์ วงษ์เทศ ได้เขียนบทความเรื่อง “คนไทยที่สิบสองปันนา”ในหนังสือ ข่าวครูไทยในโอกาสที่ได้รับเชิญไปแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย-จีนว่า ”ชาวไตลื้อ นอกจากมีดินแดนกว้างใหญ่อยู่ที่ สิบสองปันนาแล้ว ยังกระเซ็นกระสายอพยพโยกย้ายและถูกกวาดต้อนมาเพราะการสงครามแต่ก่อน ลงมาอยู่ ที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ก็มี จังหวัดน่านก็มี ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่าเคยถูกกวาดต้อนลงไปที่ภาคใต้ก็มี ทุกวันนี้ชาวไตลื้อในเขตสิบสองปันนาแม้จะอยู่ในดินแดนของจีน แต่ทางการของจีนก็ให้เป็นเขตปกครองตนเอง มีประธานคณะกรรมการเป็นชาวไตลื้อด้วยกัน”
และในพงศาวดารเมืองน่าน ได้กล่าวถึงเรื่องเจ้าหลวงสุมนเทวราช ผู้ครองนครน่านยกทัพขึ้นไปตีสิบสองปันนาไว้ดังนี้
- เถิงจุลศักราชได้ 1173 เดือน 6 ลง 13 ค่ำ อาชญาเจ้าหลวงสุมนเทวราชท่านก็ยกเอาพลนิกายโยธาทั้งหลาย ขึ้นเมือตีเอาเมืองล้า เมืองพง ก็ได้ยกรี้พลปงทัพไชยอยู่ท่าขึ้เหล็ก ฯ
- เถิงจุลศักราชได้ 1174 ตัวเดือน 3 อาชญาเจ้าหลวงท่านก็กวาดเอาคนครัวเมืองล้า เมืองพง เชียงแขง เมืองหลวงภูคา ลงมาไว้เมืองน่านมีคน 6000 คนหั้นแล ฯ
- เถิงจุลศักราชได้ 1175 ตัวปีกาเล้า อาชญาเจ้าหลวงท่านก็ล่าถอยกองทัพลงมาเถิงเมืองน่านเดือน 8 หั้นแล


1. ชำนาญ รอดเหตุภัย วรรณกรรมไทลื้อ หน้า 39
2 สุจิตต์ วงษ์เทศ ข่าวครูไทย ฉบับปักษ์แรกเดือนมิถุนายน 2527
3. พงศาวดารเมืองน่าน พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพพระเทพนันทาจารย์ อดีตเจ้า
คณะจังหวัดน่าน 2543




บทสรุป
ตามตำนานที่กล่าวขานสืบต่อกันมาในบรรพบุรุษของหมู่บ้าน ประกอบกับหลักฐานงานเขียนที่ได้อ้างอิงมา ตลอดจนประเพณีวัฒนธรรมของหมู่บ้านในปัจจุบัน พอสรุปได้ว่า คงจะอพยพมาจากแคว้นสิบสองปันนาค่อนข้างแน่นอน แต่จะมาในสมัยใด เมืองใด นั้นไม่อาจทราบได้ อาจมาในคราวที่เจ้าหลวงสุมนเทวราช ผู้ครองนครน่านยกทัพไปตีสิบสองปันนา และกลับมาถึงเมืองน่านในปี จุลศักราช 1175 ก็เป็นได้ เพราะปีจุล-ศักราช 1175 ตรงกับ พ.ศ. 2356 ในรัชสมัยสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และหลักฐานเท่าที่ปรากฏ มีครูบาอินต๊ะวิชัย เจ้าอาวาสวัดศรีดอนชัยองค์หนึ่ง เขียนไว้ในธรรมคัมภีร์ใบลาน เป็นภาษาพื้นเมืองล้านนาโบราณ ระบุปี จ.ศ. 1185 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากเจ้าหลวงสุมนเทวราชกวาดต้อนคนลื้อมาจากสิบสองปันนาได้ 10 ปีพอดี ว่าท่านมาจากเมืองหลวงภูคา และบรรยายถึงวัดศรีดอนชัยไว้ส่วนหนึ่งว่า “เขียนแล้วปางอยู่เมตตาวัดศรีดอนชัยงอบนาล้อมแก้วกว้าง “ ซึ่งขณะนี้คัมภีร์ยังเก็บรักษาไว้ที่วัดศรีดอนชัย ต.งอบ ก็คงเป็นหน้าที่ของลูก หลาน เหลนของขาวไทลื้อ “บ้านงอบ” ที่จะต้องช่วยกัน สืบค้นหา ที่มาของบรรพ-บุรุษต่อไป
เดิม หมู่บ้านงอบ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่าน ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่บ้านในปัจจุบัน ห่างจากหมู่บ้านในปัจจุบันประมาณ 3 กิโลเมตร ต่อมามีปัญหาเกี่ยวกับน้ำท่วม และไม่มีพื้นที่ราบสำหรับสร้างที่อยู่อาศัย ชาวบ้านบางส่วนจึงย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านในปัจจุบัน และพากันเรียกหมู่บ้านงอบเดิมว่า ”บ้านเก่า” จนกระทั่งประมาณ พ.ศ. 2514 ชาวบ้านที่อยู่บ้านเก่าจึงอพยพมาอยู่บ้านงอบทั้งหมด ทิ้งให้บ้านเก่า
เป็นหมู่บ้านร้างตั้งแต่นั้นมา
หมู่บ้านงอบ ครั้งแรกมีเพียง 1 หมู่บ้าน คือหมูที่ 1 (บ้านงอบศาลา)
เมื่อ พ.ศ 2485 ได้แยกหมู่บ้านที่อยู่ทางทิศตะวันออกของถนนเป็นหมู่ที่ 5(บ้านงอบเหนือ)
เมื่อ พ.ศ. 2517 ได้แยกหมู่บ้านที่อยู่ทางใต้ของลำน้ำงอบ เป็นหมู่บ้านที่ 8(บ้านงอบใต้)
เมื่อ พ.ศ. 2518 ได้แยกหมู่บ้านที่อยู่ระหว่างหมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 8 ออกอีก 1 หมู่เป็นหมู่ที่ 9
(บ้านงอบกลาง)
และเมื่อ พ.ศ. 2536 ได้แยกราษฎรหมู่ที่ 8 ที่อยู่ บริเวณรอบวัดศรีดอนชัยจนถึงโรงเรียนไทยรัฐ
วิทยา 98 เป็นหมู่ที่ 10 (บ้านใต้ร่มโพธิ์ทอง)










ผู้ปกครอง เมืองงอบ /ตำบลงอบ (กำนัน)
ที่ ชื่อ - สกุล ปกครองระหว่าง พ.ศ. หมายเหตุ
1 พระยาพรมสาร พ.ศ. 2420 – 2439 เมืองงอบ
2 แสนหลวงไชยมงคล พ.ศ. 2439 – 2455 ,,
3 แสนยาวิราช (มหายศ) ขุนงอบ พ.ศ.2455 – 2475 ,,
4 กำนันวงศ์ คำรังษี พ.ศ. 2475 – 2485 ตำบลงอบ
5 กำนันศรีมูล พะยอม พ.ศ.2485 - 2489 ยุบรวมกับตำบลปอน
6 กำนันวงศ์ คำรังษี พ.ศ. 2489 – 2500 ตำบลงอบ
7 กำนันวงศ์ งามธุระ พ.ศ. 2500 – 2501 ,,
8 กำนันจันติ๊บ ร่อนทอง พ.ศ. 2501 – 2514 ,,
9 กำนันธรรมสอน อินยา พ.ศ. 2514 – 2515 ,,
10 กำนันสวย อินทะรังษี พ.ศ. 2515 – 2524 ,,
11 กำนันประเสริฐ อินทะรังษี พ.ศ. 2524 – 2525 ,,
12 กำนันสัมพันธ์ ร่อนทอง พ.ศ. 2525 – 2526 ,,
13 กำนันสม เทพจันตา พ.ศ. 2526 - 2548
14 กำนันจันตา อินทะรังษี พ.ศ. 2548 - ปัจจุบัน
ผู้ปกครองหมู่บ้าน(ผู้ใหญ่บ้าน) หมู่ที่ 1(บ้านงอบศาลา)

ที่ ชื่อ - สกุล ปกครองระหว่าง พ.ศ. หมายเหตุ
1 ผู้ใหญ่สม สิทธิยศ 2475 - 2479
2 ผู้ใหญ่เทพวงค์ อินทะรังษี 2480 - 2481 ข้อมูลจากหมายเหตุรายวัน ร.ร.บ้านงอบ วันที่ 16 ต.ค. 81
3 ผู้ใหญ่ปัญญา อินทะรังษี 2482 – 2483
4 ผู้ใหญ่คำปัน ร่อนทอง 2484 – 2485
5 ผู้ใหญ่บุญสี อินทะรังษี (งามธุระ) 2486 - 2487
6 ผู้ใหญ่ยารังษี อินทะรังษี 2487 - 2499
7 กำนันจันติ๊บ ร่อนทอง 2500 - 2514
9 กำนันสวย อินทะรังษี 2515 – 2524
10 กำนันสม เทพจันตา 2525 - ปัจจุบัน
11 นายบุญชุม มูลฐี 2548 - ปัจจุบัน


ผู้ปกครองหมู่บ้าน (ผู้ใหญ่บ้าน) หมู่ที่ 5 (บ้านงอบเหนือ)
ที่ ชื่อ - สกุล ปกครองระหว่าง พ.ศ. หมายเหตุ
1 ผู้ใหญ่รัศมี งามธุระ 2485 - 2516
2 ผู้ใหญ่คงเดช (เถา) คำรังษี 2517 - 2520
3 ผู้ใหญ่ศรีนุ่น คำรังษี 2521 - 2527
4 ผู้ใหญ่เกษม วารี 2528 - 2535
5 ผู้ใหญ่เจตน์ คันธสาร 2536 - 2537
6 ผู้ใหญ่สายสนม คำรังษี 2538 - ปัจจุบัน

ผู้ปกครองหมู่บ้าน (ผู้ใหญ่บ้าน) หมู่ที่ 8 (บ้านงอบใต้)
ที่ ชื่อ - สกุล ปกครองระหว่าง พ.ศ. หมายเหตุ
1 ผู้ใหญ่เมืองดี ร่อนทอง 2517 - 2521 2 สมัย (22 ส.ค.17 - 30ก.ย.21)
2 กำนันประเสริฐ อินทะรังษี 2522 - 2524
3 กำนันสัมพันธ์ ร่อนทอง 2525 - 2526
4 ผู้ใหญ่เฉลียว วันชนะ 2527 - 2531
5 ผู้ใหญ่สมเพ็ชร คำรังษี 2532 - 2535
6 ผู้ใหญ่ฤทธิ์ อินทะรังษี 2536 - ปัจจุบัน 2 สมัย(เริ่ม11 พ.ย. 35

ผู้ปกครองหมู่บ้าน (ผู้ใหญ่บ้าน) หมู่ที่ 9 (บ้านงอบกลาง)

ที่ ชื่อ - สกุล ปกครองระหว่าง พ.ศ. หมายเหตุ
1 ผู้ใหญ่บุญรัตน์ ละม่อม 2518 - 2524
2 ผู้ใหญ่จันทร์ตา อินทะรังษี 2525 – 2529
3 ผู้ใหญ่จันตา อินทะรังษี 2530 - ปัจจุบัน เป็นกำนันปี 2548

ผู้ปกครองหมู่บ้าน (ผู้ใหญ่บ้าน) หมู่ที่ 10 (บ้านใต้ร่มโพธิ์ทอง)
ที่ ชื่อ - สกุล ปกครองระหว่าง พ.ศ. หมายเหตุ
1 ผู้ใหญ่ประยูร อินทะรังษี 2536 - 2540 เริ่ม 22 มิ.ย.36
2 ผู้ใหญ่เฉลียว วันชนะ 2541 – 2542
3 ผู้ใหญ่สุรศักดิ์ อินทะรังษี 2542 - ปัจจุบัน

&#61472;&#61472;&#61472;&#61472;&#61472;&#61472;&#61472;&#61472;&#61472;&#61472;&#61472;&#61472;&#61472;&#61472;&#61472;&#61639;&#61649;&#61620;&#61640;&#61635;&#61653;&#61620;&#61645;&#61625;&#61610;&#61649;&#61634;&#61472;&#61472;&#61621;&#61651;&#61626;&#61637;&#61607;&#61645;&#61626;
ข้อมูลของวัดโดยสังเขป
วัดศรีดอนชัย ตั้งอยู่เลขที่ 109 หมู่ที่ 10 บ้านใต้ร่มโพธิ์ทอง ตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน
เป็นคณะสงฆ์ฝ่ายเถรวาท แบบมหานิกาย
ที่ดินวัด มีพื้นที่ 4 ไร่ 1 งาน 5 ตารางวา เอกสารที่ดิน นส 3 เลขที่ 637
ปัจุบันได้ซื้อที่ดินเพิ่มอีก 3 แปลง ซึ่งอยู่ติดกำแพงด้านทิศเหนือของวัด กำลังทำเรื่องโอนอยู่
อาณาเขต
ทิศเหนือ ยาว 2 เส้น 11 วา 3 ศอก ติดที่นาของเอกชน
ทิศใต้ ยาว 3 เส้น 10 วา ติดที่ดินของเอกชน และลำน้ำงอบ
ทิศตะวันออก ยาว 2 เส้น 16 วา 1 ศอก ติดลำเหมือง และที่นาของเอกชน
ทิศตะวันตก ยาว 1 เส้น 8 วา 2 ศอก ติดถนนสาธารณะ และที่ดินของเอกชน

ประวัติวัดศรีดอนชัย ตำบลงอบ
วัดศรีดอนชัย สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ทราบ เนื่องจากไม่มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ได้สอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ภายในหมู่บ้านก็ได้ความไม่แน่นอน แต่ที่พอปรากฎเป็นหลักฐานบ้าง เริ่มตั้งแต่ครูบาอินต๊ะวิชัย เป็น
เจ้าอาวาส ซึ่งผู้เขียนก็ขอสัณนิษฐานว่าเป็นผู้ก่อตั้งวัดศรีดอนชัยองค์แรกไว้ก่อน (หากมีหลักฐานที่ดีกว่านี้ขอได้โปรดแจ้งด้วย จะได้ช่วยกันชำระให้ถูกต้อง)
หลักฐานจากคัมภีร์ใบลาน ซึ่งครูบาอินต๊ะวิชัยได้เขียนธรรม เป็นอักษรพื้นเมืองล้านนาโบราณ ระบุไว้ว่า ท่านมาจากเมืองหลวงภูคา สิบสองปันนา เมื่อปี พ.ศ. 2356 ท่านได้บรรยายถึงสภาพวัดในขณะ
นั้นว่า “ เขียนแล้วปางอยู่เมตตา วัดศรีดอนชัยงอบ นาล้อมแก้วกว้าง “ ( ซึ่งคัมภีร์ดังกล่าวปัจจุบันยังเก็บรักษาไว้ที่วัด)
ครูบาท่านนี้ เป็นผู่ที่มีภูมิรู้ด้านต่าง ๆ หลายด้าน เช่น หมอเมือง (หมอยาสมุนไพร) หมอดูเมื่อ (โหราศาสตร์) รู้ภาษาสัตว์ มีเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาว่า ครั้งหนึ่งครูบาได้จำวัด(นอน)เวลากลางวัน เมื่อตื่นขึ้นมา
พบว่ามีนกมาเกาะต้นสลี (ต้นโพธิ์) หน้าวิหารมากมาย ส่งเสียงร้องดัง สามเณรศิลป์ พระลูกวัดรูปหนึ่งได้เข้าไปถามท่านว่านกมันทำอะไร ท่านได้ตอบว่า “นกมันชวนกันไปกินผลไม้ที่ดอยแง่ม” ซึ่งเป็นดอยที่อยู่ชายแดนไทย-ลาวด้านเชียงฮ่อน นับว่าท่านเป็นผู้มีอภิญญาที่สูงรูปหนึ่ง
ท่านมรณภาพในปีใดไม่ปรากฎ แต่มีคนเล่ากันว่าได้ปลงศพท่านที่กลางทุ่งนา หลังบ้านของนาย
สุพัฒน์ (อิ่น) นางเรือนแก้ว อินทะรังษี ราษฎรหมู่ที่ 10 (บ้านใต้ร่มโพธิ์ทอง) ในปัจจุบัน
ในสมัยที่ท่านพระครูสุวรรณธุตคุณ (เขียนทอง) เป็นเจ้าอาวาส รูปที่ 18 ยังมีชีวิตอยู่ ท่านเคยได้ยินคนเล่าว่าเคยเห็นสถูปก่ออิฐอยู่ ท่านจึงออกสำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2495 และได้พบซากอิฐกองอยู่ ท่านจึงคิดจะสร้างเจดีย์ขึ้นที่นั่น เพื่อเป็นอนุสรณ์ประจำบ้านเมืองไว้ จึงติดต่อขอซื้อที่นาบริเวณดังกล่าว แต่เจ้าของนาไม่ยอมขาย จึงหมดโอกาสที่จะสร้างได้
หลังจากครูบาอินต๊ะวิชัยได้มรณภาพไป ครูบาธนัญไชย ลูกศิษย์ของท่าน ได้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสแทน ประมาณ ปี พ.ศ. 2412 ทราบจากหลักฐานการจารึกอักษรพื้นเมืองล้านนาไว้ที่ฐานพระพุทธรูปไม้ที่อยู่ในโบสถ์ ผู้เขียนขอถือว่า ครูบาธนัญไชย เป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 2 ของวัดศรีดอนชัย เมื่อท่านได้มรณภาพ คณะศรัทธาได้ปลงศพท่านที่กลางป่าใกล้วัด ซึ่งปัจจุบันเป็นบ้านของนายเย็น – นางสุพรรณ์ อินทะรังษี และบ้านนายสม – นางคำแปง อินทะรังษี ราษฎรบ้านหมู่ที่ 10 (บ้านใต้ร่มโพธิ์ทอง) ต.งอบ
นับตั้งแต่เจ้าอาวาสรูปที่ 1 – 10 มาอยู่ที่วัดศรีดออนชัย ก็มีหลักฐานเพียงชื่อเท่านั้น สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ในวัดก็ไม่ปรากฏเด่นชัด เมื่อปี พ.ศ. 2498 เจ้าอาวาส (เขียนทอง ติสปัญโญ) พร้อมกับศิษย์ได้ค้นหาหลักฐานก็ไม่พบอะไร คงจะมีการสร้างวิหาร กูฏิ โบสถ์ ที่ไม่มั่นคงนัก ตามสภาพเศรษฐกิจในสมัยนั้น และสิ่งก่อสร้างก็มีการเสื่อมสลายตามกาลเวลา
และในบริเวณไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก ยังมีร่องรอยวัดร้างอยู่อีก 2-3 แห่ง (มีซากอิฐ กระเบื้องหลังคา หินสีมา) ซึ่งก็ไม่ทราบว่าสร้างในสมัยใด
หลักฐานที่พระครูสุวรรณธุตคุณ (เขียนทอง ติสปัญโญ) เจ้าอาวาสรูปที่18 เขียนด้วยลายมือ ไว้ดังนี้
1. ได้รับอนุญาตสร้างวัด เมื่อวันที่ 16 เดือนมกราคม พ.ศ. 2245
2. ประกาศตั้งวัด เมื่อวันที่ 15 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2249
3. ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2478
4. ได้ประกอบพิธีผูกพัทธสีมา เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2480
ปรากฏหลักฐานอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2438 เจ้าอาวาสได้สร้างวิหารทรงไทลื้อ มีขนาดกว้าง 9 เมตร
ยาว 20 เมตร ก่ออิฐถือปูนขาวโบราณ เสาไม้เนื้อแข็ง มุงด้วยแป้นเกล็ด(กระเบื้องไม้) และสร้างกุฏิพร้อมกับก่อกำแพงล้อมรอบวัด มีการเฉลิมฉลองตามประเพณี
ประมาณ พ.ศ. 2507 วิหารได้ชำรุดทรุดโทรมเป็นอันมาก คณะศรัทธาจึงได้ช่วยกันรื้อวิหาร คงไว้
เฉพาะพระประธานในวิหาร นอกนั้นได้ช่วยกันสร้างวิหารใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายที่วิหารทรง ไทลื้อ ที่เป็นฝีมือของบรรพบุรุษได้ล่มสลายไปในคราวนี้ ( รูปทรงเดิมเหมือนกับวัดบ้านหนองบัว อ.ท่าวังผา ซึ่งเขายังอนุรักษ์ไว้จนถึงปัจจุบัน)
วิหารที่สร้างขึ้นใหม่มีขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 20 เมตร สร้างครอบตรงที่เดิม แต่รูปทรงเปลี่ยนไปทั้งหมด แม้แต่บันใดหน้าวิหาร เดิมเป็นรูปสิงห์ ก็เปลี่ยนมาเป็นรูปพญานาค และพระประธานในวิหารเดิมพระพักตร์ขึงขัง สง่า มีอำนาจ คล้ายพระพักตร์พระเจ้าต๋นหลวง ที่วัดศรีโคมคำ จังหวัดพะเยา ระยะที่สร้างวิหาร คงจะมีไม้หล่นทับ ทำให้พระพักตร์มีร้อยร้าว ช่างจึงได้ซ่อมแซมใหม่ กลายเป็นพระพักตร์ที่หนุ่มแน่น อ่อนหวานกว่าองค์เดิม ประประธานองค์นี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 91 นิ้วสูง 179 นิ้ว ฐานสูง 114 นิ้ว ลงรักปิดทอง ผนังวิหารมีการวาดภาพชาดกโดยรอบ ได้ทำการเฉลิมฉลองเมื่อปี พ.ศ. 2517
โบสถ์

โบสถ์ของวัดศรีดอนชัย สมัยก่อนเป็นโบสถ์ที่สร้างด้วยไม้ ตั้งอยู่กลางสระน้ำหน้าวิหาร มีสะพานไม้เป็นทางเข้าด้านเดียว สมัยโบราณถือวันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ให้สตรีเข้าไปโดยเด็ดขาด จึงสร้างไว้กลางน้ำ ประมาณ พ.ศ. 2465 ได้ย้ายโบสถ์ มาสร้างใหม่ที่ข้างวิหารด้านทิศตะวันตก ตรงที่เดิมก็กลายเป็นบ่อน้ำของวัดไป ชาวบ้านเรียกบ่อโบสถ น้ำออกจากบ่อไม่มีแห้ง แม้ว่าจะแล้งเพียงใด
โบสถ์ที่สร้างใหม่ เป็นโบสถ์ที่สร้างด้วยปูน มีขนาดไม่ใหญ่นัก หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เช่นเดียวกับวิหาร มีหน้าต่างเล็ก ๆ 2 ข้างอยู่ได้ไม่เกิน 10 คน มีประตูเข้าด้านเดียว ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมของพระสงฆ์ โบสถ์หลังนี้ใช้งานมาได้ประมาณ 70 ปี
ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2535 พระครูสุวรรณธุตคุณ เจ้าอาวาส และคณะศรัทธา เห็นว่าโบสถ์ได้ชำรุดทรุดโทรม และมีขนาดเล็กเกินไป ไม่พอเพียงกับจำนวนพระสงฆ์ที่มีมากขึ้น จึงได้รื้อโบสถ์ คงไว้เฉพาะพื้นไม่ให้ใครขุดค้น (ซึ่งปกติคนโบราณมักจะฝังสิ่งของมีค่าไว้) ตลอดระยะเวลาที่ยังไม่ได้สร้างโบสถ์ใหม่ คณะศรัทธาได้ผัดเปลี่ยนกันไปอยู่เวรยามเฝ้าทุกวัน และในคืนวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2535 ได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น คือ พระครูสุวรรณธุตคุณ เจ้าอาวาสเกิดอาพาธ ปวดแขนและขาซ้ายอย่างรุนแรง ญาติได้นำส่งโรงพยาบาลน่าน แพทย์ได้รักษาโดยการตัดขาข้างซ้ายออกในคืนนั้นเอง (ชาวบ้านได้โจษจันกันว่าสาเหตุมาจาการรื้อถอนโบสถ์ เนื่องจากรื้อโบสถ์ยังไม่ทันครบเดือน) เมื่อรักษาพอทุเลาแล้ว ก็กลับมาจำวัดตามเดิม และได้ร่วมกับคณะศรัทธาได้ช่วยกันหาเงินมาสร้างโบสถ์ต่อไปตามปณิธานที่ตั้งไว้ โดยไปขอผ้าป่าจากกรุงเทพฯ ซึ่งมีคุณปัญญา –คุณสิริลักษณ์ มัณฑนาจารุ เป็นผู้นำผ้าป่ามาถวาย สมทบกับคณะศรัทธาชาวบ้านงอบ
แล้วเริ่มทำการสร้างโบสถ์หลังใหม่ ครอบตรงที่เดิม ขนาด กว้าง 8 เมตร ยาว 12 เมตร พระประธานในโบสถ์ คณะศรัทธาวัดกลางบางแก้ว อ.นครไชศรี จ.นครปฐม สร้างถวาย เป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 31นิ้ว สูง 54 นิ้ว กว้าง 41.5 นี้ว ทำการฉลองโบสถ์เมื่อ วันที่ 29 มกราคม 2538 (ก่อนการฉลองโบสถ์เพียง 3 วัน คือวันที่ 26 มกราคม 2537 พระครูสุวรรณธุตคุณ เจ้าอาวาสก็ได้มรณภาพลง) ทางคณะศรัทธาจึงทำพิธีทำบุญสวดพระอภิธรรมศพครบ 3 วันแล้วปิดศพไว้ชั่วคราว ทำการเฉลิมฉลองโบสถ์ต่อเป็นเวลา 3 วัน คือวันที่ 29 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2538
ในอุโบสถ์ ยังมีพระพุทธรูปไม้อีก 16 องค์ (เฉพาะที่ลงทะเบียนไว้) เป็นไม้ส้อ ,งา ,ไม้บุทองแดง เมื่อก่อนเล่ากันว่ามีจำนวนมาก คนสมัยโบราณชอบสร้างพระที่ทำด้วยไม้กันมาก เพราะทำได้ง่าย มีน้ำหนักเบา
กฏิ
กุฏิ ที่อยู่ของพระสงฆ์ คงจะสร้างเริ่มตั้งแต่สร้างวัด แต่คงไม่ถาวร ตามสภาพเศรษฐกิจในสมัยนั้น
เพราะ ปกติพระสมัยก่อน เคร่งในวินัย อยู่ง่าย ในสมัยพระครูสุวรณธุตคุณ เมื่อปี พ.ศ. 2512 ท่านได้สร้างกุฏิสงฆ์ ขึ้น 1 หลัง เป็นเสาปูนก่ออิฐ ส่วนอื่นเป็นไม้ทั้งหมด และได้สร้างกุฏิสำหรับเจ้าอาวาส อีก 1 หลัง เป็นไม้ทั้งหมด ใต้ถุนสูง สำหรับเก็บพัสดุ ต่อมา ได้ต่อเติมด้านล่าง โดยเทพื้นเป็นคอนกรีต
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2539 เวลาประมาณ ตี 1 เศษ เกิดไฟไหม้กุฏิสงฆ์ จนวอดไปทั้งหลัง สาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ทางราชการและคณะศรัทธา ร่วมกันจัดสร้างกุฏิหลังใหม่ โดยสร้างในที่เดิม เป็นอาคารแบบทรงไทย 2 ชั้น และได้ทำการรื้อกุฏิเจ้าอาวาสเสีย ได้ทำพิธีทำบุญฉลองกุฏิใหม่ เมื่อวันที่1 มกราคม 2544
หอระฆัง
หอระฆัง เริ่มสร้างเมื่อปี 2522 โดยออกแบบเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นที่เก็บพัสดุ ชั้นสองใช้เป็นหอกลอง และชั้นสาม เป็นหอระฆัง เสร็จสิ้นเมื่อปี 2527

ต้นโพธิ์ (ต้นสลี)
ที่หน้าวิหารในวัดศรีดอนชัย จะมีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่ 1 ต้น ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าต้นสลี จะปลูกในสมัยใดไม่ทราบ ประมาณกันว่าอายุไม่น่าต่ำกว่า 180 ปี หรืออาจปลูกพร้อมกับการสร้างวัดก็เป็นได้ ผู้เขียนเคยถามผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านว่า พวกเราไทลื้อบ้านงอบย้ายมาจากที่ใด ก็ไม่มีใครตอบชี้ชัดลงไปได้ แต่ก็บอกเล่ากันว่า ย้ายมาจากเมืองสิงห์เมืองนัง สิบสองปันนามา เมื่อปี 2545 ข้าพเจ้าได้ถือโอกาส ไปเที่ยวเมืองสิงห์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตประเทศลาวที่ติดกับประเทศจีนตอนใต้ พบว่าที่เมืองสิงห์มีหมู่บ้านชื่อ บ้านดอนชัย” มีภาษาพูดก็คล้ายบ้านงอบเรา เป็นไปได้ไหมที่ พวกเราย้ายมาจากเมืองสิงห์ เมื่อมาอยู่ก็มาตั้งวัดแล้วปลูกต้นสลีขึ้นที่หน้าวัด แล้วตั้งชื่อว่า “วัดศลีดอนชัย” ภายหลังอาจเขียนเป็น”ศรีดอนชัย”ไป เพราะ เท่าที่พบมา เมื่อคนอพยพมาจากเมืองใดมักจะเอาชื่อบ้านเดิมมาตั้งชื่อใหม่อยู่เสมอ
ต้นโพธิ์ต้นนี้ ชาวบ้านถือกันว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้นไม้ตระกูลเดียวกับต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้านั่งสมาธิในวันตรัสรู้ คณะศรัทธาจึง ได้ก่ออิฐล้อมรอบโคนต้น เพื่อมิให้ใครไปเหยียบย่ำ โดยเฉพาะผู้หญิงห้ามขึ้น แผ่กิ่งก้านสาขาออกไปโดยรอบ ทุกปีจะมีคนนำเอาไม้ค้ำมาทำพิธีต่ออายุเป็นประจำ บางครั้งกิ่งก้านย้อยต่ำลงมาจนเป็นที่กีดขวางทางเดิน แต่ก็ไม่มีใครกล้าตัดแต่ง เล่ากันว่าหากใครตัดจะมีอันเป็นไป
เจดีย์ (พระธาตุ)
ศรัทธาจากพระภิกษุชาวลาวที่อพยพไปอยู่ในประเทศอเมริกา ชื่อพระบุญสูง ซึ่งรู้จักมักคุ้นกับพระอุดม อาสโภ เจ้าอาวาสวัดศรีดอนชัย รูปที่ 19 ได้บริจาคปัจจัยเป็นทุนก่อสร้างมา จำนวน 80,000 บาท แล้วคณะศรัทธาชาวตำบลงอบ ได้บริจาคร่วมสมทบอีกประมาณ 200.000 บาท โดยมีพระครูมานพ ติกขวีโร (ครูบามานพ) จากวัดพระธาตุหนองจันทร์ ตำบลบ้านหนุน อำเภอสอง จังหวัดแพร่ นำทีมงาน ซึ่งเป็นพระ ประมาณ 6-7 รูป มาเป็นช่างก่อสร้างเจดีย์ โดยใช้แรงงานจากคณะศรัทธาชาวบ้านงอบ ตลอดจนถึงพระเณร กรรมการวัด ทุกฝ่ายได้ระดมช่วยกันก่อสร้าง ทำพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2546 และทำพิธียกฉัตร / เปิดตาพระเจ้าทันใจ เมื่อวันที่ 1 เดือนเมษายน 2546 แล้วตั้งชื่อเจดีย์ว่า “ เจดีย์ศรีดอนชัย “ ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 1 เดือน นับเป็นความภูมิใจในความสามัคคีและศรัทธาแรงกล้าของคนไทยลื้อบ้านงอบอีกงานหนึ่ง



รายชื่ออาจารย์วัด (มัคทายก) วัดศรีดอนชัย บ้านงอบ
ที่ ชื่อ - สกุล ทำหน้าที่ระหว่าง พ.ศ. หมายเหตุ
1 อาจารย์พรมจักร อินทะรังษี 2476 - 2486
2 อาจารย์จันต๊ะ อินทะรังษี 2487 - 2504
3 อาจารย์จำลอง อินทะรังษี 2505 - 2506
4 อาจารย์เทพ เทพจันตา 2507 - 2518
5 อาจารย์จำลอง อินทะรังษี 2519 - 2520 ทำหน้าที่ครั้งที่ 2
6 อาจารย์สนอม อินทะรังษี 2521 - 2539
7 อาจารย์สุรินทร์ คำรังษี 2540 - ปัจจุบัน
รายชื่อเจ้าอาวาส วัดศรีดอนชัย บ้านงอบ
ที่ ชื่อ /ฉายา ทำหน้าที่ระหว่าง พ.ศ. หมายเหตุ
1 พระอินต๊ะวิชัย (พระครูบา) ประมาณ พ.ศ.2356 &#61643;&#61637;&#61649;&#61601;&#61616;&#61650;&#61625;&#61608;&#61650;&#61601;&#61604;&#61649;&#61633;&#61632;&#61653;&#61635;&#61676;&#61667;&#61626;&#61637;&#61650;&#61625;&#61667;&#61625;&#61639;&#61649;&#61620;&#61623;&#61653;&#61672;&#61623;&#61672;&#61650;&#61625;&#61665;&#61621;&#61672;&#61607;&#61668;&#61639;&#61673;&#61472;&#61639;&#61672;&#61650;&#61623;&#61672;&#61650;&#61625;&#61633;&#61650;&#61608;&#61650;&#61601;&#61664;&#61633;&#61655;&#61645;&#61607;&#61643;&#61637;&#61639;&#61607;&#61627;&#61657;&#61604;&#61650;&#61472;&#61472;&#61642;&#61652;&#61626;&#61642;&#61645;&#61607;&#61627;&#61649;&#61625;&#61625;&#61650;
2 พระธนัญชัย (พระครูบา) ประมาณ พ.ศ.2414 &#61608;&#61650;&#61601;&#61608;&#61650;&#61635;&#61654;&#61601;&#61623;&#61653;&#61672;&#61616;&#61650;&#61625;&#61630;&#61635;&#61648;&#61630;&#61656;&#61623;&#61624;&#61635;&#61657;&#61627;&#61667;&#61625;&#61645;&#61656;&#61666;&#61626;&#61642;&#61622;&#61676;
3 พระอินต๊ะ คำรังษี ไม่ทราบข้อมูล
4 พระอุปะละ คำรังษี “
5 พระเทพ เทพจันตา “
6 พระศรีนวล อินทะรังษี “
7 พระธรรมขัน อินทะรังษี “
8 พระจันต๊ะ อินทะรังษี “
9 พระสมบูรณ์ อินทะรังษี “
10 พระอินสวรรค์ อินทะรังษี “
11 พระอินต๊ะจักร์ “
12 พระอิทธิ (มาจากบ้านปอน) พ.ศ. 2455 - 2465 เล่ากันว่าถูกเสือกัดตาย
13 พระพรหมจักร์ อินทะรังษี พ.ศ. 2466 - 2466 ภายหลังสึกมาเป็นมัคทายก
14 พระกันธะวงค์ คำรังษี พ.ศ. 2477 - 2480 บิดาของ อ.สุรินทร์ มัคทายกคนปัจจุบัน
15 พระบุญเหลี่ยม จารุวณโณ พ.ศ. 2481 - 2483 ชาวบ้านหนองแดง
16 พระอภิยศ สิริวณโณ พ.ศ. 2484 - 2488 มาจากเชียงฮ่อน ประเทศลาว
17 พระสนอม อินทวํโส พ.ศ. 2489 - 2490 ภายหลังสึกมาเป็นมัคทายก
18 พระครูสุวรรณธุตคุณ พ.ศ. 2491 - 2538 มรณภาพเมื่อ 26 ม.ค.2538
19 พระอุดม อาสโภ 1 ต.ค.2544 - ปัจจุบัน เปลี่ยนชื่อเป็น พระจตุพร เมื่อปี 2547
หมายเหตุ คัดลอกมาจากเอกสาร ลายมือท่านพระครูสุวรรณธุตคุณ ได้เขียนไว้



สภาพภูมิอากาศ
แบ่งเป็น 3ฤดู คือ
ฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนมีนาคม -มิถุนายน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 40 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน 484.2 มิลลิเมตร
ฤดูฝน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – ตุลาคม ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 938.36 มิลลิเมตรต่อปีอุณหภูมิโดย เฉลี่ยประมาณ 30 องศาเซลเซียส
ฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 8 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน 130 มิลิเมตร
การคมนาคมและการสื่อสาร
การคมนาคมจากจังหวัดน่านถึงบ้านงอบ มีระยะทาง 100 กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดินหมาย
เลข 1080 สายน่าน-ทุ่งช้าง-เฉลิมพระเกียรติ (สมัยก่อนเรียกถนนอดุลยเดชจรัส เคยพบในบันทึกสมุดหมายเหตุรายวันของโรงเรียน ในวันที่ 22 พ.ย. 2491)) เป็นทางราดยางตลอดสาย มีรถประจำทาง น่าน- ปอนวิ่ง วันละประมาณ 10 เที่ยว ตั้งแต่เวลา 05.00 น – 16.00 น. ส่วนถนนในหมู่บ้านเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก
มีศูนย์โทรศัพท์ทางไกลขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย จำนวน 1 แห่ง ตู้โทรศัพท์สาธารณะ
หมู่บ้านละ 1 ตู้ ส่วนในบ้านและส่วนราชการที่อยู่ในหมู่บ้านยังไม่มี การไปรษณีย์ มีลูกจ้างของไปรษณีย์ มาบริการส่งจดหมายทุกวัน
การสาธารณูปโภค
มีไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคบริการตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนน้ำอุปโภคบริโภค ส่วนใหญ่ยังมีปัญหา เพราะขาดแหล่งน้ำถาวร ลำน้ำงอบที่ไหลผ่านกลางหมู่บ้าน ในฤดูแล้งน้ำจะแห่งขอดเป็นช่วง ๆ
บางหมู่บ้าน ได้ขุดเจาะน้ำบาดาลมาทำประปาหมู่บ้าน แต่บางหมู่บ้านไม่มี ยังใช้บ่อน้ำตื้นที่ขุดขึ้นเอามา
ใช้ แต่บางช่วงน้ำก็แห้ง
ประชากร เป็นเชื้อสายไทลื้อ ใช้ภาษาไทลื้อพูดจาติดต่อกัน มีประชากร ดังนี้
หมู่ที่ ชื่อมู่บ้าน หลังคา ชาย หญิง รวม หมายเหตุ
1 บ้านงอบศาลา 116 321 300 621
5 บ้านงอบเหนือ 104 343 341 684
8 บ้านงอบใต้ 95 204 192 396
9 บ้านงอบกลาง 94 213 233 446
10 บ้านใต้ร่มโพธิ์ทอง 101 225 221 446
รวม 510 1,306 1,287 2,593
** ข้อมูลวันที่…1 สิงหาคม 2548



อาชีพและรายได้
อาชีพส่วนใหญ่ทำการเกษตร ได้แก่การทำไร่ ทำนา ทำสวน โดยเฉพาะสวนส้มเขียวหวาน มีรสดีที่สุดของจังหวัดน่าน เฉลี่ยรายได้ 6,336 บาท/คน/ปี ประชากรหนุ่มสาวส่วนใหญ่ ไปหางานทำยังต่างจังหวัด
ศาสนาวัฒนธรรม ประเพณี
ประชากรเกือบทั้งหมดนับถือศาสนาพุทธ ผสมกับไสยาศาสตร์ มีพิธีกรรมที่สำคัญ เช่น
การสู่ขวัญ ,การส่งเคราะห์ ,การสืบชะตา , การเลี้ยงผี การเลี้ยงผีเมือง (ผีประจำหมู่บ้าน)

การเลี้ยงผีเมือง
การเลี้ยงผีเมือง จะทำการเลี้ยง ปี ละ 1 ครั้ง ภายในเดือน 8 (ของท้องถิ่น) ประมาณเดือนมิถุนายน ที่ป่าทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน ชาวบ้านเรียกว่า “ดงหอ“ ผีเมืองหรือเทวดาเมืองที่อัญเชิญมารับการเลี้ยงที่ดงหอ ซึ่งชาวบ้านได้ทำโรงพิธีไว้ที่นั่น เป็นอาคารไม้ มุงด้วยสังกะสี ในสมัยก่อน จะมีเจ้าพ่อเพียง 2 เจ้าพ่อคือ
1. ท้าวพจ๋า มหาจุมปู (น่าจะเป็นท้าวพระยามหาชมพู)
2. เจ้าพ่อข้อมือเหล็ก (เล่ากันว่าเป็นทหารคนสนิทของเจ้าพ่อ)
และมีเจ้าพ่อที่อยู่ตามจุดต่าง ๆของหมู่บ้านอีก 5 จุด คือ
1. เจ้าพ่อบ้านอิง อยู่ตีนเขาด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้าน ปัจจุบันอยู่ทิศเหนือของสถานีตำรวจภูธร ตำบลงอบ) เจ้าพ่อองค์นี้ ชาวบ้านนิยมไปบนบานศาลกล่าวกันมาก ในยามมีกิจที่ต้องการความสำเร็จ เช่น สอบเข้าทำงาน ,เกณฑ์ทหาร ฯลฯ จนบางคนเรียก”เจ้าพ่อหมื่นจิ้น”
2. ผีเสี้ยวบ้าน เดิมอยู่ในคุ้มของ ดต.สุพัฒน์ อินทะรังษี ปัจจุบัน ได้เชิญไปประทับด้วยกันที่เจ้าพ่อบ้านอิง
3. เจ้าพ่อเมืองยู้ (น่าจะเป็นบรรพชนสมัยโบราณ) ปัจจุบันอยู่ในคุ้มของ นายสี–นางอุด อินทะรังษี หมู่ที่ 10 ต.งอบ
4. . เจ้าพ่อเลาก๋าเลาคำ (น่าจะเป็นชาวเขาเผ่าม้งมาเสียชีวิต กลายเป็นเจ้าพ่อ) อยู่ที่นาลุ่ม กินไก่
5. เจ้าพ่อปากท่อ อยู่ติดกับป่าสุสาน บ้านงอบ กินเป็ด
6. เจ้าพ่อดงแก้ว อยู่ที่สวนของนายศรีทอน อินทะรังษี ราษฎรหมู่ที่ 11 ต.งอบ (บ้านใหม่) กินหมา
ในปัจจุบัน เมื่อมีการเลี้ยงผีเมืองประจำปี ก็จะมีการเชิญเจ้าพ่อทั้งหมดไปกินที่ “ดงหอ” พร้อมกัน ไม่ต้องเสียเวลาไปเลี้ยงตามจุดต่าง ๆ และอาหารที่เลี้ยงก็ปรับไปตามความเหมาะสมของเศรษฐกิจในแต่ละปีตามตำราที่บรรพบุรุษได้เขียนไว้ คือ
ออก 1 ค่ำ กินผี ออก 6 ค่ำ กินวัว ออก 11 ค่ำ กินคน
ออก 2 ค่ำ กินไก่ ออก 7 ค่ำ กินควาย ออก 12 ค่ำ กินไก่
ออก 3 ค่ำ กินเป็ด ออก 8 ค่ำ กินช้าง ออก 13 ค่ำ กินเป็ด
ออก 4 ค่ำ กินหมู ออก 9 ค่ำ กินม้า ออก 14 ค่ำ กินหมู
ออก 5 ค่ำ กินหมา ออก 10 ค่ำ กินผี ออก 15 ค่ำ กินหมา
แรม 1 ค่ำ กินวัว แรม 6 ค่ำ กินคน แรม 11 ค่ำ กินวัว
แรม 2 ค่ำ กินควาย แรม 7 ค่ำ กินไก่ แรม 12 ค่ำ กินควาย
แรม 3 ค่ำ กินช้าง แรม 8 ค่ำ กินเป็ด แรม 13 ค่ำ กินเป็ด
แรม 4 ค่ำ กินม้า แรม 9 ค่ำ กินหมู แรม 14 ค่ำ กินหมู
แรม 5 ค่ำ กินผี แรม 10 ค่ำ กินหมา แรม 15 ค่ำ กินหมา
ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่จะหาวันตรงกับวันที่กินหมู ส่วนดอกไม้ ที่นำมาบูชาในวันเลี้ยงจะเป็น สีขาวทั้งหมด เช่นดอกฝ้าย เป็นต้น คนทำพิธีเรียกและป้อนข้าวป้อนน้ำ ซึ่งชาวบ้านเรียน “ขจ้ำ” ก็จะมี หลายคน ตามเจ้าพ่อ ปัจจุบันใช้ ขจ้ำ 7 คน แต่ละคนมักจะสืบเชื้อสายขจ้ำ จากพ่อสู่ ลูก-หลานต่อ ๆ กันมา

ประเพณีและวัฒนธรรมไทลื้อที่จะดูได้ที่บ้านงอบ
1. ภาษาพูด ยังเป็นภาษาไทลื้ออยู่ประมาณ 70 %
2. การแต่งกายไทลื้อ ส่วนใหญ่ในช่วงเทศกาล เช่นวันสงกรานต์
3. อาหารไทลื้อ เช่น เจียวขี้ปลา ห่อนึ่งไก่ ห่อหนึ่งต๊ะ ห่อนึ่งไก (สาหร่ายน้ำน่าน) หลามบอน
ขนมโอ่
4. การเลี้ยงผีเมือง ประมาณเดือนมิถุนายนทุกปี
5. การ “เอามือ” (ลงแขก) ในการทำนา ทำไร่ ทำสวน
6. การละเล่น เช่นการเล่น “มักแหละ” (สะบ้า) เล่นลูกข่าง ดนตรีพื้นเมือง (วงสะล้อ-ปีน) ในช่วง
เทศกาลสงกรานต์
7. การทอผ้าไทลื้อ ดูได้ที่กลุ่มทอผ้าบ้านทุ่งสุน ทุกเวลา




***************************************

(อ.วิทูร อินยา….ผู้เขียน/รวบรวม)

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ประวัติเมืองงอบ     IP: 203.151.140.122
2549-01-12 / 02:59:53

ประวัติวัดศรีดอนชัย ( งอบ )

ตั้งอยู่เลขที่ ๖๓ บ้านงอบใต้ร่มโพธิ์ทอง หมู่ที่ ๑๐ ตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๔ ไร่ ๑ งาน ๘๕ ตารางวา น.ส. ๓ เลขที่ ๖๓๗
อาณาเขต
ทิศเหนือ ๒ เส้น ๑๑ วา ๓ ศอก ติดที่ดินนายอิน,นางบัวตอง,นายบรวงษ์
ทิศใต้ ๒ เส้น ๑๐ วา ติดที่ดินนายอิน , ลำน้ำงอบ
ทิศตะวันออก ๒ เส้น ๑๖ วา ๑ ศอก ติดลำน้ำเหมือง , ที่ดินนายยารังษี อินทะรังษี
ทิศตะวันตก ๑ เส้น ๘ วา ๒ ศอก ติดที่ดินนายสัมพันธ์ ร่อนทอง

อาคารเสนาสนะ
วัดศรีดอนชัย สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ทราบ เนื่องจากไม่มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ได้สอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ภายในหมู่บ้านก็ได้ความไม่แน่นอน แต่ที่พอปรากฎเป็นหลักฐานบ้าง เริ่มตั้งแต่ครูบาอินต๊ะวิชัย เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งผู้เขียนก็ขอสันนิษฐานว่าเป็นผู้ก่อตั้งวัดศรีดอนชัยองค์แรกไว้ก่อน (หากมีหลักฐานที่ดีกว่านี้ขอได้โปรดแจ้งด้วย จะได้ช่วยกันชำระให้ถูกต้อง)
หลักฐานจากคัมภีร์ใบลาน ซึ่งครูบาอินต๊ะวิชัยได้เขียนธรรม เป็นอักษรพื้นเมืองล้านนาโบราณ ระบุไว้ว่า ท่านมาจากเมืองหลวงภูคา สิบสองปันนา เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๕๖ ท่านได้บรรยายถึงสภาพวัดในขณะนั้นว่า “ เขียนแล้วปางอยู่เมตตา วัดศรีดอนชัยงอบ นาล้อมแก้วกว้าง “ ( ซึ่งคัมภีร์ดังกล่าวปัจจุบันยังเก็บรักษาไว้ที่วัด) ครูบาท่านนี้ เป็นผู้ที่มีภูมิรู้ด้านต่าง ๆ หลายด้าน เช่น หมอเมือง (หมอยาสมุนไพร) หมอดูเมื่อ (โหราศาสตร์) รู้ภาษาสัตว์ มีเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาว่า ครั้งหนึ่งครูบาได้จำวัด(นอน)เวลากลางวัน เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่ามีนกมาเกาะต้นสลี (ต้นโพธิ์) หน้าวิหารมากมาย ส่งเสียงร้องดัง สามเณรศิลป์ พระลูกวัดรูปหนึ่งได้เข้าไปถามท่านว่านกมันทำอะไร ท่านได้ตอบว่า “นกมันชวนกันไปกินผลไม้ที่ดอยแง่ม” ซึ่งเป็นดอยที่อยู่ชายแดนไทย-ลาวด้านเชียงฮ่อน นับว่าท่านเป็นผู้มีอภิญญาที่สูงรูปหนึ่ง ท่านมรณภาพในปีใดไม่ปรากฎ แต่มีคนเล่ากันว่าได้ปลงศพท่านที่กลางทุ่งนา หลังบ้านของนายสุพัฒน์ (อิ่น) นางเรือนแก้ว อินทะรังษี ราษฎรหมู่ที่ ๑๐ (บ้านใต้ร่มโพธิ์ทอง) ในปัจจุบัน ในสมัยที่ท่านพระครูสุวรรณธุตคุณ (เขียนทอง) เป็นเจ้าอาวาส รูปที่ ๑๘ ยังมีชีวิตอยู่ ท่านเคยได้ยินคนเล่าว่าเคยเห็นสถูปก่ออิฐอยู่ ท่านจึงออกสำรวจเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๕ และได้พบซากอิฐกองอยู่ ท่านจึงคิดจะสร้างเจดีย์ขึ้นที่นั่น เพื่อเป็นอนุสรณ์ประจำบ้านเมืองไว้ จึงติดต่อขอซื้อที่นาบริเวณดังกล่าว แต่เจ้าของนาไม่ยอมขาย จึงหมดโอกาสที่จะสร้างได้ หลังจากครูบาอินต๊ะวิชัยได้มรณภาพไป ครูบาธนัญไชย ลูกศิษย์ของท่าน ได้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสแทน ประมาณ ปี พ.ศ. ๒๔๑๒ ทราบจากหลักฐานการจารึกอักษรพื้นเมืองล้านนาไว้ที่ฐานพระพุทธรูปไม้ที่อยู่ในโบสถ์ ผู้เขียนขอถือว่า ครูบาธนัญไชย เป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ ๒ ของวัดศรีดอนชัย เมื่อท่านได้มรณภาพ คณะศรัทธาได้ปลงศพท่านที่กลางป่าใกล้วัด ซึ่งปัจจุบันเป็นบ้านของนายเย็น – นางสุพรรณ์ อินทะรังษี และบ้านนายสม – นางคำแปง อินทะรังษี ราษฎรบ้านหมู่ที่ 10 (บ้านใต้ร่มโพธิ์ทอง) ต.งอบ นับตั้งแต่เจ้าอาวาสรูปที่ ๑-๑๐ มาอยู่ที่วัดศรีดอนชัย ก็มีหลักฐานเพียงชื่อเท่านั้น สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ในวัดก็ไม่ปรากฏเด่นชัด เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๘ เจ้าอาวาส(พระครูสุวรรณุตคุณ ) พร้อมกับศิษย์ได้ค้นหาหลักฐานก็ไม่พบอะไร คงจะมีการสร้างวิหาร กุฏิ โบสถ์ ที่ไม่มั่นคงนัก ตามสภาพเศรษฐกิจในสมัยนั้น และสิ่งก่อสร้างก็มีการเสื่อมสลายตามกาลเวลา
และในบริเวณไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก ยังมีร่องรอยวัดร้างอยู่อีก ๒-๓ แห่ง (มีซากอิฐ กระเบื้องหลังคา หินสีมา) ซึ่งก็ไม่ทราบว่าสร้างในสมัยใด
หลักฐานที่พระครูสุวรรณธุตคุณ (เขียนทอง ติสฺสปญฺโญ) เจ้าอาวาสรูปที่ ๑๘ เขียนด้วยลายมือ ไว้ดังนี้ ๑. ได้รับอนุญาตสร้างวัด เมื่อวันที่ ๑๖ เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๒๔๕
๒. ประกาศตั้งวัด เมื่อวันที่ ๑๕ เดือน มีนาคม พ.ศ. ๒๒๔๙
๓. ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๘
๔. ได้ประกอบพิธีผูกพัทธสีมา เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๒
ปรากฏหลักฐานอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๘ เจ้าอาวาสได้สร้างวิหารทรงไทลื้อ มีขนาดกว้าง ๙ เมตร ยาว ๒๐ เมตร ก่ออิฐถือปูนขาวโบราณ เสาไม้เนื้อแข็ง มุงด้วยแป้นเกล็ด(กระเบื้องไม้) และสร้างกุฏิพร้อมกับก่อกำแพงล้อมรอบวัด มีการเฉลิมฉลองตามประเพณี


ประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๗ วิหารได้ชำรุดทรุดโทรมเป็นอันมาก คณะศรัทธาจึงได้ช่วยกันรื้อวิหาร คงไว้เฉพาะพระประธานในวิหาร นอกนั้นได้ช่วยกันสร้างวิหารใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายที่วิหารทรงไทลื้อ ที่เป็นฝีมือของบรรพบุรุษได้ล่มสลายไปในคราวนี้ ( รูปทรงเดิมเหมือนกับวัดบ้านหนองบัว อ.ท่าวังผา ซึ่งเขายังอนุรักษ์ไว้จนถึงปัจจุบัน)
วิหารที่สร้างขึ้นใหม่มีขนาดกว้าง ๙ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สร้างครอบตรงที่เดิม แต่รูปทรงเปลี่ยนไปทั้งหมด แม้แต่บันใดหน้าวิหาร เดิมเป็นรูปสิงห์ ก็เปลี่ยนมาเป็นรูปพญานาค และพระประธานในวิหารเดิมพระพักตร์ขึงขัง สง่า มีอำนาจ คล้ายพระพักตร์พระเจ้าตนหลวง ที่วัดศรีโคมคำ จังหวัดพะเยา ระยะที่สร้างวิหาร คงจะมีไม้หล่นทับ ทำให้พระพักตร์มีร้อยร้าว ช่างจึงได้ซ่อมแซมใหม่ กลายเป็นพระพักตร์ที่หนุ่มแน่น อ่อนหวานกว่าองค์เดิม ประประธานองค์นี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๙๑ นิ้ว สูง ๑๗๙ นิ้ว ฐานสูง ๑๑๔ นิ้ว ลงรักปิดทอง ผนังวิหารมีการวาดภาพชาดกโดยรอบ ได้ทำการเฉลิมฉลองเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๗

โบสถ์
โบสถ์ของวัดศรีดอนชัย สมัยก่อนเป็นโบสถ์ที่สร้างด้วยไม้ ตั้งอยู่กลางสระน้ำหน้าวิหาร มีสะพานไม้เป็นทางเข้าด้านเดียว สมัยโบราณถือวันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ให้สตรีเข้าไปโดยเด็ดขาด จึงสร้างไว้กลางน้ำ ประมาณ พ.ศ. ๒๔๖๕ ได้ย้ายโบสถ์ มาสร้างใหม่ที่ข้างวิหารด้านทิศตะวันตก ตรงที่เดิมก็กลายเป็นบ่อน้ำของวัดไป ชาวบ้านเรียกบ่อโบสถ น้ำออกจากบ่อไม่มีแห้ง แม้ว่าจะแล้งเพียงใด โบสถ์ที่สร้างใหม่ เป็นโบสถ์ที่สร้างด้วยปูน มีขนาดไม่ใหญ่นัก หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เช่นเดียวกับวิหาร มีหน้าต่างเล็ก ๆ ๒ ข้างอยู่ได้ไม่เกิน ๑๐ คน มีประตูเข้าด้านเดียว ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมของพระสงฆ์ โบสถ์หลังนี้ใช้งานมาได้ประมาณ 70 ปี

ในเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ พระครูสุวรรณธุตคุณ เจ้าอาวาส และคณะศรัทธา เห็นว่าโบสถ์ได้ชำรุดทรุดโทรม และมีขนาดเล็กเกินไป ไม่พอเพียงกับจำนวนพระสงฆ์ที่มีมากขึ้น จึงได้รื้อโบสถ์ คงไว้เฉพาะพื้นไม่ให้ใครขุดค้น (ซึ่งปกติคนโบราณมักจะฝังสิ่งของมีค่าไว้) ตลอดระยะเวลาที่ยังไม่ได้สร้างโบสถ์ใหม่ คณะศรัทธาได้ผัดเปลี่ยนกันไปอยู่เวรยามเฝ้าทุกวัน และในคืนวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ ได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น คือ พระครูสุวรรณธุตคุณ เจ้าอาวาสเกิดอาพาธ ปวดแขนและขาซ้ายอย่างรุนแรง ญาติได้นำส่งโรงพยาบาลน่าน แพทย์ได้รักษาโดยการตัดขาข้างซ้ายออกในคืนนั้นเอง (ชาวบ้านได้โจษจันกันว่าสาเหตุมาจาการรื้อถอนโบสถ์ เนื่องจากรื้อโบสถ์ยังไม่ทันครบเดือน) เมื่อรักษาพอทุเลาแล้ว ก็กลับมาจำวัดตามเดิม และได้ร่วมกับคณะศรัทธาได้ช่วยกันหาเงินมาสร้างโบสถ์ต่อไปตามปณิธานที่ตั้งไว้ โดยไปขอผ้าป่าจากกรุงเทพฯ ซึ่งมีคุณปัญญา –คุณสิริลักษณ์ มัณฑนาจารุ เป็นผู้นำผ้าป่ามาถวาย สมทบกับคณะศรัทธาชาวบ้านงอบ
แล้วเริ่มทำการสร้างโบสถ์หลังใหม่ ครอบตรงที่เดิม ขนาด กว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๒ เมตร พระประธานในโบสถ์ คณะศรัทธาวัดกลางบางแก้ว อ.นครไชศรี จ.นครปฐม สร้างถวาย เป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ปางสมาธิ นามว่า พระพุทธวิถีนายก หน้าตักกว้าง ๓๑ นิ้ว สูง ๕๔ นิ้ว กว้าง ๔๑.๕ นิ้ว ทำการฉลองโบสถ์เมื่อ วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๓๘ ก่อนการฉลองโบสถ์เพียง ๓ วัน คือวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๓๘ พระครูสุวรรณธุตคุณ เจ้าอาวาสก็ได้มรณภาพลง)ทางคณะศรัทธาจึงทำพิธีทำบุญสวดพระอภิธรรมศพครบ ๓ วันแล้วปิดศพไว้ชั่วคราวทำการเฉลิมฉลองโบสถ์ต่อเป็นเวลา ๓ วันคือวันที่ ๒๙ มกราคม – ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘
ในอุโบสถ์ ยังมีพระพุทธรูปไม้อีก 16 องค์ (เฉพาะที่ลงทะเบียนไว้) เป็นไม้ส้อ ,งา ,ไม้บุทองแดง เมื่อก่อนเล่ากันว่ามีจำนวนมาก คนสมัยโบราณชอบสร้างพระที่ทำด้วยไม้กันมาก เพราะทำได้ง่าย มีน้ำหนักเบา กฏิ
กุฏิ ที่อยู่ของพระสงฆ์ คงจะสร้างเริ่มตั้งแต่สร้างวัด แต่คงไม่ถาวร ตามสภาพเศรษฐกิจในสมัยนั้นเพราะ ปกติพระสมัยก่อน เคร่งในวินัย อยู่ง่าย ในสมัยพระครูสุวรณธุตคุณ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ท่านได้สร้างกุฏิสงฆ์ ขึ้น ๑ หลัง เป็นเสาปูนก่ออิฐ ส่วนอื่นเป็นไม้ทั้งหมด และได้สร้างกุฏิสำหรับเจ้าอาวาส อีก ๑ หลัง เป็นไม้ทั้งหมด ใต้ถุนสูง สำหรับเก็บพัสดุ ต่อมา ได้ต่อเติมด้านล่าง โดยเทพื้นเป็นคอนกรีต
เมื่อวันอังคารที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๓๙ เวลาประมาณ ๒ นาฬิกา ๔๕ นาที เกิดไฟไหม้กุฏิสงฆ์ จนวอดไปทั้งหลัง สาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ทางราชการและคณะศรัทธา ร่วมกันจัดสร้างกุฏิหลังใหม่ โดยสร้างในที่เดิม เป็นอาคารแบบทรงไทย ๒ ชั้น และได้ทำการรื้อกุฏิเจ้าอาวาสเสีย ได้ทำพิธีทำบุญฉลองกุฏิใหม่ เมื่อวันที่๑ มกราคม ๒๕๔๔

หอระฆัง
หอระฆัง เริ่มสร้างเมื่อปี ๒๕๒๒ โดยออกแบบเป็น ๓ ชั้น ชั้นแรกเป็นที่เก็บพัสดุ ชั้นสองใช้เป็นหอกลอง และชั้นสาม เป็นหอระฆัง เสร็จสิ้นเมื่อปี ๒๕๒๗

ต้นโพธิ์
ที่หน้าวิหารในวัดศรีดอนชัย จะมีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่ 1 ต้น ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าต้นสลี จะปลูกในสมัยใดไม่ทราบ ประมาณกันว่าอายุไม่น่าต่ำกว่า ๑๘๐ ปี หรืออาจปลูกพร้อมกับการสร้างวัดก็เป็นได้ ผู้เขียนเคยถามผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านว่า พวกเราไทลื้อบ้านงอบย้ายมาจากที่ใด ก็ไม่มีใครตอบชี้ชัดลงไปได้ แต่ก็บอกเล่ากันว่า ย้ายมาจากเมืองสิงห์ เมืองนัง สิบสองปันนามา เมื่อปี ๒๕๔๕ ข้าพเจ้าได้มีโอกาส ไปเที่ยวเมืองสิงห์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตประเทศลาวที่ติดกับประเทศจีนตอนใต้ พบว่าที่เมืองสิงห์มีหมู่บ้านชื่อ บ้านดอนชัย” มีภาษาพูดก็คล้ายบ้านงอบเรา เป็นไปได้ไหมที่ พวกเราย้ายมาจากเมืองสิงห์ เมื่อมาอยู่ก็มาตั้งวัดแล้วปลูกต้นสลีขึ้นที่หน้าวัด แล้วตั้งชื่อว่า “วัดสลี๋ดอนชัย” ภายหลังอาจเขียนเป็น “ศรีดอนชัย”ไป เพราะ เท่าที่พบมา เมื่อคนอพยพมาจากเมืองใดมักจะเอาชื่อบ้านเดิมมาตั้งชื่อใหม่อยู่เสมอ
ต้นโพธิ์ต้นนี้ ชาวบ้านถือกันว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้นไม้ตระกูลเดียวกับต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้านั่งสมาธิในวันตรัสรู้ คณะศรัทธาจึงได้ก่ออิฐล้อมรอบโคนต้น เพื่อมิให้ใครไปเหยียบย่ำ โดยเฉพาะผู้หญิงห้ามขึ้น แผ่กิ่งก้านสาขาออกไปโดยรอบ ทุกปีจะมีคนนำเอาไม้ค้ำมาทำพิธีต่ออายุเป็นประจำ บางครั้งกิ่งก้านย้อยต่ำลงมาจนเป็นที่กีดขวางทางเดิน แต่ก็ไม่มีใครกล้าตัดแต่ง เล่ากันว่าหากใครตัดจะมีอันเป็นไป ต้นโพธิ์ต้นนี้เปรียบเสมือนเสาใจบ้านของชาวไทลื้อบ้านงอบ สันนิษฐานว่าในอดีตเมื่อตั้งเสาใจบ้านแล้วจะปลูกต้นโพธิ์ไว้ด้วย

เจดีย์ (พระธาตุ)
ศรัทธาจากพระภิกษุชาวลาวที่อพยพไปอยู่ในประเทศอเมริกาชื่อพระบุญสูง ซึ่งรู้จักมักคุ้นกับเจ้าอธิการจตุพร อาสโภ เจ้าอาวาสวัดศรีดอนชัย รูปที่ ๑๙ ได้บริจาคปัจจัยเป็นทุนก่อสร้างมา จำนวน ๘๐,๐๐๐ บาท แล้วคณะศรัทธาชาวตำบลงอบ ได้บริจาคร่วมสมทบอีกประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท โดยมีพระครูมานพ ติกฺขวีโร (ครูบามานพ) จากวัดพระธาตุหนองจันทร์ ตำบลบ้านหนุน อำเภอสอง จังหวัดแพร่ นำทีมงาน ซึ่งเป็นพระ ประมาณ ~๖-๗ รูป มาเป็นช่างก่อสร้างเจดีย์ โดยใช้แรงงานจากคณะศรัทธาชาวบ้านงอบ ตลอดจนถึงพระเณร กรรมการวัด ทุกฝ่ายได้ระดมช่วยกันก่อสร้าง ทำพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ และทำพิธียกฉัตร / เปิดตาพระเจ้าทันใจ เมื่อวันที่ ๑ เดือนเมษายน ๒๕๔๖ แล้วตั้งชื่อเจดีย์ว่า “ เจดีย์ศรีดอนชัย ” ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 1 เดือน นับเป็นความภูมิใจในความสามัคคีและศรัทธาแรงกล้าของคนไทลื้อบ้านงอบอีกงานหนึ่ง
- พระอุโบสถ กว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๒ เมตร เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ ทำการฉลองเมื่อปลายเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘ โดยเสี่ยปัญญาและศรัทธาชาวตำบลงอบ ในขณะนั้นท่านพระครูสุวรรณธุตคุณ ( เขียนทอง ติสฺสปญฺโญ ) ก็ได้มรณภาพในวันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงจนต้องตัดขาทั้ง ๒ ข้าง
ภายในมีพระประธาน โลหะสำริด หล่อแบบทั้งองค์ไม่มีการต่อ ปางสมาธิ นามว่า “ พระพุทธวิถีนายก “ หน้าตักกว้าง ๓๑ นิ้ว สูง ๕๔ นิ้ว กว้าง ๔๑.๕ นิ้วและพระสาวก ๒ รูป ถวายโดยศรัทธาวัดกลางบางแก้ว อำเภอนครไชยศรี จังหวัดนครปฐม วัดนี้มีอดีตเจ้าอาวาสเป็นพระเกจิ คือ หลวงปู่บุญ ถวายเมื่อคราวฉลองพระอุโบสถ์ ภายในมีพระพุทธรูปไม้ที่ขึ้นทะเบียนไว้อีกหลายองค์
- พระวิหาร กว้าง ๙ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ สมัยพ่อกำนันบุญสวย อินทะรังษีเป็นกำนัน พระประธานในวิหารเป็นปางมารวิชัย แบบปูนปั้นมาแต่โบราณ หน้าตักกว้าง ๙๑ นิ้ว สูง ๑๗๙ นิ้ว ฐาน ๑๑๔ นิ้ว สร้างเมื่อใดไม่ปรากฏ มีการลงลักปิดทองมาแต่โบราณ บูรณะซ่อมแซมสมัยท่านพระครูเขียนทองโดยนายช่างอาคม อินทะรังษี เพราะแขนชำรุด ดังนั้นเมื่อพิจารณาแล้วจะพบว่ารูปลักษณะเปลี่ยนไปจากองค์เดิม
- เดิมใบหูเป็นไม้ซ้อ ศิลปะวิหารเป็นแบบล้านนาไทย ด้านข้างมีเครื่องสูงมีมาแต่โบราณตามประเพณีไทลื้อ ธรรมมาสสร้างโดยพ่อหลวงบรวงษ์ อินทะรังษีและพ่อเจริญ งามธุระ
วัดศรีดอนชัย งอบ สร้างเมื่อปีพุทธศักราช ๒๒๔๙ ผู้สร้างไม่ทราบแน่ชัด รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันพุธที่ ๑๓ เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๗๘ ปีกุน สัปตศก ประกอบพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๒ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐ ( เอกสารของท่านพระครูเขียนทองกล่าวว่า สร้างวัดเมื่อ ๑๖ มกราคม ๒๒๔๕ เป็นวัดโดยสมบูรณ์เมื่อ ๑๕ มีนาคม ๒๒๔๙ )
ภายในวัดมีต้นศรีมหาโพธิ์ อันเปรียบเสมือนเสาใจบ้านของชาวไทลื้อบ้านงอบ ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้านสังเกตโดยอยู่บนที่สูงมองลงมาจะเห็นได้ชัดเจน เป็นสิ่งที่บ่งบอกอายุของวัดได้เป็นอย่างดี เพราะเสนาสนะอื่นมักเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา อนึ่งในการตั้งหมู่บ้านในสมัยก่อนจะมีการตั้งเสาใจบ้านไว้กลางหมู่บ้าน โดยจะนำหลักไม้มาปักไว้พร้อมทั้งปลูกต้นโพธิ์ให้เติบโตคลุมเสานั้นไว้
กำแพงรอบวัด สร้างเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๐
ในสมัยที่ผู้รวบรวมยังเป็นเด็กวัดนั้นได้เกิดอัคคีภัยไหม้กุฏิใหญ่เมื่อ วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๓๙ เวลาตี ๒ กับอีก ๔๕ นาที ไฟเกือบจะไหม้วิหารกับกุฏิเจ้าอาวาสแต่ดับไว้ทันแต่อุโบสถไม่เป็นไรน่าอัศจรรย์
ที่มาของนามวัดศรีดอนชัย (งอบ )
นามวัดศรีดอนชัยนี้ปรากฏในธรรมใบลานเก่าแก่ ดังมีหลักฐานในคัมภีร์ต่าง ๆ ดังนี้
ธรรมมิลินทปัญหา ผูก ๖ ว่า “ ( จุล )ศักราช ๑๑๘๕ ( พ.ศ. ๒๓๖๖ ) ปีก่าเม็ดได้สร้างธรรมมิลินทปัญหา ค้ำจูพุทธศาสนาพระโคดมเจ้า ถราบ ๕,๐๐๐ พระวสา
อินต๊ะวิชัยรัสสะภิกขุลิขิต หตฺถกมฺมกรณ อตโน โชฐก วรจินะพุทธศาสนา นิพฺพานํ ปจฺจโย โหตุ เม นิจฺจํ ธุวํ ดังนี้ฯ แล้วยามกองงาย “ และในธรรมหิมพานต์ ฉบับป่าเจ้าศรีวิชัย “ จุลศักราชได้ ๑๒๑๕ ตัวปีก่าเป้า เดือนก็เดือน ๔ ออก ๑๓ ค่ำ พร่ำว่าได้วัน ๒ ไตรวายเส็ด ยามกองงายแก่จะดาไกแถมแล้ว บริบูรณ์แล้วยามวันนั้นแล นิพฺพานํ ปจฺจโย โหตุ เม นิจฺจํ ธุวํ จิ่งแล จื่อว่าไว้ตังตัวบ่ดีบ่งามก่อนเนอ นามปัญญัติแห่งข้าชื่อว่า อภิยภิกขุ ลิขิตด้วยตนเองเดียวบ่มีไผ๋สุนสักตัวแล มันหากบ่เสมอ ย้อนว่าใจบ่ตั้งสักคาบแล , อภิยอันลุกเมิงเลมมาอยู่วัดเหนือแล้วแลคล้าย(เปลี่ยน)มาอยู่เมตตาวัดศรีดอนไจ( ชัย )กลางวงท่งหลวงเมิงงอบวันนั้นแลฯ ( ตรงกับปี พ.ศ. ๒๓๙๖ ผู้รวบรวม )
ในธรรมสมณจิตตสูตร ผูก ๖ “ ศักราชได้ ๑๑๙๘ ( พ.ศ. ๒๓๗๙,ผู้รวบรวม ) ตั๋วปีรวายสัน เดือน ๑๐ แรม ๑๑ ค่ำ พร่ำว่าได้วัน ๔ ไทเปิกสัน ยามตูดซ้ายกี้แล อภิยภิกขุ ลิขิตตสร้างไว้โชฐก วรพุทธศาสนาพระโคดมเจ้าว่าถราบ ๕๐๐๐ พระวสาแต๊ดีหลี ด้วยเตจ๊ะผลานิสงส์อันข้าได้เขียนธัมม์สูตรตัง ๖ ผูกนี้ ขอจุ่งเปนผะจั๋ยค้ำจูหื้อปันได้หว่ายรอดจอดเถิงเนรปานแต๊ดีหลีแด่เต๊อะ : ลิขิตตะป๋างเมื่ออยู่ปฏิบัติกับด้วยอาจาริยะตนจื่อว่า อินต๊ะวิไชย อยู่เมตตาวัดศรีดอนชัยนาล้อมกลางท่ง เมิงงอบในวันนั้นแล….ฯ
ธรรมสังคิณี ผูก ๖ “ สักขะราช ๑๑๘๖( พ.ศ. ๒๓๖๗ ) ปี๋กาบสัน อินต๊ะวิชัยยัสสะภิกขุได้สร้างเขียนธรรมสังคิณีกับนี้ไว้ค้ำชูศาสนา ๕๐๐๐ พระวัสสาหลีแลนิพพาน ปจฺจโย โหนฺตุเม นิจฺจํฯ
ธรรมเอกทศนิบาติ ผูกต้น “ เสด็จแล้วยามกองงายแก่ข้าธนัญจัยสามเณรลิขิตปางเมื่ออยู่อารามวัดหลวงกลางท่งแล ฯ
ธรรมโพธิปักขิยธรรม ผูกป๋าย สักราช ๑๒๐๐ ตั๋วปีเปิกเส็ด แล้วยามกองงายแก่ข้าอิทธิภิกขุเขียนปางเมื่ออยู่เมตตาวัดดอนชัยวันนั้นแลเจ้า ฯ
ธรรมธาตุกถา ผูกถ้วน ๓ แต้มยามอยู่สถานบ้านนครดอนชัยหัวเมืองลื้อวันนั้นแลเจ้า ฯ
ธรรมนครกัณฑ์ ฉบับล้านช้างจันทบุรี จุลศักราชคณนาแสนขารแต่โบราณศักราชมาเถิงปีบัดนี้ว่าได้ ๑๒๓๒ ตั๋วปีในมะเมีย ไทภาษาว่าปีกดส้าง เดือน ๑๐ โหรา ออก ๗ ค่ำ พร่ำว่าได้วันอังคารไทกดส้าง ยามตูดเช้าก็เป็นที่บริบูรณ์บรมวลแล ฯ ธนัญชัยรามาธิบดีภิกขุลิขิตเลขหตฺถ กมฺมกรณ อตฺตโน โชตก วรพุทธศาสนาพระโคดมเจ้า ตราบต่อเต้า ๕๐๐๐ พระวสา นิพฺพาน ปจฺจโย โหตุ เมตฺตยฺย สนฺติเก อนาคเต นิจฺจํ ภาเว ฯ ด้วยเดชะข้าได้แต้มธรรมผูกนี้ด้วยตัวข้าได้ป๊นจากสัพพะพยาธิโรคาตังมวลมีในกายะสันตะระต๋นตั๋วแห่งข้าหื้อระงับดับไปทุกภาวะชาติ แม้นว่าได้แสนชาติอสงไขยชาติก็ดีขออย่าได้มาก่อกันพันอยู่ในองค์แห่งข้าสักชาติเต๊อะ ฯ ธัมม์กับนี้แต้มยามเมื่ออยู่เมตตาวัดเมืองงอบ ข้าไปอยู่จำพรรษาเมืองและวันนั้นแล แต้มไว้กับวัดเมืองงอบเนอฯ ( ตรงกับ พ.ศ. ๒๔๑๓ )
ธรรมบาลผูก ๗ มณีวรรณภิกขุลิขิตต... จุลศักราช ๑๒๐๘ ตัวปีระวายส้าง เดือน ๑๑ แรม ๑๒ ค่ำ พร่ำว่า ๗ ไตกัดเหม้า
ธรรมพญาหลวงคันคาก ผูก ๓ อะทะภิกจุลิขิตอตฺตโน โชตก วรพุทธศาสนาพระโคดมเจ้า ตราบต่อเต้า ๕๐๐๐ พระวสา นิพฺพาน ปจฺจโย โหตุ เม ฯ ลิขิตป๋างเมื่ออยู่เมตตาศรีดอนชัยแก้วกว้าง ครูบาอินทร์เจ้าสร้างไว้หื้อเป็นราชฐานเมืองงอบวันนั้นแก่ข้าแลฯ
อนึ่งในเอกสารที่ท่านพระครูสุวรรณธุตคุณได้บันทึกไว้ว่า วัดศรีดอนชัยสร้างเมื่อใดไม่ปรากฏแต่สันนิษฐานว่าเจ้าอาวาสรูปแรก คือ ครูบาอินต๊ะวิไชยซึ่งมาจากเมืองหลวงภูคาเป็นผู้ริเริ่มสร้างวัดองค์แรก ท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ด้านต่างๆ เช่น หมอเมือง โหราศาสตร์ รู้ภาษาสัตว์และมีอภิญญาสูง ครั้งหนึ่งครูบาได้จำวัดในเวลากลางวันได้ตื่นขึ้นมาได้ยินนกส่งเสียงร้องกันจำนวนมากบนต้นไม้ สามเณรศิลป์ได้เรียนถามว่า “นกร้องกันว่าอย่างไร” ครูบาตอบว่า “นกมันชวนกันไปกินผลไม้ที่ดอยแง่ม ( ทางไปเชียงฮ่อน ) นับได้ว่าท่านเป็นผู้ที่มีอภิญญาแก่กล้ามาก มรณภาพเมื่อใดไม่ปรากฏแต่ได้มีการฌาปนกิจศพที่กลางทุ่งนา หลังบ้านนายสุพัฒน์ นางเรือนแก้ว อินทะรังษี
พระครูสุวรรณธุตคุณได้สำรวจเมื่อปี ๒๔๙๕ พบก็แต่ซากอิฐและท่านมีความคิดที่จะสร้างพระธาตุที่นั้นด้วยเพื่อเป็นอนุสรณ์ประจำเมือง ฐานะให้ระลึกถึงครูบาท่าน หลังจากที่ครูบาอินต๊ะวิชัยมรณภาพแล้ว ครูบาธนัญชัยลูกศิษย์ท่านได้เป็นเจ้าอาวาสแทนในประมาณปีพุทธศักราช ๒๔๑๐
**อนึ่ง ศรี มาจาก ต้นศรีมหาโพธิ์ , ดอนชัย มาจาก ลักษณะวัดเป็นที่ดอนมีชัยภูมิที่เป็นมงคล สมัยก่อนวัดงอบจะอยู่กลางทุ่งนาไปมาก็ไม่สะดวกเช่นปัจจุบันตามเอกสารอ้างอิงข้างต้น

รายนามเจ้าอาวาสวัดศรีดอนชัย ( งอบ )

๑. พระครูบาอินต๊ะวิไชย ( ประมาณตั้งแต่ พ.ศ. ๒๓๖๖ ) เล่าว่าท่านหูทิพย์ ตาทิพย์ เมื่อมรณภาพแล้วปลงศพที่บริเวณบ้านนายอิ่น นางเรือนแก้ว ม. ๑๐
๒. พระครูบาทนัญไชย ( ประมาณ พ.ศ. ๒๔๐๗ จารึกฐานพระไม้ในอุโบสถ) เป็นลูกศิษย์ครูบาอินฯ เมื่อมรณภาพปลงศพที่ริมน้ำงอบใต้ บริเวณบ้านนายสม นางคำแปง , นายค๊ะ นางใส ม. ๑๐
๓. พระอินต๊ะ คำรังษี ( ลาสิกขา )
๔. พระอุปาละ คำรังษี ( ลาสิกขา )
๕. พระเทพ เทพจันตา ( อดีตพ่ออาจารย์วัด )
๖. พระศรีนวล อินทะรังษี ( ลาสิกขา )
๗. พระธรรมขัน อินทะรังษี ( ลาสิกขา )
๘. พระจันต๊ะ อินทะรังษี ( อดีตพ่ออาจารย์วัด )
๙. พระสมบูรณ์ อินทะรังษี ( ลาสิกขา )
๑๐. พระอินสวรรค์ อินทะรังษี( ลาสิกขา )
๑๑. พระอินต๊ะจักร( ตุ๊เจ้าป๊อก )
๑๒. พระอิทธิ มาจากเมืองปอน พ.ศ. ๒๔๕๕ – ๒๔๖๕
๑๓. พระพรมจักร อินทะรังษี พ.ศ. ๒๔๖๖ - ๒๔๗๖ ( อดีตพ่ออาจารย์วัด )
๑๔. พระคันธวงศ์ คำรังษี พ.ศ. ๒๔๗๗ - ๒๔๘๐
๑๕. พระบุญเหลื่อม จารุวณฺโณ พ.ศ. ๒๔๘๑ - ๒๔๘๓
๑๖. พระอภิยศ สิริวณฺโณ เชียงฮ่อน สปป.ลาว พ.ศ.๒๔๘๔ - ๒๔๘๘
๑๗. พระสนอม อินทวํโส ( อินทะรังษี ) พ.ศ. ๒๔๘๙ - ๒๔๙๐ (อดีตพ่ออาจารย์วัด)
๑๘. พระครูสุวรรณธุตคุณ ( เขียนทอง ติสฺสปญฺโญ ) พ.ศ. ๒๔๙๑ - ๒๖ ม.ค. ๒๕๓๘
๑๙. เจ้าอธิการจตุพร ( อุดม ) อาสโภ ๑ ต.ค. ๒๕๔๕ – ปัจจุบัน เจ้าคณะตำบลงอบ-ปอน
แผนที่วัดงอบตามโฉนด เล่มที่ ๕ หน้า ๑๒๘ เลขที่ ๖๓๗( ลงวันที่ ๑๖ มิ.ย. ๒๕๑๙ )
ที่ดินนางบัวตอง
ที่ดินนายบรวงษ์
ทิศเหนือ
ที่ดินนายอิน
๔-๑-๘๕ ไร่
ที่ดินนายสัมพันธ์
ที่ดินนายยารังษี

ที่ดินนายอิน
ถนน
ลำน้ำงอบ


ร่องรอยวัดร้างในเขตตำบลงอบ
๑. อยู่ในคุ้มนายเหลา –นางขัน ม.๙ (ขุดได้พระพุทธรูปแต่ไม่มีเศียร)
๒. บ้านฮ่ม ปัจจุบันอยู่ในสวนของนายบุญยัง – นางต๊ะ วันชนะ
๓. ดงรัก อยู่ที่ด้านทิศตะวันตกของหาดลาน(น้ำน่าน) สบห้วยป่าบอน ปัจจุบันเป็นสวนของนายเล็ง (เดิมเป็นสวนของอ.อร่าม อรุณานันท์ )
๔. ที่บ้านเก่า ติดกับนาตาล
๕. ที่นาดง เดิมเป็นของนายใจ อินทะรังษี ขายให้ อ.สนั่น งามธุระ ๖. ที่คุ้มนายเลื่อน คำรังษี (ที่โรงสีในปัจจุบัน)
๗. วัดเม็ง (บ้านน้ำลาดเก่า) ขุดได้เศียรพระพุทธรูป และฆ้อง
๘. ที่ห้วยป่าหวาย อยู่ด้านทิศตะวันออกของบ้านทุ่งสุน (มีซากอิฐ ดินขอ)ปัจจุบันเป็นสวนของนายเมืองอิน วันชนะ
๙. ที่นาสางเหนือ (บ้านทุ่งสุน ปัจจุบันเป็นสวนของนาย.........................


รายนามเจ้าอาวาสวัดศรีดอนชัย อดีต - ปัจจุบัน

ที่ ชื่อ / ฉายา ปฎิบัติหน้าที่ระหว่าง พ.ศ. หมายเหตุ
๑. พระอินต๊ะวิชัย (พระครูบา) ประมาณ พ.ศ.๒๓๕๖ หลักฐานจากคัมภีร์ใบลานในวัดที่ท่านได้เขียนไว้ว่า ท่านมาจากเมืองหลวงปูคา สิบสองปันนา
๒. พระธนัญชัย (พระครูบา) ประมาณ พ.ศ. ๒๔๑๔ จากจารึกที่ฐานพระพุทธรูปในอุโบสถ์
๓. พระอินต๊ะ คำรังษี ไม่ทราบข้อมูล
ที่ ชื่อ / ฉายา ปฎิบัติหน้าที่ระหว่าง พ.ศ. หมายเหตุ
๔. พระอุปะละ คำรังษี “
๕. พระเทพ เทพจันตา “
๖. พระศรีนวล อินทะรังษี “
๗. พระธรรมขัน อินทะรังษี “
๘. พระจันต๊ะ อินทะรังษี “
๙. พระสมบูรณ์ อินทะรังษี “
๑๐. พระอินสวรรค์ อินทะรังษี “
๑๑. พระอินต๊ะจักร์ “
๑๒. พระอิทธิ (มาจากบ้านปอน) พ.ศ. ๒๔๕๕- ๒๔๖๕ ๑๐ ปี เล่ากันว่าถูกเสือกัดตาย
๑๓. พระพรหมจักร์ อินทะรังษี พ.ศ. ๒๔๖๖ - ๒๔๗๗ ๑๐ ปี ภายหลังสึกมาเป็นมัคนายก
๑๔. พระกันธะวงค์ คำรังษี พ.ศ.๒๔๗๗ - ๒๔๘๐ 4 ปี บิดาของ อ.สุรินทร์ มัคนายก
๑๕. พระบุญเหลี่ยม จารุวณฺโณ พ.ศ. ๒๔๘๑ - ๒๔๘๓ ๑ ปี ชาวบ้านหนองแดง ( อ. เชียงกลาง )
๑๖. พระอภิยศ สิริวณฺโณ พ.ศ. ๒๔๘๔ - ๒๔๘๙ ๕ ปี มาจาก เชียงฮ่อน ประเทศลาว
๑๗. พระสนอม อินฺทวํโส พ.ศ. ๒๔๘๙ - ๒๔๙๐ ๑ ปี ภายหลังสึกมาเป็นมัคนายก
๑๘. พระครูสุวรรณธุตคุณ
( เขียนทอง ติสฺสปญฺโญ ) พ.ศ. ๒๔๙๑ - ๒๕๓๘ ๔๗ ปี มรณภาพเมื่อ 26 มกราคม 2538
๑๙. เจ้าอธิการจตุพร อาสโภ ๑ ต.ค.๒๕๔๔ - ปัจจุบัน ( เจ้าคณะตำบลงอบ- ปอน )


รายชื่ออาจารย์วัด (มัคทายก) วัดศรีดอนชัย บ้านงอบ

ที่ ชื่อ - สกุล ทำหน้าที่ระหว่าง พ.ศ. หมายเหตุ
๑. อาจารย์พรมจักร อินทะรังษี ๒๔๗๖ - ๒๔๘๖
๒. อาจารย์จันต๊ะ อินทะรังษี ๒๔๘๗ – ๒๕๐๔
๓. อาจารย์จำลอง อินทะรังษี ๒๕๐๕ - ๒๕๐๖
๔. อาจารย์เทพ เทพจันตา ๒๕๐๗ - ๒๕๑๘
๕. อาจารย์จำลอง อินทะรังษี ๒๕๑๙ - ๒๕๒๑ ทำหน้าที่ครั้งที่ 2
๖. อาจารย์สนอม อินทะรังษี ๒๕๒๑ - ๒๕๓๙
อาจารย์สุรินทร์ คำรังษี ๒๕๔๐- ปัจจุบัน

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ตุ๊เจ้าบู๊     IP: 203.113.51.164
2549-01-20 / 08:21:41

ฮิฮิฮิ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : แดนน่า     IP: 203.113.51.164
2549-01-20 / 01:50:45

วันนี้ผมมีมีดลูปมาหื้อผ่อครับ ชอบสะสม เอ็ดดี้ 06 -1838812 (หลานกำนันสวย)

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : เกริกเกียรติ อินทะรังษี     IP: 124.157.232.83
2549-08-24 / 10:04:57

อยากทราบว่ามีผู้ใดที่จะบอกว่าการเรียนภาษา ของชาวสิบสองปันนา นั้นจะหาได้ที่ไหนครับในเรื่องของการพูด ถ้ารู้กรุณาด้วยครับ อยากที่จะหัดพูดครับ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : kuntanabadee kuntanabadee@hotmail.com    IP: 61.90.155.1
2549-08-28 / 01:13:53

คลั่งไคล้ภาษาเหนือ แต่ไม่ค่อยเข้าใจ แต่เราชอบฟังนะ ว่างๆก็แอดมาคุยกันมั่ง ขอเป็นภาษาเหนือนะ(ชอบมากคับ)

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : เจ jedecho@hotmail.com    IP: 203.150.132.242
2549-09-11 / 11:30:02

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย :     IP: 203.150.132.242
2549-09-12 / 06:39:49

ผมเปิ้นคนเหมินกั๋น จาก อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเจียงใหม่

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : เณรลื้อ     IP: 203.172.187.26
2549-09-18 / 12:23:22


วิถีของชาวไทลื้อเป็นคนเรียบง่ายน่าศึกษาค้นคว้านะ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : วัชรกรณ์ เมืองมูล    IP: 203.113.17.146
2549-10-08 / 08:45:04

ดีใจ๋เจ้าตี่เกิดเป็นคนลื้อบ้านงอบ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : เวย์เจ้า *-*    IP: 203.190.250.104
2549-11-29 / 02:30:05

เจ้าก๋อปิ๋นกุนลื้อเหมืนกันหน๋อ เจ้าดีใจ๋ตี๋มีปี๋น้องลื้อเหมืนกัน เจ้ามีญาติอยู่ตี๋เมืองงอบโตย ถ้ามีงานไทลื่อบ้านงอบเจ้าอิ๊ไป๋แอ๋วผอเน้อ เจ้ายังบ่เกยไปเมืองงอบเลย อิลองไปแอ๋วเน้อ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : น้ำหวานลื้อบ้านธาตุ อำเภอเจียงคำเจ้า sarakthontee@hotmail.com    IP: 58.137.36.241
2550-01-31 / 12:33:13

เป็นคนงอบ ลูกสมจอด อยู่แต่ที่เดิม (เอก)

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : รายงานตัว admin_computer9@hotmail.com    IP: 124.120.229.170
2550-03-08 / 02:05:11

ลื่อเมิงงอบ ลื่อเมิงโป

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ลื้อบ้านหล่ายทุ่ง เอ    IP: 61.7.173.194
2550-05-02 / 10:21:13

หวัดดีคับผมเกยบวชกับตุ๊ลุงคำวัดบ้านห้วยโป่ง ตำบลสะเอียบผมเกยไปวัดพระธาตุหนองจันทร์มั่นคับตอนตี่ไปกิ๋นสลากคับวัดพระธาตุมีความงดงามคับเป๋นตี่คนนับถือแต้ๆๆคับ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : แช้ม ยืนยง ชาวบ้านห้วยโป่ง ตำบลสะเอียบ camps_555@hotmail.com    IP: 58.8.106.203
2550-06-20 / 11:01:23

http://www.cdthaimovie.com/ เหมาะสำหรับคนไทยในต่างแดน
แนะนำ เว็ปด์ไซด์จำหน่ายดีวีดี และวีซีดี หนังชุด และเพลงดังสุดฮิตจากหลายค่าย ให้แก่คนไทยที่อาศัยอยู่ทั้งในใน และต่างประเทศทั่วโลก มีหนังชุดจากหลากหลายประเภทให้เลือกซื้อเลือกชมมากมาย อาทิ เช่น หนังจีนชุด หนังเกาหลีชุด หนังฮ่องกงชุด หนังไต้หวันชุด รวมถึงละครไทยชุด เรานำเสนอในเวอร์ชั่นภาษาไทยเพื่อเป็นการเอาใจคนไทยในต่างแดน / รวมทั้งเรายังมีเพลงดังสุดอิตจากหลายกหลายค่าย และจากหลายๆศิลปินสุดฮิตยอดนิยมมีให้ ท่านได้เลือกแช่น เพลงไทยสากล เพลงไทยลุกทุ่งและเพลงสากล รวมทั้งบรรดาเพลงที่ออกมาใหม่ๆแกะกล่อง เชิญพบกับหนัง/และเพลงยอดนิยมจำนวนมากมายที่เราคัดสรรมาเพื่อคุณที่นี่ที่เดียว

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : cdthaimovie.com support@cdthaimovie.com    IP: 203.144.160.251
2550-10-11 / 07:59:21

ฉันรักภู

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : สตาง poo_239@hotmil.com    IP: 125.25.218.218
2550-11-03 / 01:57:51

นามสกุล " คำรังษี " เกิดที่อิสาน หน้าตาไม่เหมือนคนแถวบ้าน เพิ่งรู้ว่ามีเชื้อสาย"ไทลื้อ"ตอนที่คุณ ดร งามธุระ (ลูกแม่ต๋อม) ทักที่ศาลเชียงใหม่ จะพยายามหาโอกาสไปบ้านงอบเพื่อตามหาสายเลือด ไทลื้อบ้านงอบใครมีอะไรแนะนำหรืออยากรู้จักเมล์ มาบอกด้วยน่ะ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : วิเชียร wichianlaw@hotmail.com    IP: 203.144.143.11
2550-11-28 / 06:12:45

คิดถึงบ้านเฮ้าคงหนาวมาก อยากกลับไปแอ่ว

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : (เอก)หมู่ 10 บัณฑิต อินทะรังษี admin_computer9@hotmail.com    IP: 203.144.160.246
2551-01-10 / 05:11:47

แวะมาทักทายไม่มี Comment เลย บ้านเราเป็นไงบ้างน้อๆ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : เอก admin_computer9@hotmail.com    IP: 203.144.160.250
2551-02-27 / 08:03:48

โอ้โห้ มีเว๊บเมืองงอบตวย บ่ฮู้มาก่อนนะนี้ ดีแต้ ๆ เลย จะได้เผยแพร่ประวัติเมืองงอบฮื้อคนเมืองอื่นฮู้ผ่อง แล้วบ่ดีลืมลงเกี่ยวกับสินค้าการเกษตรของเมืองงอบตวยเน้อ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ติ๋ม ม.8 rontong.j@chaiyo.com    IP: 125.25.51.230
2551-07-04 / 04:40:58

บ่ได้ปิ๊กบ้านงอบมาหลายปีแล้ว
กึดเติงหาขนาด

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : สิงห์ ข้างวัด sing6969@hotmail.com    IP: 202.149.25.241
2551-07-22 / 08:35:11

แวะมาบ่ดายบ๊ายบายเน้อ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : คนป๋ายดอย tc-bbb3@hotmail.com    IP: 118.172.125.8
2551-08-13 / 09:48:22

ตอนนี้ปลายฝนตอนหนาวแล้ว

อากาศคงหนาวมาก


..........ไข๋เติงหาเฮือนขนด..............


คงต้องรอปิดเทอมก่อน

ถึงด้ายปิกเฮือน

อยู่ไหนก้บ่เหมือน

อยู่บ้านเฮา

******** ฮักเมืองงอบเจ้า******

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ละอ่อนเมืองงอบ A_supalak1932@hotmailk.com    IP: 61.7.144.15
2551-11-14 / 09:18:35

ทางวัดงอบของเฮากำลังจะสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่เน้อขอบอกบุญแด่ และเมษาปีหน้าตางโองเฮียนบ้านงอบจะมีผ้าป่ารุ่นศิษย์เก่าเน้อ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : พระใบฎาดำรงเกียรติ ธีรวํโส( ตุบู๊ )     IP: 118.172.123.69
2551-11-16 / 11:49:29

เห็นวัดงอบกำลังจะแปงเฮื้อนไทลื้อ และศาลาการเปรียญหลังใหม่ มีหยังตี้จะฮื้อข้าน้อย (กิจลูกน้อยหวัด) จ่วยก็บอกมเน้อ ย้ายมาทำงานเมืองปอนแล้ว

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : กิจ sukit_thep@hotmail.com    IP: 118.173.247.49
2551-12-08 / 05:55:33

จื่อมิลค์เจ้า ลูกป่อดุลย์ - จม ม.8 ไขเติงหาบ้านขนาดเลยปั๋นอี้ท่าจะหนาวขนาดนักเลยบ่กึดเลยว่าจะมีเว็บของบ้านเฮา พี่เอก (บัณฑิต) มิลค์จำได้เอาไว้สงกรานก่อยปะกันเน้อ ดีใจ๋ขนาดตี่ได้ปะเว็บนี้ ไขเติงหาคนบ้านงอบทุกหมู่เลย

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : มิลค์ Panida_milk@hotmail.com    IP: 125.25.93.22
2551-12-10 / 09:56:42

ผมเป๋นคนเจียงคำ(บ้านร่องค้อม)โดยกำเหนิดแต่ต้นตะกู๋ล เป๋นคนน่าน (บ้านงอบ)ผมไปแอ่วหาปี้หาน้อง ตี้บ้านงอบหมั่นอยู่เหมือนกัน ผมกึ๊ดว่าคนตี้ไจ้นามสกุล อินทะรังษี , คำรังษีเ ป็นปี้เป็นน้องกันหม้ดน่ะ ถึงแม้ว่า..จะบ่ฮู้จักกันก่จ๊างเต๊อะ ผมดีใจขนาดตี๊ มาปะใส่เว็บนี้ โดยการค้นหา ตระกู๋ล อินทะรังษี

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ชาติชาย อินทะรังษี(คนเจียงคำ) cc.intra_13@hotmail.com    IP: 118.172.75.82
2551-12-26 / 12:47:26

55555555555555555555555555555555555555555555555555555555555

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ->LuC!Fel2<- Del< Ng๏l3 ! x นื o    IP: 115.67.228.145
2552-02-10 / 05:47:37

คนบ้านงอบเก่างอบเหนือ(ม.5)ไม่น่าเชื่อ......ลูกทักษิน 5555 + พ่อผมเป็นพระเจ้า เชื้อจ้าว. . .. . Ngob ตั้งแต่อะดีดถึงปัดจุบัน...พอเหอะ- -เคยโดนจับมาแล้ว...10 คั้งกว่า(มีไรต่อยกะพ่อหลวงกุไหม) Misu สีขาว ~ เจ้าพ่อ YaKuZa

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ->LuC!Fel2<- Del< Ng๏l3 ! x นื o    IP: 115.67.228.145
2552-02-10 / 05:51:59

ไฟกิ่งดับ ช่วยๆซ่อมแด่ก่า มันมืดมานานแล้วคับ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : อั้น งอบศาลา mangmoy_per@hotmail.com    IP: 118.172.127.10
2552-08-25 / 08:11:45

ฮักคนงอบทุกคนเลย....

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : โอ๋งอบ kingdom_boy01@hotmail.com    IP: 112.143.60.156
2552-09-09 / 07:29:14

มีเว๊บของบ้านงอบโตยดีใจ๋ขนาด และบ่ได้ปิ๊กเฮือนเมินแล้ว ได้ข้อมูลข่าวสารดีแต้

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : หนุ่ม บ้านเหนอ ดาต้าโอม    IP: 58.10.128.10
2552-10-13 / 01:28:48

หนานเอ็มรายงานตัวครับ.."ตุ๊บู๊ พระใบฎาดำรงเกียรติ ธีรวํโส" หาประวัติมาให้ได้อ่านได้ดีมาก อ่านแล้วคิดถึงเมืองงอบมาก จากเมืองงอบมาหลายปี แต่ไม่เคยลืมเมืองอบ สถานที่เกิดแม้แต่วันเดียว มีโอกาสจะกลับไปเยี่ยมบ้าน ไปเยี่ยมยาย ลุง ป้าน้า อา พ่อหลวง แม่หลวง หลานๆทุกคน ไปหาเพื่อน ไปไหว้พระ ไปกินส้มเขียวหวาน (ใกล้หน้าส้มออก)..ไม่ยักรู้ว่ามีเวปแบบนี้ด้วย ถ้ารู้เข้ามานานแล้ว

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : หลานหลวงหนานเรือน "บ้านข้างวัดงอบ" chaiyan_ja@hotmail.com    IP: 203.155.165.15
2552-10-14 / 04:56:18

"ตุ๊บู๊" ว่างๆหาประวัติ "แก้วกินหมอก" และวัตถุมงคลเมืองงอบ มาให้อ่านด้วย..ถ้ามีภาพงานกิจกรรมที่เกี่ยวกับเมืองงอบ หามาลงให้ดูด้วย..............ไขเติงหาบรรยากาศที่เมืองงอบ
087-5880591,02-7774097(หนานเอ็ม)

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : หลานหลวงหนานเรือน "บ้านข้างวัดงอบ" chaiyan_ja@hotmail.com    IP: 203.155.165.15
2552-10-14 / 05:02:07

รู้สึกภูมิใจที่มีจาวบ้านงอบมาชมหน้าบอร์ดนี้ สักวันจะสร้างเว็บไตลื้อบ้านงอบหื้อได้เจริญพร ถ้าไผ๋ไข๋ได้ข้อมูลบ้านงอบเฮาก็ติดต่อ--ได้ที่ ๐๘๗๑๘๙๕๙๓๗ สาธูเจ้าบู๊

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : พระใบฎีกาดำรงเกียรติ คำรังษี ( บู๊ ) dumbubu@hotmail.com    IP: 202.149.25.241
2552-10-24 / 07:29:55

หมู่เกิด27ปี๋ใหม่นี่ปะกั๋นเน้อฮักคนเมืองงอบขหนาด

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : หนานป่าแกนเน้อ jeeddo@hotmail.com    IP: 119.42.83.230
2552-11-05 / 05:54:02

เจ้าก้อเป๋นคนบ้านงอบเหมือนกัน

ดีใจ๋จาดนักตี่ได้เกิดมาเป๋น

จ้าวลื้อ(บ้านงอบ)

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ละอ่อนต่อนแต่น(บ้านงอบ) thinky_thinktong@hotmail.com    IP: 118.172.135.196
2552-11-09 / 04:25:47

เฮาก้อดีใจ๋ ที่ได้เกิดเป็นคนเมืองงอบ

เมืองงอบดีแต้ๆๆๆ

คนมีน้ำใจ

สาวก้องามหลายๆๆ

โดนเฉพาะหมู่ 1 เน้อ

สาวอย่างหลาย

คึดถึงบ้านงอบเน้อ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : สาวน้อย หมู่ 1 yui-aiaw2009@hotmail.com    IP: 118.172.155.51
2552-11-23 / 10:24:04

เดี๋ยวนี้บ้านงอบอย่างหนาว

โดยเฉพาะตอนจ้าว

เดี๋ยวนี้หน้ามักส้ม

อยากให้มีงานส้มอีก

สนุกดี

จะได้โปรโมต

บ้านงอบอีกทางนึง

จาก หลานแม่หลวงใส พ่อหลวงสม หมู่ 1

ลูกโยงต๋า

เด็กเจ้าพ่อบ้านอิง

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : สาวน้อย หมู่ 1 yui-aiaw2009@hotmail.com    IP: 118.172.136.52
2552-11-23 / 10:33:37

ผม เนตรน้อง หนานกึ่ม เน้อ ม.9 เน้อ

ไข ปิก เฮือน ขนาด หนัก

บ้านเฮา หนาวละ ก่า

สิ้นปี เก่า 30 ธ.ค.-3 ม.ค. ปะกันเน้อ

แก้บน ที่บ้าน อิง เน้อ สู

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : จ่าอากาศตรีดันฉัตร อินทะรังษี Dunchat_in@rtaf.mi.th    IP: 125.24.83.218
2552-11-28 / 09:45:26

ผ๋มฮักคนเมิงงอบทุกคนจ้า

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : หวินคัฟตุ๊ปี๊ ม.9citti lobanyen_ngob@hotmail.com    IP: 125.25.198.116
2552-11-29 / 01:37:35

รู้สึกภูมิใจที่มีคนบ้านงอบมาเยี่ยมบอร์ดสนทนานี้ เจริญพร

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : สาธุเจ้าบู๊ dumbubu@hotmail.com    IP: 202.149.25.235
2552-12-12 / 04:36:36

ฮักคนเมืองงอบทุกคนเยยยยยยยยย

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ศรีบัวข้างวัด boa_6699@hotmail.com    IP: 118.172.150.145
2552-12-22 / 06:22:21

ป๊าดดดดดดดดดดดด!!!เท๊าะ บ้านเฮาก็เน๊าะมีสะปะสะเปดอ บต.ทัยเน้อคนงามหมู่ 8 ^^''

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : อบต.ทัย nu_snow@hotmail.com    IP: 118.172.155.216
2552-12-26 / 05:10:38

ปาปีเทาะ ปีผ่ายก่อเล่นกับเขาเหแนะ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : เด็กงอบกลางข้าง ห่อประชุมเน้อ lobanyen_ngob@hotmail.com    IP: 118.172.149.81
2553-01-09 / 08:47:45

พึ่งฮู่ว่าบ้านงอบมีเว็บโต๋ย หลายปีแล้วบ่ได้กลับบ้านงอบ อยู่พิดโลกไผ่ผ่านมาก้อแวะแอ๋วหาก้อแล้วกัน หน่อง ลูกตา-เพ็ญบ้านไต๋ 0866193941

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : สกาวเดือน ปัทมสิริวัฒน์ (อินทะรังษ๊มาก่อน) sakawdaun_pat@homail    IP: 117.47.163.49
2553-01-15 / 09:34:56

ลูกหลานเมืองน่าน สกุล อินทะรังษี ท่านนี้ เป๋นหน่อดีจ๋าวงามเมืองเจียงคำ คนเมืองเจียงคำขนานนามท่านว่า ครูบาน้อยเมืองเจียงคำ ต๋นบุญแห่งดินแดนเมืองไทลื้อ คือ ท่านพระครูบาสิทธิชัย หรือ ท่านครูบาอู๋ ผมไปกราบไหว้สาท่านมาคับ ท่านนามสกุลอินทะรังษี เป๋นลูกหลานคนบ้านงอบ อ.ทุ่งช้าง ท่านมีกิริยามาทน่าเลื่อมใส อู้จ๋าม่วนเพราะ เทศน์เก่ง ข้อที่สำคัญ ด้านเมตตามหานิยม ท่านไม่เป๋นรองไผ๋

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ศักรินทร์ รวมหมู่ pong_sukkarin@windowslive.com    IP: 118.172.128.237
2553-01-31 / 02:31:00

สวัสดีคับ อ้ายศักรินทร์ อยากได้รูปท่านครูบาสิทธิชัย แต้ๆๆคับ
รบกวนส่งหื้อ ชมป๋าระมีจิ่มคับ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : น้อยต้อม ดอนชัย tom_teerasuk@hotmail.com    IP: 118.172.128.237
2553-01-31 / 05:47:17

คิดถึงบ้านงอบ
ไขปิกบ้านแต้ๆๆ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : เด็กข้างน้ำงอบ+ป่าซาง mickey.mouse_2534@hotmail.com    IP: 115.87.84.164
2553-03-07 / 07:05:13

ไขเติงหาบ้านงอบขนาดหนัก ปี่ใหม่งอบคงบ่ได้ไป ติดงานตี่กุ๋งเทบ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : หนุ่ม บ้านเหนอ data ohm .com    IP: 58.10.128.69
2553-03-25 / 02:23:04

วันนี้ทางสภาวัฒนธรรมตำบลงอบ นำโดยอ.วิทูร อินยา ร่วมกับหน่วยงานราชการในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และส่วนที่เกี่ยวข้อง จะจัดประชุมเพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการสืบสานวัฒนธรรมไตลื้อของบ้านเราให้คงอยู่สืบไป อันดับแรกจะจัดให้มีลานวัฒนธรรมที่หน้าบ้านไตลื้อ ใครที่อยากจะเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบการจัดกิจกรรมลานวัฒนธรรม หรืออื่นๆที่เป้นประโยชน์กับบ้านงอบของเราก็เสนอมาได้เน้อ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : นกลูกคำยอดบ้านเหนือ alisa.115@hotmail.com    IP: 118.173.225.69
2553-05-18 / 09:19:36

รูปท่านพระอาจารย์สิทธิชัย คับ ตามคำขอ หามาช้าไปหน่อย เพราะหายากคับผม

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ศักรินทร์ รวมหมู่ pong_sukkarin@windowslive.com    IP: 113.53.143.180
2553-05-25 / 01:49:50

พระอาจารย์สิทธิชัย วัดร้องเก่า

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : ศักรินท่ร์ รวมหมู pong_sukkarin@windowslive.com    IP: 113.53.143.180
2553-05-25 / 01:55:53

กึดเติงหาบ้านขนาด

ไขปิกบ้านก้อบ่ด้ายปิก

กึดเติงหา อิป้อ อิแม่ ป้อหลวง ป้า ๆ ลุง ๆ ขนาด

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : เด็กน้อยหมู่ 1 เด็กตีนดอย momay_jack@hotmail.com    IP: 118.172.142.2
2553-06-21 / 07:18:38

ภูมิใจ๋ตี้เกิดเป็นลื้อ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : คนเมิงงอบ     IP: 180.180.182.142
2553-07-15 / 12:31:49

ไขหู้ประวัติฟ้อนเจิงขนาดเลยเจ้า
ไผมีความฮู้ด้านนี้ผ่อง
จ่วยลงประวัติหื้อแด่เจ้า

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : คนเมิงงอบ     IP: 180.180.182.142
2553-07-15 / 12:34:44

คิดถึงบ้านงอบจังเลยคับ

จากคนม.5 งอบเหนือ@ป่าซางลำพูน

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : เกริก(เกมส์) nouvo75@hotmail.com    IP: 61.7.177.104
2553-07-21 / 11:28:12

ภูมิจัยจริงๆที่ด้ายเกิดเป็นคนไทลื้อ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : เกริก(เกมส์) nouvo75@hotmail.com    IP: 61.7.177.104
2553-07-21 / 11:34:47

ตุปี่บู้ ผมได้เลื่อนยศละเน้อ เป็น จ่าอากาศโท ระเน้อ

ผมอยากหู้ว่าบ้านงอบเป็นจะฮือ ผ่อง

น้ำงอบท่วม ก่อ ตุปี่

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : จ.ท.ดันฉัตร อินทะรังษี Dunchat_in@rtaf.mi.th    IP: 110.169.24.220
2553-08-14 / 11:12:16

คิดถึงเมืองงอบจังคับ

อยากปัยเมืองงอบจัง

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : เกริก nouvo75@hotmail.com    IP: 61.7.161.78
2553-09-08 / 09:17:09

อยากกิ๋นก้วยเต่วร้านหน้าวัด

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : แมงแต๊ปนาโฮ้ง     IP: 115.87.41.155
2553-10-25 / 08:52:00

หลายหนาน

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : แมงดานาแล้ง nawin_nan@hotmail.co.th    IP: 115.67.117.205
2553-12-16 / 06:23:54

ผมฮักเมิงงอบ ฮักตี้สุดเน้อ




ป๊าดโท๊ะๆๆๆฮักเมิงงอบบบบบบบบ

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : โอ๊ต oat_thep@hotmail.com    IP: 118.172.126.139
2553-12-21 / 06:42:55

คิดถึงบ้านงอบจัง เหงา อยากกลับบ้าน เเล้ว หุหุ เบื่อ กทม. ร้อน

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : นจอ.อนุวัฒน์ อินทะรังษี anuwat_atts52@hotmail.com    IP: 182.52.103.79
2553-12-25 / 08:53:01

คิดถึงบ้านงอบหลายๆอยากกลับบ้านจังหนาวนี้....

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : โอ๋งอบหน้าโรงเรียน kingdom_boy01@hotmail.com    IP: 183.89.255.64
2553-12-29 / 07:28:59

บ้านงอบเหนือ

ฮักบ้านงอบลื้อเน้อเจ้า

 

เพิ่มความคิดเห็นโดย : miw panida-21@hotmai.com    IP: 119.42.78.55
2554-01-03 / 07:34:53




มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
*
อีเมล์ :
ใส่ภาพ :

(.jpg / .gif ) ไม่ เกิน 80Kb
รายละเอียด : *
กรอก รหัสตามข้อมูลที่เห็น     




Web site ดี ๆ ของคนล้านนา Lannaworld.com