|
พงศาวดารเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนไชย
พระยามหาอำมาตยธิบดี ( หรุ่น ) ครั้งดำรงตำแหน่งเป็นพระยาศรีสหเทพ เรียบเรียง
ครั้น ณ เดือน ๑๐ ปีชวดอัฐศก ศักราช ๑๒๓๘ ปี เจ้านครเชียงใหม่มีศุภอักษรให้เจ้าอุปราช คุมช้างเผือกพลายเล็บครบลงมาถวายช้างหนึ่ง กับเจ้านครลำพูนแต่งให้เจ้าบุรีรัตน์ นายพรหม นายน้อยอินทยศ คุมช้างพลายสูง ๕ ศอก ๘ นิ้วช้างหนึ่ง ลงมาถวายกับขอพระราชทานเจ้าบุรีรัตน์เป็นที่เจ้าราชวงศ์ นายน้อยพรหมเป็นที่เจ้าบุรีรัตน์ นายน้อยอินทยศเป็นที่พระญาไชยสงคราม กับเจ้านครลำปางมีศุภอักษรลงมาขอเจ้าราชบุตรเป็นที่เจ้าบุรีรัตน์ ขอพระญาวังซ้ายเป็นที่เจ้าราชบุตร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯตั้งเจ้าบุรีรัตน์เมืองนครลำพูนเป็นที่เจ้าราชวงศ์ ตั้งนายพรหมเป็นที่เจ้าบุรีรัตน์นครลำพูน ตั้งนายน้อยอินทยศเป็นพระญาไชยสงคราม ตั้งเจ้าราชบุตรเมืองนครลำปางเป็นเจ้าบุรีรัตน์ แต่พระญาวังซ้ายนั้น โปรดเกล้าฯสั่งว่า เป็นเทือกเถาท้าวพระยา หาควรจะตั้งขึ้นเป็นเจ้าไม่ แต่เป็นคนมีความชอบได้ราชการ โปรดให้มีเครื่องยศเหมือนกับราชบุตร ได้พระราชทานสัญญาบัตรและเครื่องยศเสร็จแล้ว เจ้าราชวงศ์ เจ้าบุรีรัตน์ พระญาไชยสงครามเมืองนครลำพูน เจ้าบุรีรัตน์ พระญาวังซ้ายเมืองนครลำปาง พากันกราบถวายบังคมกลับขึ้นไป ณ เมืองลำปาง เมืองลำพูนไชยฯ
พระญาวังซ้าย (น้อยไชยสาร) มีบิดาเป็นอดีตพระญาวังซ้ายเก่า ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งเสนาอำมาตยาชั้นผู้ใหญ่เป็นเพียงสามัญชน จึงไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งขึ้นเป็นเจ้าราชบุตร ตำแหน่งเจ้าขันทั้งห้าซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญประกอบไปด้วย เจ้าหลวงหรือเจ้าหอคำ , เจ้าอุปราชหรือเจ้าหอหน้า , เจ้าราชวงศ์ , เจ้าหัวเมืองแก้วหรือเจ้าบุรีรัตน์ , เจ้าราชบุตร ผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งนั้นต้องเป็นทายาทผู้สืบเชื้อสายเจ้าในราชตระกูลเท่านั้น เจ้านายฝ่ายเหนือไม่ว่าเมืองเล็กใหญ่ เมื่อถือกำเนิดในราชตระกูลถือเป็นเจ้าทั้งสิ้น และไม่ได้เรียกเป็นลำดับชั้นเหมือนเช่นทางราชวงศ์จักรี เช่นพระองค์เจ้า ,หม่อมเจ้า ,หม่อมราชวงศ์ ผู้ที่ได้เข้ารับราชการก็จะถูกเรียกตามยศตำแหน่งที่ได้รับมาเช่น เจ้าหลวงมหาวงศ์ ,เจ้าอุปราชมหายศ , เจ้าราชวงศ์แก้วมนุษย์ ,เจ้าบุรีรัตน์ฟ้าเมืองแก้ว ,เจ้าราชบุตรขัตติยะ หรือเจ้าสุริยวงศ์ ,เจ้าราชสัมพันธวงศ์ ,เจ้าราชภาคินัย ,เจ้าราชภาติกาวงศ์ ฯลฯ ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับราชการก็จะถูกเรียกตามนามต่างๆเช่น เจ้าน้อยสุริยะ ,เจ้าน้อยพิมพิสาร ,เจ้าหนานมหาเทพ ,เจ้าหนานไชยเสนา ฯลฯ
คำว่า " พญา " หรือ " พระญา " เขียนตามหลักศิลาจารึกทั้งที่จารด้วยอักษรฝักขามและอักษรธรรมลานนา ( จารึกวัดช้างค้ำ จังหวัดน่าน พ.ศ. ๒๐๗๙ ) เป็นภาษามอญในยุคกลาง จะใช้เรียกตำแหน่งกษัตริย์หรือหัวหน้าของชุมชนที่เป็นอิสระตามบริบททางวัฒนธรรมลานนารวมถึงชาวลานนาที่ได้รับแต่งตั้งโดยฝ่ายธนบุรี - รัตนโกสินทร์ แต่ทำงานในบริบทวัฒนธรรมลานนา แต่คำว่า "พระยา" จะใช้ในแง่ของขุนนางในราชสำนักกรุงธนบุรี - รัตนโกสินทร์และตำแหน่งตามระบบอย่างเจ้าเมืองแต่ละเมือง แม้จะทำงานในลานนามากเพียงใดก็ยังคงใช้ "พระยา" ตามสังกัดเดิม และคำว่า "พระญา" นี้ เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมามีความหมายเท่ากับ "พ่อแคว่น" คือนายแขวงหรือกำนันและผู้ใหญ่บ้านเท่านั้น (ข้อมูลจากหนังสือเจ้าหลวงเชียงใหม่)
|