lannaworld.com

book4.gif
m3.gif

ประเพณีขึ้นขันตั้ง 

คือพิธีแสดงคารวะแก่ครูของอาจารย ์ผู้ประกอบพิธีการต่าง ๆ เพื่อบอกกล่าวแก่ครูในการที่จะใช้วิชาการที่เรียนมา หรืออาจเชิญครูมาสถิตอยู่ด้วยเพื่อเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์แก่การประกอบพิธีนั้น ขันตั้งสำหรับอาจารย์ดังกล่าวนี้จะเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก มิใช่เครื่องบูชาในพิธีกรรมนั้น ๆ ขันตั้งมีหลายแบบ
เครื่องที่ใช้บรรจุในขันตั้งหรือพานครูนั้นก็มีหลายแบบเช่นกัน ในพิธีบางแห่ง อาจทำเครื่องสังเวยขนาดใหญ่หรือขนาดเล็กแล้วแต่ผู้ทำพิธี ซึ่งมักจะเป็นพระสงฆ์หรืออาจารย์ สำหรับเครื่องขึ้นขันตั้งสังเวยขนาดเล็ก ทำกันทั่วไปสำหรับในครอบครัว โดยทั่วไปมี พานหรือโตก กรวยดอกไม้ เทียนกรวยเบี้ย ผ้าขาว ผ้าแดง หมาก ช่อ กล้วย อ้อย มะพร้าว ข้าวเปลือก ข้าวสาร เป็นต้น
เครื่องสังเวยนี้ไว้ในพานเตรียมให้อาจารย์ผู้ประกอบพิธี ซึ่งท่านก็จะได้กล่าวคำไหว้ครู ขึ้นขันตั้งครูต่อไป 
การขึ้นครูมี  ๒ ประเภท ประเภทที่ ๑ เรียกว่าขึ้นขันตั้งเพื่อทำพิธีให้ผู้อื่น เพื่อผู้อื่นหรือเพื่อประโยชน์ผู้อื่น และตัวเองเรียกว่า ยกครู เป็นการเรียกครูหรือเชิญครูมาช่วย ประเภทที่ ๒ ได้แก่ขึ้นขันตั้งเพื่อตัวเอง  เป็นต้นว่าจะเล่าเรียนวิชาอาคมเวทมนต์จากครูบาอาจารย์  ตั้งขันเพื่อขอเรียนขอวิชา หรือถ้าเรียนมาแล้วครบรอบปีหนึ่ง ๆ จะต้องจัดบูชาครู ทบทวนมนต์ต่าง ๆ วิชาต่าง ๆ ที่เคยได้ร่ำเรียนมา 
 
สมัยก่อนวิชาอาคมต่างๆถือว่าเป็นของสูงหาค่ามิได้  ไม่มีค่าเรียนค่าวิชา ผู้ที่จะได้วิชาความรู้แต่ละแขนงมาต้องบูชามาด้วยการขึ้นขันตั้งขันตั้งนั้นเมื่อเรียนจบมาแล้ว อาจารย์จะแบ่งเครื่องอุปกรณ์ขันตั้งไว้ครึ่งหนึ่งมอบให้ศิษย์ครึ่งหนึ่งเพื่อนำติดตัวไปสักการะบูชา แม้นว่าจะไปประกอบพิธีใดๆ   ที่ตนได้เรียนมาก็ต้องน้อมระลึกถึงครูเสียก่อนทุกครั้ง   พอครบรอบปีมาถึง ก็จะต้องมาขึ้นขันตั้งใหม่ ทบทวนความจำและบูชาครูประเภทนี้เรียกว่า  ขึ้นครูไหว้ครู สระสรงครู  ดำหัวครู เสร็จพิธีแล้วจะนำน้ำขมิ้นส้มป่อยนั้นนำไปอาบชำระร่างกาย   การขึ้นขันตั้งประเภทนี้ต้องใช้น้ำขมิ้นส้มป่อยมาก ๆ มีทั้งน้ำอบน้ำหอมด้วย มีเวทมนต์คาถาอาคมอะไรที่เคยเล่าเรียนมาก็จะสาธยายมนต์เป่าลงน้ำส้มป่อยจนหมด   แม้แต่เครื่องรางของขลัง วัตถุมงคลต่าง ๆ ที่มีอยู่ก็จะนำแช่ลงน้ำส้มป่อยนั้น สุดท้ายจะได้น้ำมนต์นั้นมาอาบเพื่อตัวเอง จะแจกให้ลูกหลานไปดำหัวด้วยก็ได้