lannaworld.com

book4.gif
m3.gif

ประเพณีเกี่ยวข้าวเอาเฟือง

เมื่อข้าวในนาที่ปลูกไว้สุกมีสีเหลืองทองเต็มท้องทุ่ง ก็จะเป็นฤดูเก็บเกี่ยวซึ่งบ้างเรียกว่า  "เกี่ยวข้าวเอาเฟือง" คือการเก็บเกี่ยวข้าวและฟางข้าวเพื่อนำไปใช้ประโยชน์  การเกี่ยวข้าวเอาเฟืองนี้จะเริ่มกันตั้งแต่ประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป    ชาวบ้านจะเอามื้อหรือเอาวัน คือการลงแขกคือผลัดกันไปช่วยเกี่ยวข้าวในแปลงนาของเพื่อนบ้านให้เสร็จเป็นราย ๆไป  ในการเกี่ยวข้าวนั้น  นิยมเกี่ยวข้าวเรียงคนให้เป็นหน้ากระดานเสร็จเป็นแต่ละกระทงนาไป วิธีการเกี่ยวข้าวของชาวเหนือนี้จะเกี่ยวต่ำ คือเกี่ยวเอาต้นข้าวไว้ยาว เมื่อเกี่ยวเต็มกำมือก็วางไว้กับตอข้าวที่เกี่ยวแล้วเรียกข้าวที่วางไว้  ๑ กำมือนี้ว่า "ข้าวเฟ่า" เมื่อเกี่ยวแล้วทิ้งไว้ประมาณ ๓-๕ วันแล้ว ก็จะเก็บเอาข้าวเฟ่ามากองรวมกันเป็นกอง  ๆ  เรียกว่า  "กองข้าว"  เพื่อรอการตีอีกประมาณ  ๑-๒ สัปดาห์ถัดมา  ในการตีข้าวนั้น  ชาวบ้านอาจมา "เอามื้อเอาวัน" เช่นกัน แต่มักจะมีจำนวนคนน้อยกว่าการเก็บเกี่ยวข้าว  เพราะการตีข้าวใช้ผู้ชายเท่านั้นเป็นคนตี 
การตีข้าวหรือนวดมีข้าว  ๒ แบบ แบบแรกคือ ตีกับครุคือภาชนะสานด้วยไม้ไผ่ก้นแคบปากกว้างขนาดใหญ่โดยเมื่อตีข้าวเสร็จเป็นจุด  ๆ ก็จะมีการตักข้าวออกจากครุ  เรียกว่า "โจ้ข้าว" แล้วขนลากไปเก็บที่ยุ้งฉาง จากนั้นก็จะย้ายครุไปตามกองข้าวอื่นตีข้าวจนหมด แบบที่สอง เป็นการตีกับลานนวดข้าวเรียกว่า "ตาลาง" ซึ่งการตีข้าวแบบหลังนี้  ก่อนที่จะมีการตีข้าวต้องจัดเตรียมตาลาง   โดยการตัดหรือถอนตอข้าวออกเป็นบริเวณกว้าง  ใช้เสื่อที่เรียกว่า สาดกะลาปูไว้ตรงกลาง บริเวณ ๔ มุมของตาลางมีไม้ไผ่ลงคาถา "นะโมตาบอด" ปักไว้ ทั้ง ๔ ทิศส่วนปลายของเสาแยกไม้ให้เป็นซีกแล้วสานให้เป็นซองปากกว้าง  ข้างในวางจานใส่เครื่องเซ่นบูชาแม่โพสพ บนปากซองผูกรวงข้าวไว้ ๑ รวง การที่ลงอักขระคาถา"นะโมตาบอด" นี้ก็เพื่อป้องกันผีมาขโมยเอาข้าวไปเรียกกันว่า ข้าวหาย
สำหรับเฟืองหรือฟางข้าวนั้น ที่ได้จากการตีข้าวแล้วนั้น ก็จะใช้ตอกมัดเป็นมัด ๆ ขนย้ายไปเก็บที่ ค้างเฟือง หรือโรงเรือนที่เก็บฟางข้าวต่อไป แต่ในกรณีที่พ่อนาไม่ประสงค์จะเก็บเอาฟางไป ก็อาจใช้ฟางปูทับบนแปลงปลูกพืชอย่างหอมหรือกระเทียม  เป็นต้น ส่วนผู้ที่ปลูกถั่วเหลืองนั้น ก็อาจโรยฟางให้ทั่วแปลงนาแล้วจุดไฟเผาเพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืช  และเพื่อใช้ขี้เถ้าฟางนั้นเป็นปุ๋ยต่อไป การเกี่ยวเข้าเอาเฟืองนี้  ทุกบ้านต้องให้เสร็จก่อนวัน เพ็ญ เดือน ๔ เหนือ เมื่อนำข้าวเปลือกขึ้นสู่ยุ้งฉางแล้ว  เจ้าของบ้านจะยังไม่ตำหรอสีกินก่อนที่จะได้นำไปทำบุญข้าวใหม่เสียก่อน   เรียกว่า ทานขันเข้าใหม่เพื่ออุทิศกุศลไปถึงเทวดาขุนน้ำมีขุนหลวงบ่าลังคะเป็นต้น  อุทิศถึงปู่ย่าตายาย พ่อแม่ที่เป็นเจ้าของไร่ของนามาแต่เดิม  มีการนำข้าวใหม่มาทำข้าวจี่และข้าวหลามไปทำบุญถวายพระ และจะมีการนำข้าวใหม่ทั้งข้าวสารและข้าวเปลือก  ไปทำทานในพิธีกรรมที่เรียกว่า ทานข้าวล้นบาตร หรือหล่อข้าวบาตร หรือทานดอยข้าวสำหรับให้ภิกษุสามเณรไว้ฉันที่วัด  เมื่อเสร็จจากการนำข้าวไปหล่อบาตรแล้ว ชาวบ้านจะกลับมานำเอา ขันดอกไม้   ข้าวปลาอาหารชุดเดียวกับที่นำไปทานข้าวใหม่ไปรวมกันในวิหาร  เพื่อทำพิธีทำบุญตักบาตรตามปกติ มีการไหว้พระรับศีล อาจารย์จะกล่าวคำโอกาสการทำบุญข้าวใหม่และข้าวล้นบาตร มีการเล่าขั้นตอนในการทำนาเริ่มตั้งแต่ปลูกข้าว จนถึงการเก็บเกี่ยว